"

“ทำเครือข่าย อยากได้อะไร ใจต้องกำหนดเอง” (ตอนที่ 1)

ทุกครั้งที่ถามคนที่มาทำธุรกิจเครือข่ายใหม่ๆ ว่า ที่มาทำนั้น ต้องการอะไร คำตอบที่ได้ก็จะตอบคล้ายๆ กันไปหมด ก็คือต้องการเงิน ต้องการรายได้เพิ่ม ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร แต่ครั้นพอถามต่อไปอีกว่า แล้วที่บอกว่าต้องการเงิน ต้องการรายได้เพิ่มนั้น ต้องการเท่าไร คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ มักจะเป็นคำตอบที่เลื่อนลอย จับต้องเป็นรูปธรรมไม่ค่อยได้ เช่น ก็อยากได้มากที่สุด อย่างที่คนอื่นๆ เขาได้กัน

ฟังคำตอบแล้ว ก็พอจะเดาได้ว่า เป็นคำตอบที่ได้มาจากการได้ยินได้ฟัง ในห้องสัมมนา ซึ่งมักจะเน้นถึงรายได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้น แล้วก็ยกตัวอย่างถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ยั่วน้ำลายจนคนฟังอยากได้บ้าง เพื่อจะได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก

เมื่อได้ฟังคำตอบแล้ว ก็อดห่วงไม่ได้ว่า หากการเริ่มต้นทำธุรกิจ เริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ โอกาสที่จะสำเร็จก็คงทำได้ยาก และนี่เองอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่มีผู้สนใจสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของการทำธุรกิจเครือข่ายกันมากมาย แต่คนที่สำเร็จจริงๆ มีน้อย และก็เลิกทำไปในที่สุด

ถ้าจะถามว่า แล้วทางออก หรือแนวทางในการทำให้ดีและถูกต้องคืออะไร ก็ขอบอกว่า ให้พูดความจริงครับ และถ้าจะมาบอกว่า ก็ที่พูดในห้องสัมมนา ก็เป็นความจริงนะ อยากจะบอกว่ามันเป็นความจริงของคนที่พูดเท่านั้น แต่ไม่ใช่ความจริงของคนที่กำลังนั่งฟังอยู่

เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า คนเราไม่เหมือนกัน ความรู้ความสามารถก็ไม่เท่ากัน สิ่งที่คนหนึ่งทำได้สำเร็จ ใช่ว่าอีกคนจะทำได้สำเร็จตามกันเสียเมื่อไหร่ ดังนั้นการพูดความจริงในที่นี้จึง หมายถึงความจริงที่นำปฏิบัติได้ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องดูสถานการณ์ โอกาส รวมถึงความรู้ความสามารถของคนๆ นั้น เป็นองค์ประกอบด้วย

หากได้ดูจากพื้นฐานความเป็นจริงของคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายแล้ว เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า คนที่จะเข้ามาทำเครือข่ายนั้น มีทางเลือกอยู่ 3 ทางด้วยกัน ได้แก่

  1. ทำเพื่อหารายได้เสริม
  2. ทำเพื่อเป็นรายได้หลัก
  3. ทำเพื่อสร้างความร่ำรวย

ซึ่งทั้งสามแนวทางนี้ มีจุดที่จะเริ่มต้น แนวทางในการคิด และ วิธีการรวมถึงขั้นตอนในการ

ทำไม่เหมือนกัน ส่วนเงื่อนไขที่ว่า ใครจะเลือกทำแบบไหนนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความต้องการของแต่ละคน ซึ่งบังคับกันไม่ได้ แต่ในห้องประชุมสัมมนาของธุรกิจเครือข่ายส่วน

ใหญ่ มักมุ่งเน้นไปที่ข้อสาม คือ ทำแล้วร่ำรวยเป็นหลัก ซึ่งในหลักการแล้ว มันก็ทำให้ปลุกใจได้ดี แต่พอคิดจะนำไปทำจริง อาจสร้างความรู้สึกว่า มันยาก มันไกลเกินกว่าที่เราจะทำได้ ทีนี้เรามาดูกันว่าการตั้งเป้าสำหรับคนที่ทำงานเครือข่ายเป็นระดับนั้น มีเงื่อนไขอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง

ทำเพื่อหารายได้เสริม  ได้แก่ ใครก็ตามที่ยังคงมีงานประจำทำอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่สร้างรายได้ที่มั่นคง และตัวเองก็ยังคงพอใจในงานที่ทำ เพียงแต่อาจเริ่มมีปัญหา หรือ เริ่มรู้สึกว่า รายได้ที่ได้มานั้น มันเริ่มที่จะไม่เพียงพอกับรายจ่าย หรือ ไม่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่เริ่มรู้สึกว่า อยากหารายได้เพิ่ม ก็เลยสนใจในธุรกิจเครือข่าย

ลักษณะการเริ่มทำธุรกิจของคนกลุ่มนี้ จึงไม่ได้ทำแบบโหม หรือ ทุ่มเทอย่างจริงจัง ทำเมื่อโอกาสเปิด อาจจะเริ่มจากการใช้สินค้าด้วยตัวเอง และแนะนำพรรคพวกเมื่อมีโอกาส แนะนำไปแล้ว ถ้าขายได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ถึงขนาดต้องตั้งเป้าว่า เดือนหนึ่งต้องทำยอดได้เท่าโน้นเท่านี้ บางคนทำแล้ว ตัวเองก็ทำได้ เพื่อนๆ ยอมรับไม่มีใครว่าอะไร ถึงเวลาก็มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมา คนกลุ่มนี้ ก็จะสนุกแล้วก็ทำต่อๆ ไปเรื่อยๆ

ในความเป็นจริง ก็อาจมีบางคน ที่พอเริ่มทำ หลังจากแนะนำสินค้าแล้ว ไปโดนหรือตอบข้อโต้แย้งเขาไม่ได้ ก็จะเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกว่าเป็นงานที่ยาก งานที่ไม่ถนัดและในที่สุดก็เลิกทำไป ก็คงมีไม่น้อย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว จึงอยากถามท่านผู้นำที่ทำธุรกิจอยู่ว่า เมื่อท่านต้องการยกระดับคนจากสมาชิกที่เป็นผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว ให้มาเป็นผู้ร่วมธุรกิจกับท่าน ท่านอยากได้สมาชิกเพิ่มในเชิงปริมาณ หรือ ในเชิงคุณภาพ

มันคงไม่สนุกนักนะ ที่เราสามารถชวนคนมาได้เดือนละ 20 คน แต่สุดท้ายก็ไม่เหลืออยู่ซักคน คงสู้คัด สู้เลือกให้ดีๆ คอยประกบแนะนำให้ดี ได้มาเดือนละ 5 คน แล้วเหลือร่วมงานกับเราต่อ 4 คน มันก็น่าจะดีกว่า…ใช่ไหมครับ

……………………………………………….. อ่านต่อฉบับหน้า  ………………………………………………

You might also like More from author