“นู สกิน” ปลื้มหลังผนึกพันธมิตรมืออาชีพโลจิสติกส์ดันขยายฐานลูกค้าเติบโตกว่า 30% สร้างฐานลูกค้าใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย ในปีนี้ พร้อมกางแผนปี 2562 เปิดตลาดเชิงรุก 360 องศา ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
วิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกปี 2561 โดยผลประกอบการภาพรวมของบริษัทยังคงเป็นไปในทิศทางบวกใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในส่วนยอดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมธุรกิจมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้มาพร้อมกับข่าวดีภายหลังที่ได้พันธมิตรอาชีพมาช่วยในระบบโลจิสติกส์ลำเลียงขนส่งสินค้าทำให้นู สกินสามารถขยายฐานลูกค้าเติบโตอย่างรวดเร็ว
“อย่างที่ทราบกันว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นู สกิน ได้เป็นพันธมิตรกับ LF Logistics ผู้จัดการด้านโลจิสติกส์ที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ให้เข้ามาช่วยดูแลและจัดการเรื่องระบบการขนส่งและเป็นคลังสินค้าให้กับบริษัท ซึ่งแผนการขยายคลังสินค้าของบริษัทนี้จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ และระบบการจัดการนี้จะช่วยให้ นู สกิน สามารถเพิ่มความพึงพอใจต่อผู้บริโภคได้ โดยจะสามารถขยายฐานลูกค้าให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ขณะเดียวกันได้สร้างลูกค้าใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 รายในปีนี้”
อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่เกิดขึ้น มาจากสินค้านวัตกรรมคุณภาพที่นู สกินมี โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มบิวตี้แกดเจ็ต จะเป็นกลุ่มสินค้าชูโรงของ นู สกิน ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ “กลุ่มผลิตภัณฑ์ กัลวานิค ซิสเต็ม” ที่เป็นเครื่องมือทำทรีตเม้นต์ให้ผิวหน้าและผิวกายด้วยตนเอง “กลุ่มผลิตภัณฑ์ เอจล็อค มี” เป็นเครื่องมือผลิตครีมบำรุงผิวหน้าเฉพาะบุคคลที่สามารถออกแบบสูตรได้มากกว่า 2,000 สูตร และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาที่มีชื่อว่า “เอจล็อค ลูมิสปา” ซึ่งได้ผลตอบรับดีมากในเดือนที่เปิดตัว และคาดการณ์สัดส่วนยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพอร์ซันแนลแคร์เทียบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็น 50:50 โดยมีสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์บิวตี้แกดเจ็ด ไม่ต่ำกว่า 30% ของยอดขายรวมในแต่ละเดือน
สำหรับทิศทางตลาดปี 62 วิภาดา กล่าวว่า นู สกินทั่วโลก จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่จุดหมายเดียวกันคือ เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ 3P (Products, Programs, Platforms) พร้อมกับให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตตามเทรนด์โลกอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะออนไลน์แพลตฟอร์ม เนื่องจากมองว่าช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนยุคใหม่ที่นิยมใช้สื่อออนไลน์ในชีวิตประจำวัน เข้ามาเป็นสมาชิกหรือมาเป็นลูกค้าของเราเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นนั้น นู สกิน มุ่งเน้นทำการตลาดเชิงรุกทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป โดยจะเน้นไปที่สัดส่วนออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเป็น 60% จากปัจจุบันยอดขายออนไลน์มีสัดส่วนอยู่ที่ 50% และออฟไลน์ 50% แผนนี้จะช่วยให้นักธุรกิจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นและขยายงานได้มากขึ้น และในสถานการณ์ปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีการแข่งขันสูง บริษัทจึงต้องเตรียมแผนการส่งเสริมตลาดให้รอบด้านครอบคลุม 360 องศา เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มในการเพิ่มความสะดวกให้กับนักธุรกิจและผู้บริโภค รวมทั้งการเทรนนิ่งให้ความรู้และพัฒนานักธุรกิจให้เป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทจะมุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน และให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา รวมถึงบิวตี้แกดแจ็ตในการทำตลาด เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ในส่วนของการส่งเสริมการตลาดเรายังได้นำผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Social selling เข้ามากระตุ้นตลาด รวมถึงกิจกรรมเอ็กซ์โป งานที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ของ นู สกิน มาไว้ในงาน โดยจัดขึ้นประจำทุกไตรมาสเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง”

You might also like More from author