รณชัย ดัชถุยาวัตร นักธุรกิจเครือข่ายตำแหน่ง Diamond ของ SUCCESSMORE BEING ที่ทำธุรกิจเครือข่ายมาตั้งแต่สมัยเรียน อยู่ในวงการนี้มาถึง 13 ปี แต่กลับไม่เคยได้สิ่งที่หวัง และตั้งใจ จนถึงกับหันหลังไปประกอบธุรกิจส่วนตัว นั่นจึงทำให้เรามีข้อสงสัยว่า ทำไมบริษัทของคนไทยแห่งนี้อย่าง SUCCESSMORE จึงทำให้เขาหวนกลับสู่วงการได้ ซึ่งในวันนี้คอลัมน์ Diamond Club จึงไม่รอช้า ที่จะพาทุกคนมาล้างข้อสงสัยไปพร้อมกันกับเรา

ชายหนุ่มคนนี้จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ รู้จักและทำธุรกิจเครือข่ายมาตั้งแต่สมัยเรียน ดังนั้นพอเรียนจบออกมาเลยใช้เวลาเต็มที่กับโมเดลธุรกิจเครือข่าย แต่ทำมาได้ประมาณ 8 ปี ก็ยังไม่ได้รับในสิ่งที่ตัวเองต้องการ จึงหันเหมาทำธุรกิจส่วนตัว และด้วยความชอบธุรกิจเครือข่ายเป็นทุนเดิม เมื่อมาพบกับ SUCCESSMORE ที่เจ้าของบริษัทเคยทำธุรกิจเครือข่ายและเป็นถึงมนุษย์เงินล้าน เขาจึงไม่รอช้ารีบลงมือทำในทันที

“ผมทำธุรกิจเครือข่ายมาประมาณ 13 ปี ที่เลือกมาทำกับ SUCCESSMORE เพราะเจ้าของเป็นอันดับแรก ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจด้านนี้มาก่อน เพราะหากเจ้าของไม่มีความรู้  ด้านนี้เลย โอกาสที่บริษัทจะไปต่อนั้นค่อนข้างยาก ที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่สำเร็จเพราะความไม่เป็นมืออาชีพ ความไม่เข้าใจของเจ้าของจึงทำให้ธุรกิจไปไม่รอด”

และเขาก็คิดไม่ผิด เพราะเมื่อได้เข้ามาร่วมธุรกิจกับที่นี่ ผู้บริหารทั้ง 2 ท่าน คือ นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ และ CEO นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ทำจริงทุกคำพูดที่ได้กล่าวเอาไว้ ทั้งการขยายสาขาออกไปใน 6 ประเทศ ถึงกว่า 30 สาขา จากการลงทุนด้วยเงินสดตนเองทั้งหมด โดยเขาบอกว่า ที่ทั้ง 2 ท่าน ทำเช่นนี้ได้ก็เพราะเข้าใจในระบบ และธุรกิจอย่างแท้จริง จึงทำให้ SUCCESSMORE ทะยานขึ้นมาอยู่ระดับต้นๆ ในระยะเวลาเพียง 5 ปี

“ตอนนี้ผมมีทีมงานกว่า 30,000 คน เพียงเพราะแค่เดินตามระบบ SLA (Successmore Leadership Academy) ที่เป็นระบบขับเคลื่อนความสำเร็จ ทั้งเคลื่อนคน พัฒนาทักษะ พัฒนาภาวะผู้นำและการบริหาร สื่อการเรียนรู้ การทำงานและการขยายตลาด ที่ถูกคิดค้นโดยท่านประธานทั้ง 2 ท่าน ได้กลั่นกรองออกมาแล้วว่าหากเดินตามแบบนี้นักธุรกิจจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้พื้นฐาน จะเป็นศูนย์เลยก็ตาม เพราะทำให้ทำงานง่ายมาก แค่ล้อไปตามระบบ ความมั่นคง และการขยายสาขาอะไรต่างๆ ก็มั่นใจ และทำตามได้ทันที”

สำหรับการวางแผนด้านการตลาดของเขา จะมีการผลักดันทางด้านออนไลน์เพิ่มขึ้น ซึ่งในตัวบริษัทเองก็พยายามผลักดันเรื่องของโมเดลออนไลน์อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเบื้องต้นก็จะยังไม่ทิ้งฐานทางด้านออฟไลน์ ที่ทำได้ดีอยู่แล้วตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่านำมาทำควบคู่เพื่อเหนี่ยวนำให้คนเข้ามาเห็นโอกาส ในการทำธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ ที่จะทำให้มีคนเข้ามาพัฒนาธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น  อีกมากมาย

ตอนนี้ผมยืนอยู่ในตำแหน่ง Diamond แต่มีเป้าหมายระยะใกล้ที่จะขึ้นไปสู่ตำแหน่ง Blue Diamond ซึ่งหากถามถึงรายได้ตอนนี้ทำมา 5 ปี ก็มีรวมๆ แล้วกว่า 10 ล้านบาท  ที่ทำได้ถึงในระดับนี้ก็เพราะ SUCCESSMORE มีความพร้อมของสินค้าที่คุ้มค่าเงิน แผนการตลาดตอบโจทย์ ที่สำคัญมีระบบรองรับให้เดินเป็นสเตป ซึ่งคนที่ไม่มีความรู้เลยก็สามารถประสบความสำเร็จได้ อยากให้ลองเปิดใจ เข้ามาศึกษาดูสักครั้ง พกมาแค่เพียงความตั้งใจ ผมมั่นใจว่าที่นี่จะตอบโจทย์ให้สำเร็จ ได้แบบยั่งยืน”

 

You might also like More from author