"

“หลายคนรู้จักธุรกิจเครือข่าย แต่บางคน ยังไม่รู้จักอย่างแท้จริง อยากให้ลองเข้ามาศึกษาแล้วคุณจะหลงใหลธุรกิจนี้
ไปตลอดกาลอย่างที่ผมเป็น”
อัศวพงษ์ กุลบุตร President คนแรกของบริษัทไบนารี่ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ธุรกิจเครือข่ายสัญชาติไทย ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยาวนานมาถึง 19 ปี “HAPPY MPM” จากเด็กบ้านนอกสู่อาชีพวิศวกรที่ฟันฝ่าส่งตัวเองเรียนจนจบจากสถาบันดีกรีระดับประเทศ พร้อมเป้าหมายหลักของชีวิตที่ต้องการปลดหนี้ 10 ล้านบาท ให้กับครอบครัว ด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ จึงผัน
ตัวเองเข้าสู่ธุรกิจที่จะสามารถทำให้เป้าหมายเป็นจริงได้อย่าง “เครือข่าย”
และเขาก็ทำสำเร็จกับบริษัทไบนารี่สีขาวแห่งนี้ที่ไม่ใช่เพียงแค่ปลดหนี้ แต่ยังทำให้อดีตวิศวกรหนุ่มอย่างเขาได้ช่วยเหลือผู้คนให้ก้าวขึ้นมายืนในจุดที่เขายืนอยู่ได้เช่นเดียวกัน ติดตามแนวคิด และการดำเนินชีวิตในธุรกิจนี้ของเขาได้ในคอลัมน์ของคนสำเร็จที่คนอยากสำเร็จต้องอ่าน “Hall of Fame”

เริ่มจากแนวคิดของหนุ่มวิศวะอย่างเขา ที่ชอบธุรกิจเครือข่ายเป็นทุนเดิม แต่ไม่มีระบบไหนที่ทำได้อย่างใจคิด ทำให้คิดค้นระบบธุรกิจเครือข่ายในแบบฉบับของตัวเอง โดยมี HAPPY MPM เป็นฐานรากอันทรงพลัง จึงสามารถทำให้ ทีมธัชพล 1 ซึ่งใช้ตามชื่อของบิดาที่นำพาให้เข้ามาพบกับที่นี่ ด้วยคำพูดที่ฝังลงไปในหัวใจของทีมว่า “HAPPY MPM เป็นบ้านหลังสุดท้ายที่จะฝากชีวิตไว้” แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง ที่สำคัญเป็นการเจริญเติบโตด้วยการใช้คนเพียง 7 คน ในต่างบ้านต่างเมืองอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และใช้เวลาเพียงปีกว่า ก็สามารถมีคนเข้ามาร่วมธุรกิจอย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้ตัวเขาก้าวกระโดดขึ้นมาในตำแหน่ง President คนแรกของที่นี่ ซึ่งเป็นความสามารถล้วนๆ โดยมีเครื่องมือที่ดีอย่าง HAPPY MPM หนุนหลัง จนต้องขอบอกว่าอนาคตในวงการธุรกิจเครือข่ายของเขา น่าจะก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ในวงการนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น

“ผมได้กระบวนการคิดที่เป็นระบบมาจากการเรียนวิศวะ บวกความตั้งใจที่จะปลดหนี้ 10 ล้านบาทของที่บ้านให้ได้ เลยใส่ใจในวิชาการวางแผนธุรกิจ การตลาด เศรษฐศาสตร์ทางวิศวะต่างๆ และทำคะแนนได้ดีมาตลอด อีกอย่างผมชอบแนวคิดของธุรกิจเครือข่ายมาตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งที่ตอนเรียนจบได้ออกมาทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าอยู่ปีครึ่ง ถึงงานดี เงินดี แต่ก็ดีสำหรับเราคนเดียว หนี้ที่บ้านดอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนคิดว่าถ้ายังทำงานนี้ต่อไปคงไม่สามารถปลดหนี้ได้แน่ เลยมองหาธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงนำความชอบในธุรกิจเครือข่ายที่เป็นทุนเดิมมาศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง”

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีระบบไหนที่โดนใจเขา จนบิดาได้มารู้จักกับ HAPPY MPM และชักชวนให้เข้ามาทำด้วยกัน ความคิดว่จะต้องทำธุรกิจนี้ให้เป็นธุรกิจครอบครัวที่ฝังรากลึกลงไปแบบยืนยาวจึงเกิดขึ้น และขอเป็นคนวางระบบนั้น
ด้วยตัวเอง ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จจากการเริ่มต้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่มีทีมงานในครั้งแรกเพียง 7 คน
“ผมเริ่มต้นทำที่ลาว และขอออกแบบระบบเอง โดยบอกกับทีมว่า ปัญหาของขายตรง เราต้องแก้ให้ตรงจุด ธุรกิจนี้จึงจะเสถียร และสามารถ Passive Income ได้จริง ซึ่งถ้าทำได้เราก็จะไม่ต้องย้ายไปที่ไหนอีก ผมขอเวลากับทีมงาน 2 เดือน ว่าถ้าไม่สำเร็จ ผมจะไม่อยู่ที่นั่นต่อ ขอกลับมาที่ประเทศไทย และด้วยความเป็นคนชอบเขียนแผนธุรกิจเป็นทุนเดิม ผมจึงเห็นช่องโหว่ของธุรกิจนี้อย่างชัดเจน ก่อนค่อยๆ อุดไปทีละช่อง จนวันนี้ลาวเติบโตในแบบที่กล้าการันตีได้ว่ามีคนเดินเข้ามาทุกวัน ทั้งที่แทบไม่ได้ทำ House Meeting เลย เพราะอยากให้ทุกคนมีเวลากับครอบครัว จึงไม่นำเวลาในวันหยุดมาวิ่งงาน ทำให้ตอบโจทย์การปิดรอยรั่วของธุรกิจนี้ได้หมดทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะตัวแปรหลักสำคัญในการทำธุรกิจเครือข่าย คือ ครอบครัว ซึ่งเมื่อเกิดความอบอุ่น ธุรกิจจึงเติบโตขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง ในแบบที่แข็งแกร่งและยั่งยืน”

นอกจากนั้นเขายังทำการเคลื่อนคนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาร่วมกิจกรรม อาเซียน แคมป์ ที่ทางบริษัทจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน ที่สำคัญทุกครั้งจะเป็นคนใหม่ที่เข้ามาถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และยังใช้วิธีเก็บสถิติเป็นค่าดรรชนีชี้วัดที่ได้ร่ำเรียนมา เป็นตัวบ่งบอกถึงการเรียนรู้ในแต่ละขั้น ว่าสาเหตุใด และจุดไหนที่ทำให้คนไปต่อได้ยาก จึงถือว่าเป็นการทำธุรกิจเครือข่ายแบบล้ำๆ ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง“ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเครือข่ายเป็นธุรกิจที่สวยงาม แต่บางคนปฏิเสธที่จะเข้าใจ ที่นี่จึงมีระบบ อาเซียน แคมป์ ที่คอยตอบโจทย์ในการเรียนรู้ ทำให้พอพาคนเคลื่อนเข้ามาในงานนี้ จึงมียอดกลับไป พอเป็นอย่างนั้นคนเหล่านั้นก็อยากที่จะเคลื่อนคนมาต่อ ซึ่งนอกจากการเห็นแคมป์จะทำให้การตัดสินใจทำธุรกิจเป็นไปได้ง่ายแล้ว เมื่อยิ่งพาเข้ามาให้เห็นตัวบริษัท การตัดสินใจจึงง่ายขึ้นไปอีก นักธุรกิจทุกคนของที่นี่จึงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะความมั่นคงมีให้เห็นแล้วอย่างแท้จริง และสำหรับทีมของผมเองก็ยังมีคอร์สมาเสริมเป็น Basic Traning ในการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้เกิดขึ้น เพราะคนจะตัดสินใจทำธุรกิจ บางทีเชื่อมั่นในสินค้า ในบริษัท หรือในแผนที่มีคนทำสำเร็จแล้ว แต่ทำไมจึงไม่ลงมือทำ ก็เพราะเขาไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นพอเราจัดคอร์สตรงนี้ตบท้าย ทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ เลยทำให้ยอดเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจจึงเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”

ผมมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย คือ คนที่ต้องเข้าใจในธุรกิจนี้จริงๆ ซึ่ง HAPPY MPM สอนผมได้
ในเรื่องนี้ และการเป็นคนขายของไม่เก่ง ทำให้ผมคิดค้นระบบที่จะทำอย่างไร ให้คนขายของไม่เก่งอย่างผมมีรายได้ ด้วยการสร้าง System ขึ้นมาใหม่ในระบบออนไลน์ ที่ตอบโจทย์ 2 เรื่องหลักๆ คือ ในแบบการทำธุรกิจเครือข่าย และสถาบันสอนออนไลน์ที่สอนทุกอย่างแม้กระทั่งการตัดต่อ ดังนั้นถ้าคนไหนทำออฟไลน์ไม่เก่ง เราก็จะดึงกลับเข้ามาให้ทำด้านออนไลน์ โดยใช้วิธีแชร์งานกัน อย่างคนทำออนไลน์มักจะปิดการขายไม่เก่ง เราก็จะให้คนที่เก่งด้านปิดการขายทางออฟไลน์มาช่วยรองรับในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งระบบนี้ไม่น่าเกินสิ้นปี จะต้องทำยอดเพิ่มขึ้นให้กับบริษัท และทีมงานได้เป็นอย่างดี

“เครือข่ายสำหรับผมคือการให้เวลากับการตลาด 100 เปอร์เซ็นต์ และดูแลองค์กรธัชพล 1 ให้ได้แบบเท่าเทียม เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี สุดท้ายต้องขอขอบคุณสินค้าของ HAPPY MPM ที่ทำให้เราทำงานได้แบบยั่งยืน เพราะการเติบโตอย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับแผนก็จริง แต่ถ้าจะให้ยั่งยืนตัวสินค้าต้องเป็นหลักที่ดี ซึ่งสินค้าของที่นี่สร้างความยอมรับไปถึง 50 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลงานวิจัยรองรับเป็นอย่างดี ที่สำคัญจดลิขสิทธิ์ใน 10 ประเทศอาเซียน จนถึงกับทำให้พ่อของผมกล้าประกาศว่า “ที่นี่เป็นบ้านหลังสุดท้ายที่จะฝากชีวิตไว้” และทีมงานทุกคนของเราก็คิดเหมือนกันทั้งหมด เพราะนอกจากสินค้าแล้ว ยังเกิดความศรัทธาในตัวผู้บริหารทุกท่านว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์ ที่ทำให้บริษัทมีความมั่นคงอย่างยาวนาน และยั่งยืนมาถึง 19 ปี ที่สำคัญที่สุดก็คือ HAPPY MPM ดูแลพวกเราเสมือนหนึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ผม และทีมงาน จึงกล้าฝากชีวิตไว้กับที่นี่ให้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของการทำธุรกิจเครือข่ายแล้วอย่างแท้จริง”

You might also like More from author