"

“งานเครือข่าย หาคน หาที่ไหน หาอย่างไร”

คำโบราณท่านสอนไว้ดีนะครับว่า “ดูหนังดูละคร แล้วให้ย้อนดูตัว” ผมว่า การทำงานเครือข่าย ก็สามารถเอาคำพูดประโยคนี้มาใช้ได้นะครับ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังคิดจะเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายอย่างจริงจัง

ใครที่คิดจะเอาดีในงานเครือข่าย สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้คือ เป้าหมายในการเข้ามาทำธุรกิจ คือ ต้องพยายามหารายได้ให้มากพอสมควร คืออย่างน้อยก็ต้องพอกินพอใช้ในแต่ละวัน และที่สำคัญอีกอย่างคือ ต้องเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอด้วย

เรื่องรายได้ สำหรับบางคนอาจหาได้ไม่ยาก ยิ่งถ้าเป็นคนขายเก่ง ก็จะสามารถหารายได้จากการขายได้อย่างสบาย แต่ถึงแม้เราจะเป็นคนขายเก่งอย่างไร เราก็ต้องไม่ลืมว่า คนเรามันไม่ได้แข็งแรงเหมือนเครื่องจักร คงต้องมีบ้าง ที่มีวันที่เราเจ็บป่วย เบาบ้าง หนักบ้างเป็นธรรมดา

สิ่งที่ต้องคิดคือ ในวันที่เราเจ็บป่วยอยู่นั้น เราก็ไม่ได้ออกขาย นั่นก็หมายถึงว่า วันนั้นเราก็จะไม่มีรายได้เช่นกัน แต่ปัญหาแบบนี้ จะไม่เกิดกับคนที่ทำงานขายแบบธุรกิจเครือข่าย เพราะถึงแม้วันนั้นเขาจะเจ็บป่วยไม่ได้ออกขาย แต่เครือข่ายของเขาก็ยังคงทำงานอยู่ รายได้จึงมิได้หดหายไปไหน ถึงแม้จะนอนเจ็บป่วยอยู่ก็ตาม ซึ่งถือได้ว่า เป็นการทำงานที่มีความมั่นคงในรายได้อย่างหนึ่งทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เราต้องรับรู้อย่างหนึ่งไว้ด้วยว่า ความมั่นคงในรายได้ตามที่ว่ามานั้น จะเกิดขึ้นได้ เราต้องมีทีมงานเครือข่ายที่เข็มแข็งและมีความสามารถในเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งปัจจัยที่จะช่วยทำงาน ให้ทีมงานเครือข่ายของเราเข้มแข็งได้นั้น มี 3 คำ คือ หาคน สร้างคน รักษาคน ซึ่งในตอนนี้ จะขอพูดเฉพาะเรื่อง การหาคน เพียงอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงการหาคน ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่า มันเหมือนกับเส้นผมบังภูเขา เพราะจะได้ยินจากนักธุรกิจเครือข่ายบ่นอยู่เป็นประจำว่า หาคนยาก พอพูดไปว่าจะชวนทำงานงานขายหรืองานเครือข่าย เขาก็ปฏิเสธทันที

ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีคิด รวมถึงวิธีทำ ในการหาคนเข้ามาในเครือข่ายนั้น ไม่ถูกต้อง ที่ว่าคิดผิดนั้นก็คือ คิดว่า การไปหาลูกค้าแต่ละรายนั้นต้องฉวยโอกาสชักชวนให้มาทำธุรกิจด้วย พอคิดผิด ก็ทำผิดคือ ระหว่างการนำเสนอสินค้า หลายคนก็มักจะพูดจาเพื่อจูงใจหรือชักชวนว่า ทำธุรกิจนี้มันดีอย่างไร มันทำให้มีรถ มีบ้าน อะไรทำนองนี้เป็นต้น

การทำแบบนี้  ถ้าบังเอิญคนที่คุยด้วย เคยมีประสบการณ์หรือความรู้ในเรื่องธุรกิจเครือข่ายมาอยู่ก่อนแล้ว ก็อาจเป็นไปได้ว่าเขา อาจจะสนใจและสมัครเข้าร่วมทำธุรกิจกับเราเลย แต่ถามหน่อย ปกติคนที่เราพบนั้น จะมีคนแบบนี้อยู่ซักกี่คน ซึ่งแน่นอนว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก

เมื่อคนส่วนใหญ่ที่เราไปนำเสนอ เป็นคนที่ไม่รู้จักงานเครือข่ายดีพอ แต่อาจเพียงสนใจแค่สินค้าที่เราไปเสนอขายเพียงเท่านั้น ทันทีที่เราพูดชักชวนให้มาทำธุรกิจ การปฏิเสธก็จะเกิดขึ้นทันทีเช่นกัน และยิ่งถ้าเราพยายามที่จะชักชวนให้ได้ ลูกค้าก็รู้สึกไม่ดีที่เราไปตื้อเขา จนสุดท้าย นอกจากที่เขาจะปฏิเสธไม่ซื้อสินค้าของเราแล้ว เขายังอาจจะปฏิเสธที่จะพบคนที่ชอบตื้ออย่างเราตลอดไป ก็เป็นได้

อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจตั้งคำถามในใจขึ้นมาว่า “อ้าว… แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้ เราจะไปหาคนได้จากที่ไหนกันล่ะ….”   ก็อยากจะบอกว่า ก็หาจากลูกค้าที่เราขายของนี่แหละครับ แต่ต้องมีวิธีมองหา ไม่ใช่หาแบบตัวอย่างที่ยกมา และถ้าจะให้เข้าใจง่ายขึ้น จึงอยากจะบอกถึงพัฒนาการของคนทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งมีเส้นทางเดินดังนี้

เริ่มต้น ก็คือเป็นลูกค้าก่อน นั่นก็หมายความว่า เรามีหน้าที่อันแรกคือ ต้องพยายามแนะนำสินค้า จนทำให้เขาตัดสินใจซื้อให้ได้เสียก่อนเป็นอันดับแรก

จากนั้น เราต้องพยามติดตามด้วยว่า เมื่อซื้อสินค้าไปแล้ว เขาได้นำไปกินไปใช้ตามสรรพคุณที่สินค้ามีหรือไม่ มันจะเป็นตัวชี้วัดให้เราได้รู้ว่า ตอนที่เขาซื้อเรานั้น เขาซื้อเพราะเกรงใจ หรือซื้อเพราะเข้าใจและเห็นถึงคุณประโยชน์ของมันจริง

ขั้นที่สอง ถ้าเขาได้ใช้ ได้เห็นประโยชน์จริงแล้ว ด้วยการติดตามที่ดีของเราก็จะทำให้เขากลับมาซื้ออีก ที่เรียกว่า ลูกค้าซื้อซ้ำ ซึ่งการซื้อซ้ำนี้เราต้องเรียนรู้ว่า คงไม่เกิดขึ้นทุกราย ถึงแม้ว่าเขาจะยอมรับว่าสินค้าของเราดีก็ตาม ส่วนการที่เขาไม่ซื้อซ้ำนั้น จะด้วยเหตุผลอะไรมันก็มีมากมายของแต่ละคน

ขั้นที่สาม จากลูกค้าที่ซื้อซ้ำก็ดี หรือไม่ซื้อซ้ำก็ดี แต่ยอมรับเป็น เห็นและเชื่อถือถึงคุณ ประโยชน์ในตัวสินค้าอย่างชัดเจนนี่เอง ถ้าถามว่า หาคนจากที่ไหน ก็บอกได้เลยว่า ให้หาจากตรงขั้นที่สามนี่แหละ เป็นจังหวะที่เราจะพูดชักชวน ให้เห็นโอกาสในการทำเป็นธุรกิจ ถึงตรงนี้มันก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละท่านนะครับว่า จะสามารถจูงใจได้มากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม อยากให้จำไว้อย่างหนึ่งนะครับว่า ถึงแม้เขาจะชอบสินค้า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบที่จะเป็นนักธุรกิจเครือข่าย พูดแล้ว เขาบอกไม่ทำ ก็อย่าตื้อ เพราะถ้าตื้อมากๆ บางที  นอกจากเราจะไม่ได้คนที่มาทำธุรกิจแล้ว เราก็อาจจะเสียลูกค้าประจำดีๆ ไปอีกคนด้วยก็ได้

You might also like More from author