รวมมิตรทฤษฎีการบริหารงานบุคคล (ตอนที่ 10)

เมื่อฉบับที่แล้วผมได้กล่าวถึงทฤษฎีการบริหารงานบุคคลเชิงวิทยาศาสตร์ ของ เฟรดเดอร์ริค ดับบลิว เทเลอร์ (Frederic W.Taylor) ในฉบับนี้ผมจะขออธิบายต่อเกี่ยวกับหลักการของการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ของ เทเลอร์ ดังนี้ครับ คุณค่าความสำคัญหรือหลักของการบริหารงานเชิงวิทยาศาสตร์ไว้ 4 ข้อหลักๆ  รวมถึงข้อดีและข้อเสียของการจัดการระบบนี้ไว้ดังนี้

  1. ใช้ข้อเท็จจริงแทนประสบการณ์ (Science, not rule of thumb) คือทุกอย่างต้องมีหลักฐานอ้างอิงได้ เทเลอร์จะไม่ยอมให้ใช้ประสบการณ์หรือความคิดเห็นมาอ้าง เขาจะใช้วิธีการถามผู้รับผิดชอบหรือผู้จัดซื้อยุคนั้นว่า การซื้อวัสดุอุปกรณ์วัตถุดิบต่างๆ เพื่อใช้ในการผลิตสินค้ามีใบเสร็จหรือหลักฐานอะไรที่เชื่อถือได้มาอ้างอิงหรือไม่ ?  ข้อดีของหลักการข้อนี้ก็คือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีทั้งหลักเกณฑ์และหลักฐานอ้างอิงได้ ข้อเสียก็คือการไม่ยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้องมีความคิดสร้างสรรค์ (Creative) ในงานที่อาจผิดไปจากกฏเกณฑ์เพราะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเจ้าหน้าที่ใดๆ

ดังนั้นการจะเป็นนักบริหารงานตามข้อนี้อยู่ที่ต้องบริหารจัดการโดยรู้แน่นอนว่าเราต้องการให้คนทำอะไรโดยมี “ใบเสร็จ” ดูแลให้คนได้ทำงานอย่างดีที่สุดรวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด รวมถึงการมีกระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพของการทำงาน โดยใช้วิธีและวิเคราะห์ข้อมูลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริงเท่านั้น

  1. สร้างความสามัคคีจากความเข้ากันได้แทนความหลากหลาย (Harmony, not discord) ความสามัคคีในที่นี้เน้นคำว่า Harmony ไม่จำเป็นว่าต้องผสมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน กล่าวคือ ความสามัคคีที่เน้นการเข้ากันให้ได้ ไม่ใช่แค่การทนๆ ทำงานกันไปตามหน้าที่ คนทำงานในทีมเดียวกันต้องคุยกัน ไม่เพียงแต่ไม่ได้ทะเลาะกันเท่านั้น Harmony คือรักษาบุคคลิกส่วนตนได้ แต่ต้องทำงานด้วยกันได้ในพหุวัฒนธรรม

ในหลักการของ เทเลอร์ เน้นที่การพัฒนาเรียกว่าเป็นการปฏิวัติทางความคิด (Mental Revolution) นั่นคือผู้บริหารต้องมีวิธีการที่จะทำให้ลูกน้องหรือผู้ร่วมงานเข้ากันได้อย่างมีความสามัคคีในงาน วิธีการมาเป็นตัวช่วยละลายพฤติกรรมของผู้ร่วมงานหรือลูกน้องที่ต่างชาติ ต่างศาสนา โดยการจัดไปเที่ยวด้วยกัน การไปร่วมรับประทานอาหารด้วยกันเป็นประจำ อย่างน้อยก็เป็นการทำให้เกิดการรู้ใจกันมากขึ้น ข้อดีก็คือเป็นความสามัคคีที่ลึกซึ้งมากขึ้น และเข้ากันได้อย่างมีการพัฒนาการ แต่ข้อเสียก็คือ หลายคนอาจจะหลุดจากวงโคจร “ลาออก”ไปเลย เพราะว่ามีความเชื่อในเรื่องส่วนตัวของความเป็นปัจเจกต้องเหมือนกัน เช่น ช่างฝีมือดีบางคนอาจจะปฏิบัติตามไม่ได้เพราะเค้าไม่คิดว่าจะต้องก้มหัวให้ใครเลยประมาณนี้

ผมจะขอกล่าวถึงหลักการในข้อที่ 3-4 ของหลักการการบริหารงานเชิงวิทยาศาสตร์ที่ยังเหลืออยู่ต่อเนื่องไปในฉบับหน้านะครับ

หลักการบริหารในเชิงวิทยาศาสตร์

“One Best Way”

การบริหารที่ดีที่สุดเป็นศาสตร์ที่แท้จริง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ

และหลักการที่ชัดเจนซึ่งสามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างมี “ประสิทธิภาพ”

*แนวคิดและทฤษฎี Scientitic Management: Frederick Winslow Taylor: http://colacooper.blogspot.com/2012/10/scientific-management-frederick-winslow.html?view=flipcard

You might also like More from author