“ขวัญชนก” ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์  “วิงค์ไวท์”  ตั้งเป้าการทำธุรกิจยอดขายเติบโต 1,000 ล้านบาท ปี 2562 เตรียมเพิ่มกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางเพิ่ม จัดระรบฝึกอบรมสมาชิกในการให้ความรู้เรื่องภาษี เตรียมทุ่มงบประมาณ 40 ล้าน สร้างโรงงานผลิต เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง  

ขวัญชนก ทวนวิจิตร ประธาน บริษัท วิงค์ไวท์ พานาเซีย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้แบรนด์  “วิงค์ไวท์”  เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงาน “Wink White Award 2018” เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจความงาม โดยในปี 2562 บริษัทเตรียมจะทำการตลาดแบบจัดหนักจัดเต็มมากยิ่งขึ้น เพราะเชื่อว่าแนวโน้มธุรกิจความงามในปีหน้ายังคงได้รับความนิยมและยังคงเติบโตต่อเนื่องอย่างแน่นอน ทำให้ผู้ประกอบหลายๆแบรนด์เริ่มแตกไลน์ผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค มั่นใจปี 2562 บริษัทจะมียอดเติบโต 1,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

“ในตลาดความงามยังคงมีการแข่งขันกันสูงมากในทุกๆ ปี หลายเบรนด์เริ่มเพิ่มทางเลือกของสินค้ามากขึ้น ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตเพิ่มมากขึ้น โดยในปีหน้าจะมีการเพิ่มไลน์สินค้าให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางในราคาที่สมาชิกสามารถจับต้องได้ ซึ่งในปีหน้าบริษัทคาดว่าจะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นแตะ 1,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน โดยในปีนี้บริษัทมียอดขายปิดที่ 500 ล้านบาท โดยมีปัจจัยการเติบโตแบบก้าวกระโดดมาจากการจัดโปรโมชั่นของสินค้า รวมไปสินค้าที่มีคุณภาพใช้แล้วเห็นผลในราคาที่สามารถจับต้องได้”

ทั้งนี้ในฐานะผู้ประกอบการในธุรกิจความงาม คาดว่าหลังจากการเลือกตั้งแล้วเสร็จ เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้นตามลำดับ ทำให้ส่งผลดีต่อธุรกิจความงามในภาพรมอย่างแน่นอน ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอย ในส่วนแบรนด์ “วิงค์ไวท์” ก็จะได้รับอานิสงส์นี้ด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องของรัฐบาลจะมีการเก็บภาษีออนไลน์นั้น ซึ่งแน่นอนธุรกิจความงามที่ส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ จะได้รับผลกระทบในภาพรวม แต่ถ้ามองกลับกันก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะการทำธุรกิจจะต้องให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อที่รัฐบาลจะนำเม็ดเงินเหล่านั้นมาบริหารประเทศ

“ในตอนนี้หลังจากที่มีเรื่องของกฎหมายการเก็บภาษีของธุรกิจออนไลน์ เราในฐานะผู้ประกอบการและมีตัวแทนเป็นจำนวนมากที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ บริษัทเตรียมที่จะจัดฝึกอบรมให้ความรู้กับสมาชิกในการเสียภาษีอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำหนดเกณฑ์การรับโอนเงินปีละ 3,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 10 ครั้งขึ้นไป หรือรับโอนเงิน 200 ครั้งแต่มีจำนวนมากกว่า 2,000,000 บาท เข้าเกณฑ์ธุรกรรมอันไม่ปกติในเรื่องของการขายของผ่านระบบออนไลน์ที่ต้องเสียภาษี”

ขณะที่กลยุทธ์ปี 2562 บริษัทเตรียมงบประมาณในการลงทุนเพิ่มกว่า 40 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานการผลิตที่ จ.ลพบุรี บนพื้นที่ 4 ไร่ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ และพร้อมเดินเครื่องการผลิตกลางปี 2562 โดยโรงงานดังกล่าวจะใช้สำหรับผลิตสินค้าให้กับบริษัทและใช้ในการรับจ้างผลิตในอนาคต นอกจากนี้จะขยายตลาดไปยังประเทศในกลุ่มแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศไนจีเรีย เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการพัฒนาสินค้าและเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจัง พร้อมทั้งขยายตลาดเข้าไปในประเทศกลุ่มอาเซียนให้ครบทุกประเทศ โดยช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปเปิดบริษัทในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และจะมีการขยายไปยังสปป.ลาว ในเร็วนี้ สำหรับสัดส่วนยอดขายในตอนนี้แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 10% และตลาดในประเทศ 90%

 

You might also like More from author