“แชมป์ ออฟ แชมป์” ประกาศเป้ายอดขายสิ้นปี 1,500 ล้านบาท หลังจากมีการปรับปรุงระบบการทำงานภายในทั้งระบบออฟไลน์และระบบออนไลน์ เปิดกลยุทธ์ ปี 2562 เตรียมเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่หลายรายการ เตรียมเซ็นสัญญาบริษัทญี่ปุ่นต้นเดือนมกราคม
ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร ประธาน บริษัท แชมป์ ออฟ แชมป์ อินโนเวชั่น จำกัด หรือ CCI เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ ถึงแม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในบริษัท ซึ่งมีผลจากการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยีที่เข้ามา ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ในการทำงาน มีการทำงานทั้งแบบออฟไลน์และแบบออนไลน์ผสมผสานกันอย่างลงตัวในปัจจุบัน คาดสิ้นเดือนธันวาคม บริษัทสามารถทำยอดขายรวมทั้งสิ้นทะลุ 1,500 ล้านบาทอย่างแน่นอน และพร้อมที่จะปั้น CCI เป็นแบรนด์ระดับประเทศให้ได้ และการเข้ามาร่วมบริหารงานของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพ CCI ให้เกิดความแข็งแกร่งขึ้น
“หลังจากที่เรามีการปรับโครงสร้างการทำงานภายในของบริษัทเพื่อให้บริษัทก้าวสู่ธุรกิจเครือข่ายระดับประเทศ โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยในการบริหาร ซึ่งตอนนี้ได้ให้ลูกชาย “ณสกล โพธิ์วิจิตร” เข้ามาช่วยดูแลกิจการเพิ่มมากขึ้นในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ หลังจากที่ทุกอย่างมีการปรับจูนลงตัว ทำให้ยอดขายบริษัทเริ่มมีทิศทางบวกอีกครั้ง โดยในปี 2561 คาดว่าจะมียอดขายรวมตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจ CCI รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายปีแรก 100 กว่าล้านบาท ปีที่ 2 รายได้ประมาณ 500 ล้านบาท และเข้าสู่ปีที่ 3 ประมาณ 800 ล้านบาท ปัจจัยที่ทำให้บริษัทมียอดขายเติบโตต่อเนื่องเพราะบริษัทคือตัวจริงในการทำธุรกิจขายตรง”
สำหรับในปี 2562 บริษัทได้วางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจเรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของโรงงานการผลิตที่มีการสร้างขึ้นเพิ่มเติมใกล้เสร็จเรียบร้อยตามเป้าหมายที่วางไว้ ตอนนี้เตรียมความพร้อมในขั้นตอนกระบวนการผลิต โดยจะมีโรงงานผลิตยาที่จะเข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่จะเข้ามาในต้นปี 62 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หยอดตา และยังมีการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งมีตัวเด่นที่จะเปิดตัวต้นปีคือผลิตภัณฑ์ “Di8Pro” ตอนนี้ได้มีการนำผลิตภัณฑ์มาให้นักธุรกิจได้ทดลองใช้แล้ว และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากนักธุรกิจ คาดว่าเมื่อมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะขายมารถทำยอดขายสูงได้ดีอย่างแน่นอน นอกจากนี้บริษัทยังได้นำระบบ One Dropship เข้ามาจัดการในการขายของตัดราคา เพราะบริษัทจะบริหารจัดการเรื่องสต็อกสินค้าให้กับสมาชิกเองได้แบบครบวงจร
“สำหรับการร่วมมือกับบริษัท “Oryza” ตอนนี้ทางนั้นเขาต้องการที่จะเซ็นสัญญาความร่วมมือกันให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมกราคมจะมีการทำสัญญาอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ทำให้บริษัทญี่ปุ่นกล้ามาลงทุนร่วมกับเรา มีปัจจัยมาจากความเชื่อมั่นในตัวเราว่ามีขีดความสามารถในการทำงานได้ และมีความจริงใจมีความซื่อสัตย์ในการร่วมธุรกิจระหว่างกัน และสิ่งที่ทาง “Oryza” จะเข้ามาช่วยเราก็คือเทคโนโลยีที่ทันสมัยในกระบวนการผลิต”

You might also like More from author