"

“การรักษาคน รักษาอย่างไรจึงจะอยู่รอด”

วันนี้ถ้าจะถามคนที่ทำงานเครือข่ายว่า ในระหว่าง การหาคน การสอนคน และ การรักษาคนไว้ให้อยู่กับเรา อะไรเป็นปัญหาของเขามากที่สุด คำตอบที่ได้รับก็คือ การรักษาคนเป็นเรื่องยากที่สุด มีหลายคนบอกว่า ปีที่ผ่านมา หาคนมาร่วมทำธุรกิจเครือข่ายได้หลายสิบคน แต่พอทำไปได้ไม่นาน ตอนนี้ก็ไม่เหลือใครซักคน

พร้อมกับบ่นว่า คนสมัยนี้ เอาใจยาก ทั้งช่วยทั้งผลักดันสารพัด ก็ยังไม่พอใจ ทำให้รู้สึกเบื่อที่จะหาคน หันไปขายเองอย่างเดียวสบายใจกว่า ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องคน แต่ก็ลืมไปว่า งานเครือข่าย จำเป็นต้องสร้างคน เพื่อขยายฐานของงานขาย ส่วนการทำงานคนเดียวนั้นมันมีความเสี่ยง เพราะถ้าวันไหนเรามีปัญหาไม่ได้ออกขาย นั่นหมายความว่ารายได้ก็ไม่มี แต่ถ้าเรามีเครือข่ายอยู่ ถึงแม้วันนี้เราป่วยไม่ได้ออกทำงาน แต่คนอื่นๆ เขาก็ยังทำได้อยู่ ยอดขายก็ยังคงมี นั่นหมายถึงรายได้ก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน

การที่จะรักษาคนที่อยู่ในเครือข่าย ให้อยู่กับเรา อย่างน้อยเราก็ควรรู้พื้นฐานหรือปัจจัยที่จะทำให้คนอยู่กับเรา คือ รายได้ กับ ความสบายใจ

เรื่องของรายได้ เป็นเรื่องของตัวเขาเองที่จะต้องเรียนรู้ฝึกตนให้สามารถสร้างรายได้จากยอดขาย ซึ่งเราคงช่วยได้แต่ระยะแรกๆ และช่วยจนเขาสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง คือสามารถยืนหยัดอยู่บนขาของตัวเอง เราคงไม่สามารถที่จะไปดูแลเขาจนตลอดชีวิต

แต่เรื่องความสบายใจนี่ เป็นเรื่องของเราเต็มๆ ที่จะทำให้เขาอยู่กับเราอย่างสบายใจ แม้แต่ในกลุ่มคนที่ทำงานประจำก็ตาม ความสบายใจที่จะอยู่หรือไม่อยู่ ก็มีผลต่อคนๆ นั้น จะมีการพูดกันว่า

พนักงานคนหนึ่ง เมื่อคิดจะสมัครงานและเข้ามาทำงานที่หนึ่งที่ใด ก็มักจะดูจากชื่อเสียงของบริษัท แต่วันใดที่เขาคิดจะลาออก ต้นเหตุของการลาออก มักจะเกิดจาก หัวหน้า ดังนั้น พฤติกรรมของหัวหน้าหน่วยงาน หรือ ผู้นำในธุรกิจเครือข่าย จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะรักษาคนไว้ให้อยู่ได้หรือไม่ได้

แนวทางที่จะรักษาคนไว้นั้น ผู้นำจำเป็นต้องสร้างการยอมรับจากทีมงานให้ได้ การยอมรับที่ว่านี้ นอกจากยอมรับในการเป็นผู้นำหรือผู้ที่ชักชวนเขามาร่วมทำธุรกิจแล้ว ยังมีอีกหลายมุมมองที่ผู้นำจำเป็นต้องรู้ และต้องพยายามทำให้ยอมรับให้ได้ คือ

การยอมรับ ในความรู้ หมายถึงความรู้ที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่ทำอยู่ เช่น รู้จักโครงสร้างและกระบวนการในการทำธุรกิจเครือข่าย  รู้จักสินค้า รู้จักคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เช่น เทคนิคการขาย และการขยายงาน เป็นต้น

ยอมรับในความสามารถ หมายถึง ความสามารถในการนำความรู้ที่มีอยู่นั้น มาใช้ในภาคปฏิบัติ จนเกิดผลและมองเห็นได้เป็นรูปธรรม  นอกจากนี้ ยังรวมถึงความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ตัวเองมีอยู่ ให้กับทีมงาน และเป็นพี่เลี้ยงจนทีมงานสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง

ยอมรับในการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนทั่วไป หมายถึง การแสดงออกในเวลาที่ต้องติดต่อหรือมีสัมพันธภาพกับใครก็ตาม ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใคร อยู่ระดับไหน ก็จะแสดงออกด้วยท่าทีที่น่ารัก ทั้งภาษาและท่าที ซึ่งทั้งหมดทำได้ด้วยความจริงใจโดยไม่เสแสร้ง ไม่ใช้แต่อารมณ์

โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ภาษาในการสื่อสารกับคนรอบข้าง จะเป็นคนที่มีศิลปะ ในการสื่อสารหรือการพูดที่น่าฟัง เมื่อดีก็จะชื่นชมว่าดี เมื่อทำผิดก็กล้าที่จะตักเตือน แต่ก็มีวิธีพูดที่ดีแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น เข้าตำราคนโบราณที่เคยกล่าวไว้ว่า

“เวลาจะชมใคร ให้ชมบนศาลา แต่เวลาจะด่าหรือติเตียนใครก็ให้ด่าในกุฏิ”

ยอมรับในความเป็นผู้นำ ซึ่งหมายถึงคนที่พร้อมที่จะเดินนำหน้า และนำพาทีมงานไปสู่ความสำเร็จ มีความกล้าและเป็นความกล้าอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่กล้าบ้าบิ่น เช่น เมื่อตัวเองผิด ก็กล้ายอมรับว่าตัวเองผิด มีความอดทนอดกลั้นในการนำพาทีมงานฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ โดยไม่ยอมพ่ายแพ้อะไรง่ายๆ

ยอมรับในการดำเนินชีวิต  หมายถึงการเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต ทั้งส่วนตัวและครอบครัว เป็นคนขยัน เป็นคนดี และ มีเมตตากับคนทุกคน ซึ่งใครๆ ถือเอาเป็นแบบอย่างที่ดีที่น่าทำตาม

การยอมรับที่กล่าวมาทั้งหมด หากมีอยู่ในตัวใคร ก็จะสามารถสร้างศรัทธาให้กับคนที่อยู่รอบๆ ข้างได้ ใครก็ตามที่ได้อยู่หรือได้ร่วมงาน กับคนที่ตัวเองยอมรับและศรัทธาเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่อยากจากไปไหน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาคนไว้ให้อยู่กับเราอย่างแท้จริง

You might also like More from author