"

ต้นฉบับเรื่อง “การสร้างคนในธุรกิจเครือข่าย ควรเริ่มสร้างอย่างไร”

การสร้างคนในธุรกิจเครือข่าย น่าจะเป็นปัญหาของผู้นำหลายๆ ท่านนะครับ บ่อยครั้งที่ได้ยินเสียงบ่นว่า การสร้างคน ทำไมมันช่างยากเย็นเหลือเกินนะ  หรือไม่ก็บ่นว่า ทำไมคนบางคนสร้างเท่าไรก็ไม่รู้จักโตเสียทีนะ เป็นต้น ซึ่งใครก็ตามที่เคยบ่นหรือกำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่ ก็อยากจะถามก่อนว่า แล้วที่เราว่า เราได้สร้างคนหรือสอนคนไปนั้น เรามีวิธีสร้าง วิธีสอนกันอย่างไร

ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะพบว่า แนวทางการสร้างคนมักจะเอาตัวเองเป็นที่ต้นแบบ หรือเป็นที่ตั้ง หมายถึงตามตัวเองเคยเรียนรู้ หรือเติบโตมาอย่างไร ก็มักจะเอาแนวทางของตัวเองที่เคยทำหรือทำสำเร็จมาแล้วนั้น นำมาสอน และบางคนก็ยึดติดว่า ต้องทำวิธีนี้เท่านั้นนะ จึงจะสำเร็จได้ โดยไม่คำนึงว่า คนมันไม่เหมือนกัน สถานการณ์ที่แต่ละคนไปเจอก็แตกต่างกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่จะมาบังคับให้คนอื่นต้องทำเหมือนกับเรา ทุกอย่างจึงเป็นไปได้ยาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะใช้วิธีสร้างคนด้วยการเอาเราเป็นต้นแบบเพียงอย่างเดียว  ดังนั้น ถ้าอยากจะสร้างคนภายในเครือข่ายให้เติบโตได้นั้น เราต้องยอมรับก่อนว่า คนมีความแตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงไม่ควรคิด หรือไม่ควรพูดเหมือนกับที่เคยได้ยินผู้นำหลายๆ คน ที่ชอบพูดประโยคที่ว่า “ผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้” เป็นต้น

จากนั้น เราก็ลองสำรวจดูว่า คนที่เรามุ่งหวังหรือผู้ที่สนใจในงานเครือข่ายที่เรากำลังจะสร้างเขาขึ้นมานั้น เขามีความถนัด มีความชอบ หรือ เขาเก่งเรื่องอะไร เช่น บางคนชอบพูด หรือพูดเก่ง  บางคนไม่ชอบพูดมาก แต่เป็นคนมีเสน่ห์ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย เป็นต้น

ถ้าเราสังเกตได้แล้วว่า เขาเก่งอะไร เมื่อเราจะเริ่มแนะนำให้เขารู้จักหรือทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งแรกที่ควรพูดถึงคือ ให้เขาเริ่มจากความเก่งหรือความถนัดของเขาที่มีอยู่ อย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เขารู้สึกดี ต่อการเริ่มธุรกิจว่า มันไม่ยากเกินไปที่เขาจะเริ่ม เพราะมันเริ่มจากสิ่งที่เขาทำได้ดีอยู่แล้ว จากนั้นเราจึงค่อยๆ บอก ถึงความจำเป็นอื่นๆ ที่เขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ซึ่งเมื่อถึงตอนนี้ คนเราถ้าใจมันเปิดได้แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็จะเริ่มได้ง่ายขึ้น

ซึ่งผิดกับผู้นำบางคน ที่พอเริ่มต้น ก็เริ่มสร้างทัศนคติที่ไม่ดีด้วยการบอกว่า คุณต้องอย่างโน้น คุณต้องอย่างนี้ ดูผมซิ ผมยังทำได้เลย คุณก็ต้องทำได้ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ เขาก็จะรู้สึกว่ามันยาก เกินกว่าที่เขาจะทำ และก็ไม่สนใจในที่สุด

จริงไหมครับ ถ้าผมจะบอกว่า “ทัศนคติ จะมีผลต่อ พฤติกรรมของคน” และนี่แหละครับมันคือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องสร้างทัศนคติที่ดี ต่อธุรกิจที่เรากำลังแนะนำเขา อย่างไรก็ตามสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ มันเป็นเพียงแค่ ทัศนคติด้านเดียว คือ ด้านความยาก-ง่าย ในการเริ่มต้นเท่านั้นนะ เพราะนอกจากเรื่องนี้ ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่จำเป็นต้องทำ และควรทำโดยยึดแนวทางคือ จูงใจให้ชอบ มากกว่าการบังคับให้ทำ

หลังจากที่ผู้มุ่งหวังของเรา มีทัศนคติที่ดีและเต็มใจที่จะเรียนรู้งานต่อแล้ว การสร้างคนจึงค่อยเริ่มเป็นกระบวนการ โดยแยกแยะ ให้รู้ถึงความรู้ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อใช้ในการทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งแบ่งได้เป็นสองอย่างด้วยกันคือ ความรู้ที่จำเป็นต้องรู้ กับ ความรู้ที่ควรรู้ หมายถึงความรู้ที่ไม่รู้ก็ได้ แต่ถ้าเรียนรู้ได้แล้ว จะช่วยทำงานให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

ความรู้ที่จำเป็นต้องรู้ ก็ได้แก่ ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ขาย แผนการจ่ายค่าตอบแทน รวมถึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่ได้ ฐานะความมั่นคงของบริษัท รวมถึงโอกาสในของการเติบโต ในอนาคต เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นความรู้ด้านข้อมูล

ความรู้ที่จำเป็นต้องรู้ต่อมาคือ ความรู้ด้านเทคนิคในการทำงาน  เช่น การนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจ วิธีการพูดโน้มน้าวหรือจูงใจ ทำอย่างไรเมื่อมีข้อโต้แย้ง รวมถึงการปิดการขายและการให้บริการหลังการขาย เป็นต้น

ส่วนความรู้ที่ควรรู้ ก็ได้แก่ ความรู้ด้านการตลาด เช่น เรื่องความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของพฤติกรรมผู้บริโภค เรื่องภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ที่จะส่งผลต่อการทำงานในธุรกิจเครือข่ายของเรา เป็นต้น

ความรู้ที่ควรรู้อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อรู้แล้วก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ คือ ความรู้เรื่องการขยายงานด้วยการจัดประชุม ซึ่งจะเหมาะมากกับคนที่พูดเก่ง และฝึกฝนจนสามารถยืนพูดหน้าห้องประชุมได้ ซึ่งถ้าทำได้ ก็จะดีกว่าการพูดแบบตัวต่อตัว เพราะเราจะได้คนทีละคน การใช้ห้องประชุมช่วยในการขยายงาน มันคือการพูดเพียงครั้งเดียว แต่ได้พูดกับคนหลายๆ คน

การได้พูดกับคนเป็นกลุ่มแบบนี้ นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้แล้ว มันยังช่วยให้อัตราการเติบโตของทีมงาน เกิดขึ้นทีละมากๆ ด้วย ดังเราจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ คนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย เขามักจะใช้ห้องประชุมเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญในการขยายงาน มากกว่าคนที่ทำงานแบบตัวต่อตัว

เรื่องการสร้างคนที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ยังไม่ได้ลงในรายละเอียดนะครับ เพราะในบทนี้ต้องการบอกให้ทราบเป็นเพียงแนวทางสำคัญๆ เท่านั้น  ถ้าจะเจาะกันในเรื่องของรายละเอียด ก็คงมีเรื่องต้องพูดกันอีกมากมาย เพราะเท่าที่เห็นๆ ทำกันอยู่ทุกวันนี้ ดูแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะสิ่งที่เห็นคนหลายๆ คนทำอยู่ บอกตรงๆ ว่า  ยังทำขายตรง แต่ทำแบบหลงทาง กันอยู่ไม่น้อยเลยครับ

You might also like More from author