"

TOP 10 MLM ชิง7หมื่นล้าน ขึ้นทำเนียบขายตรงไทย

10 ค่ายขายตรงติดทำเนียบแนวหน้าของประเทศ ชิงเค้กขุมทรัพย์มูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท ระบุ 2 ค่ายดัง “ซัคเซสมอร์ และ เลกาซี่ คอร์ป” ดาวรุ่งดวงใหม่ในไทย เปิดมาไม่ถึง 6 ปีโกยยอดเกิน 1,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่อีก 8 ค่ายรุ่นพี่อย่าง แอมเวย์, กิฟฟารีน, ยูนิซิตี้, ซูเลียน, นู สกิน, เจอเนสส์, ซัมมิท ควีน และจอยแอนด์คอยน์ ยอดติดลมบนทะลุหลายพันล้านบาทต่อปี พร้อมจับตาปี 2560 ค่ายน้องใหม่ไฟแรงที่จ่อขึ้นทำเนียบเครือข่ายที่มียอดขายแตะพันล้านบาท 3 บริษัท ได้แก่ ไอยรา แพลนเน็ต, แม็กซ์ อินเตอร์ และมาสเตอร์พีซ หลังกระแสธุรกิจมาแรง

ธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจเครือข่าย (Multi-Level Marketing : MLM) สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศมากกว่าปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยประเมินกันว่าในปี 2559 มีมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2560 คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมขายตรงไทยทั้งระบบจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% เทียบกับปี 2559 นอกจากจะสร้างเม็ดเงินไหลเวียนในประเทศแล้ว ธุรกิจขายตรงยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคทั่วไปมากถึง 10 ล้านคน ที่สำคัญสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนในประเทศเป็นจำนวนมาก

โดยปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีบริษัทที่ยื่นจดทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตั้งแต่ปี 2545-2560 อยู่ที่ 1,420 บริษัท แต่จากตัวเลขของสคบ.ระบุว่า มีบริษัทที่เปิดดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังประมาณ 400-500 บริษัทเท่านั้น ขณะที่บริษัทขายตรงน้องใหม่ที่ผ่านการรับรองจากสคบ.คลอดออกมาเฉลี่ย 50-60 บริษัทต่อปีเท่านั้น ส่วนบริษัทขายตรงที่ขอแจ้งปิดกิจการและยกเลิกการประกอบธุรกิจมีเพียง 20-30 บริษัทต่อปี

แม้ขายตรงจะเป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์และสร้างยอดขายได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ประคองตัวเองให้อยู่รอดและเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาด 70,000 ล้านบาทได้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในบรรดาบริษัทขายตรงที่เปิดดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 1-5 ปีมีค่ายขายตรงที่มียอดขายแตะ 1,000 ล้านบาทมีเพียง 2 ค่ายเท่านั้น ได้แก่ ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ และ เลกาซี่ คอร์ป

โดยในปี 2559 ซัคเซสมอร์ บีอิ้ง ของ “นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์” ประธานกรรมการ และ “นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รายงานงบการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อยู่ที่ 1,427,160,318 บาท เติบโต 46.38% ซึ่งยังไม่นับรวมกับยอดขายจากต่างประเทศอีก 20-30% ขณะที่ค่ายเลกาซี่ คอร์ป ที่มี “วรรณ โชติกะวรณ” บอสใหญ่คุมบังเหียน ได้รายงานงบการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ที่ 1,140,960,908 บาท เติบโต 14.16% อย่างไรก็ตามทั้ง 2 บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีจึงไม่แปลกใจที่จะเห็นบริษัทขายตรงน้องใหม่ที่สร้างยอดขายทะลุพันล้านบาทได้ในปีนี้

เช่นเดียวกันกับบริษัทขายตรงที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปที่มียอดเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ที่สามารถรักษาระดับยอดขายไม่ให้ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทไว้ได้ ซึ่งหากวัดเฉพาะยอดขายที่ยื่นแจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์บริษัทขายตรงที่มียอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปมีเพียง 8 บริษัทเท่านั้น ได้แก่ แอมเวย์, กิฟฟารีน, ยูนิซิตี้, ซูเลียน, นู สกิน, เจอเนสส์, ซัมมิท ควีน และจอยแอนด์คอยน์ ตามลำดับ

โดยปัจจัยที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ขายตรงเหล่านั้นยืนหยัดอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมขายตรงเมืองไทยไม่ใช่กระแสของแผนการจ่ายผลตอบแทน แต่หากอยู่ที่การสร้างแบรนด์ และการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยสินค้าเพื่อสร้างฐานผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ 1 ขายตรง อย่าง แอมเวย์ ที่ได้ “กิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ คอยบัญชาเกม โดยแอมเวย์เข้ามาปักฐานผู้บริโภคในไทย 30 ปี มีสินค้ารวมทั้งหมดมากกว่า 500 รายการ มียอดนักธุรกิจ 330,000 คน และยอดสมาชิก 720,000 คน ขณะที่ยอดขายปี 2559 อยู่ที่ 16,429 ล้านบาท เติบโต 6.29%

เช่นเดียวกับค่ายกิฟฟารีน ของ “น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์” ที่มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ การวางสินค้าใหม่ โปรโมชั่น การนำด้วยระบบ CRM และการทำตลาดที่เข้มข้นจึงไม่แปลกใจที่กิฟฟารีนสามารถรักษายอดขายในปี 2559 ไว้ที่ 4,687 ลดลง 6.20% ฟากค่าย ยูนิซิตี้ ที่มี “คริสโตเฟอร์ คิม” และค่ายซูเลียน ของ “ดร.ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” แม้จะรักษายอดขายที่ระดับ 3,000 ล้านบาทไว้ได้ แต่ในปี 2559 ยูนิซิตี้ปิดยอดที่ 3,121 ลดลง 13.65% เช่นเดียวกับ ซูเลียนที่แจ้งยอดขายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไว้ที่ 2,989 ลดลง 13.41%

ด้านค่ายนู สกิน ที่มี “วิภาดา ตั้งปกรณ์” นั่งคุมทัพใหญ่ แม้ในปี 2559 ยอดจะลดลง 23% แจ้งยอดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ 1,950 ล้านบาท แต่ในภาพรวมกระแสของค่ายดังจากเมืองลุงแซมถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศเลยทีเดียว ข้ามฟากมาที่ค่ายขายตรงจากเมืองลุงแซมอีกค่ายอย่าง เจอเนสส์ โกลบอล ที่ได้ “ลาวัณย์ เวทประเสริฐ” นั่งบริหาร ในปี 2559 ถือเป็นปีที่เจอเนสส์ เติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะนอกจากจะปลุกกระแสธุรกิจขายตรงในไทยให้คึกคักแล้ว กระแสการทำธุรกิจออนไลน์ก็ถือว่ามาแรงไม่น้อย โดยในปีที่แล้วเจอเนสส์มียอดขาย 1,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.53%

ส่วนค่ายขายตรงซัมมิท ควีน ที่มี “พรพิมล กำประเสริฐ” บัญชาเกม แม้ในปี 2559 ยอดขายชุดเพื่อสุขภาพลดลง 5.36% ปิดยอดขายที่ 1,531 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าเป็นยอดที่ประคองตัว เพราะยอดขายยังคงแตะที่ระดับพันล้านบาทได้ เช่นเดียวกับค่ายจอยแอนด์คอยน์ ของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” บอสใหญ่ที่แม้ยอดรวมในปี 2559 จะลดลง 18.92% ปิดยอดขายที่ 1,235 ล้านบาท แต่ภาพรวมของธุรกิจบริษัทยังคงมีกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัทดาวรุ่งน้องใหม่ที่น่าจับตามองว่าปี 2560 น่าจะมียอดขายแตะที่ระดับ 1,000 ล้านบาทได้อย่างไม่ยากนัก อาทิ ค่ายไอยรา แพลนเน็ต ของบอสใหญ่ “ดร.กัมปานาท บุญราศรี” ประธานกรรมการ ที่ปีนี้ได้กระแสของพระเอกสุดฮอต “ป๋อ-ณัฐวุฒิ สะกิดใจ” มาช่วยปลุกตลาดอาหารเสริมสารสกัดจากงาดำ “เอมมูร่า-X” บวกกับการเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่เป็นการตอกย้ำบริษัทขายตรงสัญชาติไทยที่มีความมั่นคง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ตามติดด้วยค่ายแม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค ของ 2 ผู้บริหารรุ่นใหม่ อย่าง “ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา” และ “ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ” ประธานกรรมการ ที่ปีนี้ประกาศใส่เกียร์เดินหน้ารุกตลาดขายตรงแบบเต็มสตรีมทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ สำทับด้วยสินค้าใหม่ที่เตรียมจะลอนซ์ออกมาขับเคลื่อนตลาด เพื่อสร้างฐานผู้บริโภค ดังนั้นแม็กซ์ อินเตอร์ ขายตรงพันธุ์ไทยจึงตั้งเป้าหมายจะพิชิตยอดพันล้านบาทสิ้นปีนี้ให้ได้

เช่นเดียวกันค่ายขายตรงมาสเตอร์พีซ ไลฟ์วิชั่น ของ “กฤษณ์ ศรีวะรมย์” ประธานกรรมการ ที่ปีนี้นอกจากจะเสริมฐานผู้บริโภคและสมาชิกในประเทศให้แข็งแกร่งแล้ว ยังได้ขยายตลาดออกไปยังกลุ่มประเทศเพื่อน อาทิ เมียนมาร์, สปป.ลาว, กัมพูชา และมาเลเซีย ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค แผนการจ่ายผลตอบแทนที่คุ้มค่าโดนใจกลุ่มผู้นำ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาสเตอร์พีซ จะเป็นค่ายขายตรงที่มียอดแตะพันล้านได้ไม่ยากนัก

You might also like More from author