"

‘ยูมี พลัส กรุ๊ป’ นวัตกรรมแห่งธุรกิจเครือข่าย ‘ความสำเร็จที่ไร้ขีดจำกัด’


หากพูดถึงกระแสของบริษัทเครือข่ายขายตรงเมืองไทยที่มาแรงในปี 2560 ต้องยกให้กับ “บริษัท ยูมี พลัส กรุ๊ป จำกัด” ที่มี “ณัฐวิชช์ ธนกฤษศิริพัฒน์” ประธานผู้ก่อตั้ง/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ “นิตยาวดี พันธุ์เศรษฐ” ประธานผู้ก่อตั้ง/ประธานกรรมการบริหาร ที่ผันตัวเองจากผู้นำเงินล้านกระโดดมาลุยเป็นผู้ประกอบการเอง ด้วยความโดดเด่นของ “ยูมี พลัส กรุ๊ป” นอกจากเจ้าของจะเข้าใจธุรกิจเครือข่ายแบบทะลุปุโปรงแล้ว สินค้าของที่นี่ก็ถือว่าเป็นพระเอกไม่แพ้กัน เพราะสามารถวัดผลกันแบบเป็นนาทีได้เลย ไม่ต้องรอนาน ที่สำคัญเป็นลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวจากประเทศเกาหลี

ไม่เพียงเท่านั้นแผนการจ่ายผลตอบแทนเรียกได้ว่าจ่ายแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว แต่สิ่งสำคัญที่สองผู้บริหารได้เน้นย้ำ คือ ยูมี พลัส กรุ๊ป ถือเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากบริษัทต้องการจะยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว ดังนั้นการสร้างให้นักธุรกิจมีความรู้ความเข้าใจธุรกิจแบบถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการนำพาองค์กรก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนกลยุทธ์การตลาดและนโยบายการขับเคลื่อนยูมี พลัส กรุ๊ป เป็นอย่างไรมาติดตามกัน

**เนรมิตอาณาจักรธุรกิจเครือข่ายในฝัน

ณัฐวิชช์ ธนกฤษศิริพัฒน์ ประธานผู้ก่อตั้ง/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นิตยาวดี พันธุ์เศรษฐ ประธานผู้ก่อตั้ง/ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูมี พลัส กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ในอดีตเรามักจะถูกตั้งคำถามว่า ต้องการบริษัทเครือข่ายในฝันแบบไหน เช่น อยู่ยาว เจ้าของต้องมีประสบการณ์ และแนวคิดต้องคิดดีด้วย เพราะหากคิดดี สินค้าต้องดี แผนการจ่ายผลตอบแทนต้องดี ดังนั้นเมื่อหาบริษัทที่ว่าไม่เจอ จึงต้องมาสร้างบริษัทในฝันขึ้นมาเอง ซึ่งการเปิดยูมี พลัส กรุ๊ป ขึ้นมาไม่ได้ต้องการเพียงแค่สร้างกระแส เพื่อดึงคนให้เข้ามาเยอะๆ แต่ที่นี่จะเน้นสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะหากคนเข้ามาเยอะเกินไปอาจมีปัญหาตามมาทีหลังได้ ดังนั้นจึงต้องการสร้างระบบทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้พร้อมก่อน เพราะหากมาปรับกันทีหลังจะทำให้ไม่เกิดความน่าเชื่อจากนักธุรกิจได้

“ในธุรกิจเครือข่ายเรารู้ว่าสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไปยาวได้ ต้องเริ่มจากแนวคิดของเจ้าของ ต้องคิดดี เพราะถ้าคิดดีทุกอย่างก็จะดี เช่น สินค้าต้องดี เพราะไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ แผนการจ่ายผลตอบแทนเราไม่ได้บอกว่าดีที่สุด แต่เราจ่ายแบบไม่มีเงื่อนไข และไม่โอเวอร์เปย์ ส่วนระบบการทำงานซึ่งการที่เรามีประสบการณ์ในการเป็นผู้นำมาก่อนทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เพราะเราค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องระบบการทำงานเป็นอันดับต้นๆ”

**ความแตกต่างระหว่างการเจ้าของกับผู้นำ

การเปลี่ยนสถานะจากผู้นำมาเป็นผู้ประกอบการเอง ถือว่ามีความแตกต่างกันมาก เนื่องจากผู้ประกอบการต้องมีความละเอียดมากกว่าการเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเรื่องของการกำหนดนโยบายการบริหารงาน, เงินทุน, การจัดทำบัญชี, สต็อกสินค้า, ระบบไอที และการติดต่อประสานงานกับภาครัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการทั้งหมด ดังนั้นการที่มาเปิดธุรกิจเครือข่ายเอง จึงค่อนข้างใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมพอสมควร โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับความถูกต้องและโปร่งใสทุกอย่าง เพราะเมื่อเปิดบริษัทแล้วต้องแบกรับกับความหวัง และความฝันของนักธุรกิจทุกคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นพันธะสัญญาที่ผูกมัดกับเราไว้ ดังนั้นทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ให้มากที่สุด

“ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครือข่ายขายตรง ผ่านการเป็นทั้งสมาชิกธรรมดา นักธุรกิจ และผู้นำ ที่ประสบความสำเร็จสามารถพิชิตเงินล้านจากหลายๆ ค่ายมาแล้ว ทำให้มีความเข้าใจถึงต้องการของนักธุรกิจได้เป็นอย่างดีว่าต้องการอะไร ดังนั้นการผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการ จึงนำประสบการณ์ต่างๆ มาปรับใช้กับยูมี พลัส กรุ๊ป เพื่อต่อยอดธุรกิจบริษัทเติบโตไปในระยะยาวได้อย่างแท้จริง”

**หัวใจของธุรกิจ คือ “องค์กรแห่งการเรียนรู้”

การวางตำแหน่งทางธุรกิจของยูมี พลัส กรุ๊ป เราต้องการเป็นบริษัทเครือข่ายขายตรงสีขาว โดยเน้นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งเราจะเน้นเรื่องของการขับเคลื่อนด้วยตัวสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ใช้แล้วเห็นผลชัดเจน แผนการจ่ายผลตอบแทนต้องยุติธรรม โปร่งใส และต้องวินวินทั้งสองฝ่ายทั้งบริษัท และนักธุรกิจ ขณะเดียวกันเรายังใช้ระบบ U ME System ที่มีระบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาเสริมในการขยายตลาด และที่นี่ยังให้ความสำคัญในการเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” อย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่าในระยะยาวจะทำให้ไปต่อได้

“ยูมี พลัส กรุ๊ป เปิดบริษัทมาเพื่ออยู่แบบมั่นคง เราจะเดินด้วยการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคด้วยสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งตอนนี้เรามีสินค้าทั้งหมด 19 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มสุขภาพ, กลุ่มความงามสกินแคร์, กลุ่มผิวกาย, กลุ่มดูแลภายในบ้าน และกลุ่มเกษตร และล่าสุดเราเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์เดียวจากเกาหลีภายใต้ชื่อ  ยูมี โกลด์ ซึ่งนวัตกรรมระดับโลก เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นที่ใช้เพียงแค่ 1 ซองแต่มีคุณสมบัติเทียบเท่าสินค้าทั่วไปถึง 10 เท่า ดังนั้นเราคาดว่าจะมาช่วยสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าในปีนี้ที่ 1,500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน”

You might also like More from author