สคบ.-ปคบ.บุก Wor(l)d สกัดกลายร่างเป็นมันนี่เกม

สคบ.สนธิกำลังตำรวจปคบ.เข้าบุกค้นค่ายขายตรงยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ Wor(l)d Global Network เจ้าของสายรัดข้อมือมหัศจรรย์ หลังผู้บริโภคร้องเรียนให้ตรวจสอบแผนการจ่ายผลตอบแทน หวั่นกลายพันธุ์เป็นแชร์ลูกโซ่ ขณะที่วงในระบุค่ายดังกล่าวมีลุ้นโดนปรับ 3 แสนบาท เหตุไม่ทำตามแผนที่ยื่นแจ้งไว้กับนายทะเบียน ด้านพล.ต.ต.ประสิทธิ์ นายใหญ่สคบ.สั่งเข้มเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสอบถามข้อเท็จจริงเจ้าของธุรกิจเครือข่าย เหตุป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้เข้าตรวจค้นวีเวิลด์- Page qq” หลังมีผู้บริโภคร้องเรียน ล่าสุดจัดแถลงผลงานไตรมาสแรก ระบุมีประชาชนร้องเรียนมากถึง 1,850 ราย โดย 5 อันดับแรกที่มีคนแจ้งมากที่สุด ได้แก่ธุรกิจอสังหาฯ-MLM-รถยนต์-ฟิตเนส-คลินิกความงาม ตามลำดับ

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มอบหมายให้นายศุภกิตติ์ มะลิ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ และนายณัฐวิทย์ บัวคลี่ นิติกรชำนาญการ พร้อมคณะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือบก.ปคบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสอบถามข้อเท็จจริงบริษัทWor(l)d Global Network ที่เปิดดำเนินธุรกิจเครือข่ายขายตรง ซึ่งมีสินค้าหลักเป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะภายใต้ชื่อ Heloตามมาตรา 5 วรรค 1 (2) แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 หลังมีผู้บริโภคจำนวนมากได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบบริษัทดังกล่าวว่าได้ปฏิบัติตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่แจ้งไว้กับนายทะเบียนหรือไม่ เนื่องจากพบพฤติกรรมดำเนินธุรกิจหมิ่นเหม่เข้าข่ายการระดม

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความประสงค์และแสดงหนังสือขอเข้าไปในพื้นที่ของบริษัทดังกล่าว โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานในการสอบถามข้อเท็จจริงเป็นอย่างดี จึงได้เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 รายการ รวมทั้งได้บันทึกภาพและบันทึกถ้อยคำของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท โดยจะไปประกอบการรายงานเพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาต่อไป

โดยก่อนหน้านี้พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ได้รับมอบหมายจากเลขาฯ สคบ.ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยตำรวจปคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้ประกอบการ 2 ราย ได้แก่ บริษัท วีเวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 1689 จำกัด หลังมีผู้ร้องและพวกถูกเชิญชวนให้เข้าร่วมลงทุนซื้อสินค้า แต่ปรากฏว่าสินค้าที่ผู้ร้องได้รับเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ต่อมาบริษัทได้ปิดตัวลงโดยไม่แจ้งให้ผู้ร้องและพวกทราบแต่อย่างใดทำให้ได้รับความเสียหายจากกรณีที่เกิดขึ้น

ขณะที่อีกราย เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบการประกอบธุรกิจของบริษัท เซิร์ฟโฟร์บิซ จำกัด หรือในนามPage qqบนอาคารฟรีเวย์ ซอยอินทามาระ 4 เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการประกอบธุรกิจว่าเข้าข่ายการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวพบนายวัชรพงศ์ ทัศน์สูงเนิน กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท และได้ให้ข้อมูลว่าบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการขายพื้นที่ในระบบ (Page qq) โดยมีค่าสมัครรายละ 1,000 บาท ผู้สมัครสามารถนำพื้นที่ในระบบ (Page qq) ไปสร้างรายได้ในลักษณะของการโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของผู้สมัครดังกล่าว

ด้านแหล่งข่าววงในเผย จากการตรวจสอบบริษัท Wor(l)d Global Networkเบื้องต้นพบว่า บริษัทไม่ได้ปฏิบัติตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ยื่นแจ้งไว้กับสคบ. ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท และบริษัทต้องปรับมาใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนเดิม แต่หากบริษัทดังกล่าวไม่ปฏิบัติตาม หรือยังคงทำผิดซ้ำเรื่องเดิมอีกอาจจะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตสคบ. ซึ่งที่ผ่านมาสคบ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการขายตรงตามนโยบายของพล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาฯ สคบ.คนปัจจุบัน โดยจะเริ่มที่บริษัทที่มีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจากการตรวจสอบพบมีหลายบริษัททำผิดพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง และได้มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้วส่วนการเปิดดำเนินธุรกิจของ One Coin นั้น อยากแจ้งเตือนประชาชนไม่ให้เข้าไปร่วมลงทุนกับธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากธุรกิจ One Coinและธุรกิจตระกูล Coin ทุกบริษัท อาจเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่ เพราะไม่ได้ใบอนุญาตจากสคบ. และกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาฯ สคบ.ได้จัดงานแถลงผลงานไตรมาสแรก (ตุลาคม-ธันวาคม 2559) หลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ภายใต้ชื่อ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (ครั้งที่ 1) โดยพบว่า มีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามากว่า 1,850 ราย แบ่งเป็น 5 อันดับแรกที่มีการร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 469 ราย, ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง 134 ราย, ธุรกิจรถยนต์ 122 ราย, ธุรกิจฟิตเนส 121ราย และธุรกิจคลินิกความงาม 89 ราย

You might also like More from author