"

“อิทธิพร อินทนปสาธน์” การแข่งขันรุนแรง…ต้องความจริงใจเข้าสู้

การทำงานอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา คือคุณสมบัติสำคัญสำหรับตัวแทน รวมถึงนายหน้าประกันภัย เพราะไม่เพียงสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงเส้นทางเดินและความมั่นคงในอาชีพนี้ในระยะยาวอีกด้วย

อิทธิพร อินทนปสาธน์ ที่ปรึกษาประกันวินาศภัย เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย เล่าว่า ได้ทำงานกับ เอ็ม เอส ไอ จี ตั้งแต่ปี 2532 ตั้งแต่ยังเป็น ซีจียู ประกันภัย ปัจจุบันก็ยังเลือกที่จะทำงานกับองค์กรแห่งนี้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ก็ตามหากยังคงมั่นใจระบบการดำเนินงาน รวมถึงความมั่นคงแข็งแรก่งขององค์กร

ที่จริงแล้ว อิทธิพร มีคนรู้จักคุ้นเคยอยู่ในสายธุรกิจประกันภัยก่อนถูกชักชวนให้มาลิ้มลองลุยงานทางสายนี้ อีกทั้งเห็นความสำคัญของการมีประกันภัยที่ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยง ช่วยบรรเทายามเกิดเหตุไม่คาดฝัน เรียกว่าเข้าใจในบทบาทของประกันภัยได้อย่างดีจึงเข้ามาทำงานส่วนนี้พร้อมกับให้คำปรึกษาแนะนำต่อลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครอง

อิทธิพร ยังเล่าต่อไปอีกว่า การแข่งขันในปัจจุบันนั้นรุนแรงมาก โดยเฉพาะเรื่องของการตัดเบี้ยจากคู่แข่ง ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับนายหน้าหรือตัวแทนที่ต้องการดึงลูกค้าไปย่อมต้องกดราคาเบี้ยให้ต่ำลง แต่นั่นไม่ใช่วิธีการแข่งขันที่ดีนัก เนื่องจากตนเลือกที่จะแข่งขันทางด้านบริการ และใช้ความจริงใจ ในการการดูแลเอาใจใส่ลูกค้ามากกว่า ดังนั้นที่ผ่านมาเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็ต้องยอมให้ลูกค้าไป แต่ท้ายสุดลูกค้าก็จะกลับมาหาเองเพราะสู้ในเรื่องของการให้บริการไม่ได้

ทั้งนี้ ประกันภัยทรัพย์สิน เช่น การประกันอัคคีภัยการประกันภัยการเสี่ยงภัยทุกชนิด เป็นแบบประกันที่โรงงานส่วนใหญ่ทำ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมได้ทุเลาลงอัตราเบี้ยประกันก็ได้ลดลงอย่างมากจากการแข่งขันแย่งพอร์ตงาน และว่ากันว่าอัตราดังกล่าวยังถูกกว่าเบี้ยก่อนน้ำท่วมด้วยซ้ำ

ปัจจุบันพอร์ตงานของ อิทธิพร ส่วนมากเป็นเป็นประกันภัยในส่วนของโรงงาน ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก นอกจากนี้ก็มีพอร์ตงานประกันภัยขนส่งทางทะเล โดยที่ปีที่ผ่านมาทำเบี้ยประกันภัยได้ 12 ล้านบาท แต่ปี 2560 คาดว่าเบี้ยจะลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจ บวกกับการแข่งขันตัดราคาเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า

อิทธิพร เล่าว่าการทำงานของนายหน้าก็เหมือนี่ปรึกษา อย่างการรับงานในส่วนของประกันโรงงานโดยมากก็จะเดินทางไปตรวจสอบสินทรัพย์พร้อมกับฝ่ายสำรวจภัย เพื่อให้เห็นงานที่จะเข้าไปรับมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน และจะต้องปรับปรุงแผนผังรงงานใหม่หรือไม่อย่างไรเพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยสุด ซึ่งจะมีผลต่อการเข้าไปรับประกันภัย นอกจากนี้ก็จะแนะนำ หรืออธิบายเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ลูกค้าเข้าใจ และหากมีการเสนองานจากคู่แข่งเจ้าอื่นก็จะมีนั่งวิเคราะห์ให้ลูกค้าได้เห็นถึงจุดเด่น ข้อแตกต่างให้ด้วย เรียกว่าเป็นการให้คำปรึกษากับลูกค้า

และเนื่องจากคลุกคลีอยู่ในแวดวงประกันภัยมานาน จึงมีความเข้าใจในเงื่อนไขของกรมธรรม์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในฐานะคนกลางระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯจึงสามารถช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยกรณีเกิดเคลมให้ได้

“เวลาลูกค้าเกิดปัญหาในฐานะคนกลางก็จะเข้าไปตามเรื่องให้ว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว เพื่อรายงานให้เขาได้ทราบจะได้ไม่เป็นกังวล ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะการเป็นนายหน้าหรือตัวแทน ไม่ใช่แค่ขายประกันเท่านั้นยังต้องขายบริการที่ดีด้วย”

นอกจากนี้ เอ็ม เอส ไอ จี ยังได้เริ่มเข้ามาจับตลาดรถยนต์ ซึ่ง อิทธิพร เองก็ได้มีพอร์ตงานในส่วนนี้เช่นกัน โดยได้แนะนำอยากให้มีการพัฒนาเรื่องระบบการเคลม เนื่องจากยังมีความล่าช้าอยู่มากในส่วนของการสั่งอะไหร่ นับเป็นจุดที่บริษัทต้องเร่งปรับปรุง ส่วนในเรื่องของ ชื่อเสียง ความมั่นคงแข็งแกร่งทางการเงินนั้นไม่เป็นรองใคร จึงยังคงให้การสนับสนุน เอ็ม เอส ไอ จี ต่อไป

  อิทธิพร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่ปรึกษาประกันภัยหากทำให้ลูกค้าเชื่อใจ และพอใจในบริการ ต่อให้มีคู่แข่งมากี่รายลูกค้าก็ยังเลือกทำประกันภัยกับคนที่เขาไว้วางใจ ซึ่งแน่นอนว่าจะสะท้อนกลับไปยังตัวบริษัทฯ ที่เจริญเติบโตได้อย่างมั่นคง ก็เพราะลูกค้าให้การสนับสนุน  

You might also like More from author