ท่ามกลางกระแสความล้ำหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดและรวดเร็ว!!ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนรวมถึงพฤติกรรมและความคาดหวังต่อการดำเนินงานของธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจที่สามารถพัฒนานำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้อย่างสร้างสรรค์นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจแล้วยังถือเป็นกลไกสำคัญทั้งในด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และในด้านการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองต่อวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปซึ่งนั่นหมายรวมถึงโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย เช่นเดียวกับข้อมูลการศึกษาของ MIT Initiative     on Digital Economy ที่ทำการสำรวจพบว่า ธุรกิจที่นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ได้อย่างเหมาะสมจะสามารถทำกำไรได้มากกว่าธุรกิจทั่วไปในอุตสาหกรรมเดียวกันสูงถึงกว่า 26% โดยเฉลี่ย เลยทีเดียว

ซึ่งนั่นก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ได้ให้มุมมองถึงแนวทางการทำธุรกิจขายตรงที่จำเป็นต้องมีนวัตกรรมนำทางอยู่เสมอด้วยเช่นกันว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมขายตรงไทยมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 7.1 หมื่นล้านบาท อีกทั้งในปี 2561 ก็คาดว่าจะสามารถขยับตัวเลขการเติบโตขึ้นอีกราว 3% โดยปัจจัยที่เกื้อหนุนการเติบโตดังกล่าวนอกจากจะมีปัจจัยหลักมาจากการที่กลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่สุขภาพและความงามมากยิ่งขึ้นแล้วยังมีปัจจัยสำคัญจากการที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกันยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่าซึ่งสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการเองต่างก็มุ่งเน้นความสำคัญไปที่การพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างในทางธุรกิจและเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับความคิดเห็นของ ดร.สมชาย หัชลีฬหา นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) ที่ได้เน้นย้ำความสำคัญของคำว่า “นวัตกรรม” ในแง่ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีทางดิจิทัล หรือนวัตกรรมทางการตลาด หรือนวัตกรรมที่เป็นเครื่องมือธุรกิจ หรือนวัตกรรมในด้านผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการก็ตามล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนนำพาธุรกิจให้เติบโต โดดเด่นและแตกต่างรวมทั้งเสริมสร้าง คุณค่า (Value) ที่ก่อเกิดประโยชน์กับลูกค้าผู้บริโภค ยิ่งกับยุคนี้สำหรับลูกค้าผู้บริโภคแล้วต่างพร้อมใจที่จะจ่ายเงินให้มากกว่าเพื่อสิ่งของสินค้าหรือบริการที่ไม่เพียงแค่ดีกว่าแต่ยังต้องให้คุณค่าที่มากกว่าโดยเฉพาะคุณค่าที่มากกว่าจากนวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อลูกค้าผู้บริโภคนั่นเอง  “อย่างทุกวันนี้เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้วก็ถือเป็นความ      ท้าทายของธุรกิจที่ต้องคิด ต้องรู้ ต้องเข้าใจและต้องปรับตัวเองให้ทันให้สามารถเติบโตขึ้นได้ โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในการสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล รวมถึงการมองหาโอกาสใหม่ๆจากการพัฒนานำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีทางดิจิทัลมาพลิกเกมการแข่งขันทางธุรกิจให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นได้นั่นแหละคือ การคิดการมีและการต่อยอดที่ดีกว่าเหนือกว่าในทางธุรกิจด้วยนวัตกรรมที่เป็นเสมือนอาวุธดิจิทัล…” 

ส่วนทางด้าน ศศิกาญจณ์ อัศวเมธ นายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) กล่าวไว้  ก่อนหน้านี้ถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจขายตรงในไทยโดยเฉพาะในปี 2562 อันใกล้จะมาถึงนี้โดยเชื่อมั่น  ว่าจะสามารถเติบโตต่อไปได้อีกในอัตรา 5% ใกล้เคียงกับอดีตที่เคยโตถึง 4-5% มาแล้วส่วนปัจจัยบวกที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจขายตรงในไทยเติบโตได้ต่อเนื่องโดยหลักๆเป็นปัจจัยบวกที่มาจากการปรับตัวของธุรกิจขายตรงเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มีการพัฒนานำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและโซเชียลเน็ตเวิร์คมาใช้ในการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์ทั้งกับลูกค้าและต่อยอดธุรกิจให้เติบโต

ในขณะที่ผู้บริหารทายาทรุ่น 2 ของค่ายยักษ์ขายตรงโมเดิร์นเทรด “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” อย่าง “อาสา หัชลีฬหา” ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร J&C ซึ่งรับผิดชอบดูแลงานด้านการตลาด    ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านการสร้างภาพลักษณ์สาขา JC Mall, JC Shop และด้านการสื่อสารองค์กร กล่าวว่า การทำตลาดยุคนี้นอกจากจะต้องแข่งขันกับธุรกิจด้วยกันแล้วยังต้องแข่งกับตัวเราเอง โดยเฉพาะการพัฒนาตัวเองพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆและรู้จักใช้ดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ทั้งทางธุรกิจและลูกค้าสมาชิก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสในการแข่งขัน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาธุรกิจ J&C ไปสู่เป้าหมายความ สำเร็จภายใต้โอกาสทางอาชีพที่เป็นไปได้ ทำง่าย มั่นคง

ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจ J&C ทำมาตลอดคือการไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ รวมทั้ง ต่อยอดและสร้างเครื่องมือทางการตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมตลอดเวลา เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจของนักธุรกิจให้หลากหลายครอบคลุมตอบโจทย์การทำธุรกิจเขาให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย โมบายแอปพลิเคชั่น แคมเปญไซด์ การจัดงานครบรอบการดำเนินธุรกิจ J&C ในแต่ละปี การจัดกิจกรรมพิเศษส่งเสริมการขาย หรือแม้แต่ช่องทางการทำรายการทีวี JC TV ของเราก็จะเห็นได้ถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดดเด่นเพื่อสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ เป็นต้น เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับลูกค้า J&C และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ที่ต้องทำคู่ขนานไปด้วยกัน

You might also like More from author