บนความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตเปลี่ยนตาม แม้กระทั่งหลักการบริหารงานองค์ธุรกิจก็ยังต้องมีการปรับตัว และเตรียมผ่องถ่ายทอดวิชาจากรุ่นสู่รุ่นตามวิถีวันเวลา “ณัฐวุฒิ บุญยืนยงสกุล” ฝ่ายบริหาร บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซูเลียน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด วัย 33 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายคนเก่งอีกคนของประธานบริษัท “ดร.ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” หนึ่งผู้บริหารหนุ่มไฟแรงดีกรีนักเรียนนอก ลูกไม้หล่นใต้ต้น ที่ในวันนี้ได้เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจอย่างเต็มกำลังภายใต้วิสัยทัศน์ล้ำหน้า แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งกลิ่นอายวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่คนรุ่นเก่าได้สร้างพร้อมยึดมั่นเดินตามอย่างภาคภูมิใจ

บ่มเพาะแนวคิดลงมือปฏิบัติ
ณัฐวุฒิ บุญยืนยงสกุล ผู้บริหารธุรกิจเครือข่ายยักษ์ใหญ่ซูเลียน กล่าวเปิดใจว่า หลังเรียนจบระดับปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจจากประเทศอังกฤษก็ได้เข้ามาดูแลธุรกิจซูเลียนอย่างเต็มกำลัง โดยก่อนหน้านี้ก็ได้ซึมซับธุรกิจมาบ้างทุกครั้งที่มีโอกาสในช่วงปิดเทอม จากท่านประธานบริษัท (ดร.ปิยะวัชร์ ยืนยงสกุล) ได้เรียนรู้ทั้งหลักทฤษฎีและลงภาคสนามภาคปฏิบัติอยู่บ่อยครั้งตามตารางกิจกรรม รวมถึงการบ่มเพาะ แนวคิดหลักการบริหารต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดูแลฝ่ายการตลาดซูเลียน ประเทศไทย“ผมมองว่าขายตรงเป็นธุรกิจมหัศจรรย์ทำให้คนที่ไม่มีต้นทุนชีวิตมากนักได้ลุกขึ้นมาสร้างชีวิตใหม่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจน คือ นักธุรกิจซูเลียนระดับรากหญ้า ความรู้น้อยแต่หลังจากเข้ามาเรียนรู้ธุรกิจลงมือทำอย่างมีเป้าหมายไม่นานคนเหล่านั้นก็สามารถพลิกชีวิตดีขึ้นได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากเจ็บปวดกับความยากจนมานาน”

เอาใจเขามาใส่ใจเรา ฐานรากที่ยั่งยืน
ส่วนหลักการบริหารธุรกิจของผม คือ “การเอาใจเขา มาใส่ใจเรา” ช่วยสนับสนุนทุกทางเพื่อให้ผู้นำมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลังจากที่เข้ามาดูแลบริหารเต็มตัวช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาได้เห็นการเติบโตของธุรกิจดีขึ้น โดยปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากสินค้าดีมีคุณภาพสามารถตอบโจทย์สุขภาพผู้บริโภคได้จริง และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้ผู้นำเกิดพลังเลือดนักสู้ แน่นอนว่ามาจากท่านประธานบริษัท (ดร.ปิยะวัชร์ ยืนยงสกุล) เพราะท่านเข้าถึงและเข้าใจทุกความต้องการ กระทั่งสามารถนั่งในหัวใจสมาชิกได้อย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงใจอันเป็นหนึ่งเดียวกันของกลุ่มทีมนักธุรกิจที่ทรงพลังทุกระดับ พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

Hi tech – Hi Touch หลอมเป็นหนึ่ง
ตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษบนเส้นทางดำเนินธุรกิจซูเลียนจะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงทั้งองค์กรที่เติบโต พลังมวลชนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น สินค้าใหม่ๆ เครื่องมือทำงานทันสมัยนั้นเป็นเพราะเราต้องการยกระดับการทำงานให้ทั้งผู้นำและองค์กรก้าวเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และเช่นกันเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลทำให้ขณะนี้ได้เร่งปรับตัวพัฒนาตัวเองสู่ยุคการตลาด

“ซูเลียน 4.0” และเตรียมพบกับภาพความทันสมัยราวต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม ทุกความเปลี่ยน-แปลงไม่ใช่ว่าบริษัทคิดเองทำเองคนเดียว แต่เป็นการแชร์แนวคิดวางแผนร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจที่มีความรู้ ความสามารถในการยกระดับขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกันจะสร้างทั้ง Hi tech – Hi Touch ไปพร้อมกัน แม้ว่าความเปลี่ยน-แปลงจะทำให้เกิดสิ่งใหม่มีผู้นำรุ่นใหม่เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันเราก็จะคอยดูแลปกป้องคนรุ่นเก่ารักษาวัฒนธรรมดีๆ ได้สืบทอดกันอีกยาวนาน

จุดแข็งรอบด้านพิสูจน์ของจริง
แม้วันนี้ธุรกิจขายตรงเจอคู่แข่งพบวิกฤติมากมาย แต่สำหรับซูเลียนเราสามารถก้าวเดินต่อไปได้ ซึ่งมาจากจุดแข็งรอบด้านที่สามารถพิสูจน์ได้จริง เช่น แผนธุรกิจดีโดนใจ สินค้าตอบโจทย์มีการซื้อซ้ำสูง ดังนั้น เป้าหมายซูเลียนสำหรับตัวผมเอง คาดหวังที่จะเห็นธุรกิจก้าวเติบโตต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นในความเป็นธุรกิจมหัศจรรย์แม้เศรษฐกิจประเทศไม่ดีกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง แต่ทว่าท่ามกลางวิกฤตินี้หากใครมองเห็นและก้าวเข้ามาไขว่คว้าโอกาสธุรกิจที่ซูเลียนมอบให้ โอกาสรอดของชีวิตนับว่ามีสูงทีเดียว ขณะเดียวกันเวลานี้หลายคนยังไม่แน่ใจหรือยังไม่สามารถแยกแยะระหว่างธุรกิจขายตรงน้ำดีและธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้มากนัก ก็อย่าเพิ่งปิดกั้นกำแพงหรือเหมารวมขอให้เข้ามาเรียนรู้ก่อนแล้วจะสามารถดูออกว่าธุรกิจของจริงนั้นเป็นอย่างไรหรืออย่างน้อยก็เป็นความรู้ใช้ดูแลตัวเองหนีห่างธุรกิจลวงโลก

มีของดีไม่ต้องใช้พรีเซนเตอร์
วันนี้จะเห็นได้ว่าหลายบริษัทได้ว่าจ้างพรีเซ็นเตอร์มาเป็นตัวช่วยดันสินค้า ตรงนี้มองว่าเป็นการกระตุ้นชื่อเสียงเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่สิ่งที่แน่นอนยาวนานที่สุดคือ “การสร้างชื่อเสียงสินค้า ผ่านปากต่อปากใช้ดีแล้วบอกต่อจะมั่นคงถาวรมากกว่า” ขณะเดียวกันตัวองค์กรเองก็ต้องไม่หยุดนิ่งขยับตัวเองก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก เช่นขณะนี้ซูเลียนได้ทยอย

เปิดตัวสินค้าใหม่ตามเทรนด์ความต้องการ
ของตลาด การสร้างเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การขยายฐานกลุ่มผู้นำคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมไอเดียดีๆ ช่วยกันต่อยอดพัฒนาองค์กร หรือช่วยบริหารทีมแทนผู้นำรุ่นเก่าคุณพ่อคุณแม่ที่ได้สร้างไว้แล้วให้แข็งแรงมีความน่าเชื่อถือโดยขณะนี้ผู้นำคนรุ่นใหม่ซูเลียนมีราว 20% ของฐานสมาชิกทั้งหมดและคาดว่าเมื่อก้าวสู่ยุคการตลาดซูเลียน 4.0 เต็มรูปแบบภายใต้ความทันสมัย เพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานก็จะช่วยผลักดันตัวเลขสมาชิกคนรุ่นใหม่เพิ่มเป็น 50% เราคาดหวังเช่นนี้

You might also like More from author