"

“หลักธรรมสำหรับความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงสำหรับนักขาย”

เป็นสัจธรรมที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนกับมนุษย์ทุกรูปนาม ไม่เว้นใครทั้งสิ้น รวมทั้งพวกเราเหล่านักขายก็ด้วย ซึ่งในพระพุทธศาสนาเรียกหลักธรรมข้อนี้ว่า “อภิณหปัจเวกขณ์” หมายถึง หลักธรรม 5 ประการที่ทุกคนควรพิจารณาอยู่เนืองๆ ตลอดเวลา เพื่อสามารถดำเนินชีวิตในแต่ละขณะได้อย่างมีความสุข ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นจริง ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ย่อมไม่เศร้าโศกจนเกินกว่าเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอย่างนี้กันเยอะมากๆ เพราะการไม่ได้ศึกษา “หลักชีวิตที่แท้จริง” หรือสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงมาก่อน ทำให้ “รับไม่ได้” ในสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้จึงอยากชวนท่านผู้อ่านมาศึกษากันเพื่อความไม่ประมาทในชีวิตนะครับ โดยที่หลักธรรมข้อนี้ มี 5 ประการได้แก่

  1. “ชราธัมมตา” หมายถึง การใช้สติพิจารณาถึงว่า “เรามีความแก่เป็นธรรมดา เราจะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้” ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยขนาดไหนมาชะลอวัยอย่างไร ก็ไม่สามารถทานทนต่อการเปลี่ยนแปลงของเวลาที่ผ่านไป อันหมายถึงความเสื่อมโทรมของสรีระร่างกาย รูปร่างหน้าตา ก็ย่อมเปลี่ยนไป ไม่ว่าเราจะสังเกตกันหรือไม่ก็ตาม แต่โดยทั่วไปที่เราเห็นแล้ว เราท่านมักจะไม่ค่อยยอมรับความเป็นจริงในข้อนี้สักเท่าไหร่ เพราะเรากลับนิยมชมชอบว่า เวลามีผู้อื่นมาชื่นชมเราว่า “ดูไม่เปลี่ยนเลยนะ” “ดูหน้าอ่อนจัง” “ทำไมดูแข็งแรงขึ้นนะ” “กาลเวลาทำอะไรไม่ได้เลย” เราจะชอบมาก แต่แท้ที่จริงแล้วทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา หาควรประมาทไม่ ดังนั้นท่านนักขายต้องพิจารณาให้มากว่า “ตอนนี้ยังทำอะไรไหวและเป็นประโยชน์มาก สมควรรีบเร่งทำซะ”
  2. “พยาธัมมตา” หมายถึง การใช้สติพิจารณาอยู่เนืองๆ ว่า “เรามีความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา ไม่สามารถล่วงพ้นความเจ็บได้” แปลว่า เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นแน่กับทุกคน เพียงแต่ว่าจะมาเมื่อไหร่และหนักขนาดไหน ซึ่งถือว่า “ความประมาท” ก็มีผลอย่างยิ่งกับสัจธรรมในข้อนี้ เพราะถ้าใครประมาทขาดสติ ชอบทำให้ตนเอง “เสื่อม” ลงเร็วๆ ด้วยอบายมุขทั้งปวง ด้วยการเสพสิ่งเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ การท่องเที่ยวในยามค่ำคืนเป็นนิจ จนทำให้สุขภาพที่มีปกติเสื่อมอยู่ทุกเวลาแล้ว ยิ่งเสื่อมหนักเข้าไปอีก ท่านนักขายที่รัก ก็อย่าฉลองอะไรให้หนักนัก และอย่าบ่อยจนเกินเลย สงสารสุขภาพสารร่างของตนเองบ้างนะครับ
  3. “มรณาธัมมตา” หมายถึง การใช้สติพิจารณาอยู่เนืองๆ ว่า “เรามีความตายเป็นธรรมดา เราจะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้” ข้อนี้เป็นหลักใหญที่เราท่านจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพินิจอยู่เนืองๆ ด้วยความไม่ประมาท เพราะเราจะไม่รู้เลยว่า “จะไป” เมื่อไหร่ ด้วยเหตุใด อย่างไร และจะไปสู่ในภพภูมิใด ไม่อาจรู้ได้ จึงต้องใส่ใจในแต่ละขณะจิตให้มากในเรื่องการสร้างบุญกุศลเพื่อเป็นอริยทรัพย์ในภพภูมิข้างหน้า อย่ามัวแต่หา “โภคทรัพย์” ในชาตินี้อย่างเดียว เพราะไม่สามารถนำติดตัวไปได้ และที่สำคัญ คือการพิจารณาถึงคุณธรรมข้อ “กตัญญูกตเวทิตา” กับบิดามารดา บุพการีผู้มีพระคุณ เรียกว่า จะทำอะไรดีๆ ก็รีบทำ ไม่ลังเลล่าช้า เพราะเราท่านจะไม่รู้ว่าใครจะไปก่อนระหว่างท่านกับเรา ดังนั้นอย่าทำงานจนลืมคุณธรรมข้อนี้นะครับ
  4. “ปิยวินาภาวตา” หมายถึง การใช้สติพิจารณาอยู่เนื่องๆ ว่า “เราจักมีความพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น” ทั้งที่เป็นบุคคลอันเป็นที่รัก และสิ่งของที่หวงแหนต่างๆ ดังนั้นท่านนักขายที่รักต้องตระหนักในหลักธรรมข้อนี้ให้มากๆ เพราะต้องเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ทั้งการ “จากเป็นและจากตาย” ดังนั้น จึงไม่ควรผูกพันกับใครหรือสิ่งใดจนเกินกว่าเหตุแบบขาดสติ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นท่านจะไม่สามารถรับได้
  5. “กัมมัสสกตา” หมายถึง การใช้สติพิจารณาอยู่เนืองๆ ว่า “เรามีกรรมเป็นของๆ ตน เราทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักต้องเป็นทายาทของกรรมนั้น” ข้อนี้เป็นหลักสำคัญที่เราท่านต้องเชื่อในเรื่อง “กฎแห่งการกระทำ” ว่าใครทำอย่างไรต้องได้รับผลอย่างนั้น เพียงแต่จะเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าท่านใดใช้สติพิจารณาในข้อนี้แล้ว ก็จะเป็นผู้ที่มี “หิริ โอตัปปะ” คือ ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป การกระทำทั้งทางกาย วาจา และใจก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดี มีคุณธรรมต่างๆ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ชีวิตก็จะดำเนินไปด้วยความราบรื่นสงบสุขอย่างแน่นอน

หลักธรรมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นธรรมะที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราท่านต้องรู้จักศึกษาและพิจารณาอยู่เนืองๆ ด้วยความไม่ประมาท ก็จะส่งผลให้ท่านเป็นผู้มีสติสัมปัชชัญญะอยู่ในกาลทุกเมื่อ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ท่านก็จะสามารถเข้าใจและรับมือได้อย่างมีสติครับ

ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อทุกท่านครับ สวัสดีครับ

 

You might also like More from author