“กิฟฟารีน” ตอกย้ำเป้า 5 พันล้าน❗ ติดอาวุธเครื่องมือออนไลน์

“กิฟฟารีน” เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมพัฒนายกระดับการเรียนรู้ธุรกิจผ่านแอปพลิเคชัน Giffarine Expert Plus จับกระแสเทรนด์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสินค้าที่มีความจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน ตอกย้ำเป้าหมายหลักฝ่าวิกฤติโควิด-19 สิ้นปีสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย แต่โชคดีที่กิฟฟารีนตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาด โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามา มีบทบาทในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ และยังคงมีการเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การเทรนนิ่งนักธุรกิจออนไลน์ การจัดกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ การสื่อสารกับลูกค้าในรูปแบบออนไลน์ หรือแม้แต่การนำเสนอสินค้าสู่ผู้บริโภคในช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงรูปแบบการสั่งชื้อสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทอย่างครบวงจร

“เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจก็ต้องตามให้ทันกระแสของผู้บริโภค ทุกวันนี้กิฟฟารีนมีการปรับเปลี่ยน รูปแบบการใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อช่วยยกระดับการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ทำให้การระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้ บริษัทสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที เมื่อมีการล็อกดาวน์ประเทศ นักธุรกิจไม่สามารถจัดงานประชุมได้ บริษัทก็มีระบบการฝึกอบรมให้นักธุรกิจทำธุรกิจออนไลน์ ให้รู้จักการทำงานในหลาย ๆ แพลตฟอร์มที่บริษัทจัดเตรียมไว้ให้ เช่น การทำสตรีมมิ่ง หรือการทำเฟซบุ๊กไลฟ์ การเรียนรู้ และนำคอนเท้นต์ของบริษัทไปทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งในแต่ละเดือนบริษัทจะมีตารางการเรียนรู้ในการทำธุรกิจ 10 วันต่อเดือน ทำให้สมาชิกทุกคนสามารถเข้าเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการตลาดออนไลน์ได้ตลอดเวลา”

นอกจากนี้ กิฟฟารีน ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน Giffarine Expert Plus เพื่อช่วยให้นักธุรกิจกิฟฟารีน และสมาชิกกิฟฟารีนได้รับข้อมูลข่าวสารและกิจกรรม ได้อย่างรวดเร็ว โดยจะมีข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ในการทำธุรกิจกิฟฟารีนให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และการเปิดช่างทางให้นักธุรกิจขึ้นทะเบียนสมัครบัตร E-Business Giffarine ในการขายผ่านช่องทาง E-Market Place เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจยุคใหม่ที่สามารถสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธ์ในครึ่งปีหลังนั้น ด้วยภาวะของสภาพเศรษฐกิจและการระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ลูกค้าอาจมีกำลังซื้อที่น้อยลงและลดลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ออกแบบกลยุทธ์การนำเสนอสินค้าที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และสินค้าที่เป็นของแถมต่าง ๆ และบริหารจัดการกลไกของคุณภาพและราคาให้มีความสอดคล้องควบคู่กันไปด้วย

ในปัจจุบันผู้บริโภคจะเน้นเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อสุขภาพและสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยสินค้า 2 กลุ่มนี้ กิฟฟารีน มีครอบคลุมหมดอยู่แล้ว และอีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญคือการออกผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับสภาวะความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตอนนี้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่จากสารสกัดฟ้าทะลายโจรและกระชายขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดมีความต้องการสูง ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิกและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม โลกของอุตสาหกรรมขายตรงหลังโควิด-19 ยังคงคอนเซ็ปต์ขายตรงอยู่ในการสร้างงานสร้างอาชีพ แต่สิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนการให้ บริการ การซื้อขาย หรือการทำธุรกรรมบางอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยในปี 2564 อาจจะเป็น การปรับตัวเพื่ออยู่รอดในสถานการณ์วิกฤติ และในปี 2565 เป็นการการปรับตัวเพื่อการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ เพราะเมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ธุรกิจก็จะต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย
ทั้งนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 ของปีนี้ ซึ่งแย่กว่าในปีที่ผ่านมาเยอะมาก โดยมีตัวชี้วัดมาจากยอดผู้ติดเชื้อที่แตะ 20,000 คนต่อวัน ทำให้มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของคนแน่นอน โดยปีนี้บริษัทพยายามรักษายอดขายไม่ให้ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนจะปิดยอดขายที่เท่าไหร่ต้องรอดูว่ากำลังซื้อปลายปีจะเป็นไปในทิศทางไหน ส่วนยอดสมาชิกรายใหม่ที่สมัครเข้ามาทำธุรกิจยังคงทรงตัวอยู่ระหว่าง 7,000-10,000 รหัสต่อเดือน