"

รวมมิตรทฤษฎีการบริหารงานบุคคล (ตอนที่ 9)

 

          สำหรับฉบับนี้เรายังคงอยู่กับเรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลกันเหมือนเดิม โดยจะขออ้างอิงทฤษฎีที่มีชื่อเสียงและยังคงมีนักบริหารให้ความสนใจศึกษาเรียนรู้และนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน ทฤษฎีที่กล่าวถึงนี้มีชื่อว่า “Scientific Management“ คือการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์นั่นเอง เจ้าของผู้คิดค้นทฤษฎีนี้ขึ้นมาก็มั่นคงยั่งยืนไม่ธรรมดาเพราะมีอายุเกินศตวรรษเข้าไปแล้ว (ทฤษฎีนี้ถูกตีพิมพ์ขึ้นในปี 1913)

ในปัจจุบันก็ยังได้รับความสนใจทฤษฎีอยู่มาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมและกิจการที่ผลิตสินค้าต่างๆ ในระบบโรงงาน และที่เน้นไปในงานเชิงปริมาณ จุดเริ่มต้นของการนำทฤษฏีนี้ถูกนำมาใช้ก็คือการเริ่มต้นจากสถานการณ์ที่มีทรัพยากรบุคคลไม่เพียงพอหรือต้องการลดคนเพราะค่าแรงแพง แต่กลับต้องการเพิ่มผลผลิตออกมาให้ได้ “เพิ่มผลิตภาพ” ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของทฤษฎีเราลองมาทำความรู้จักกับประวัติของผู้คิดค้นทฤษฎีนี้ขึ้นมาอย่างคร่าวๆ กันก่อนสักหน่อย

นักบริหารผู้คิดค้นทฤษฎีการบริหารงานบุคคลเชิงวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมามีชื่อว่า เฟรดเดอร์ริค ดับบลิว เทเลอร์ (Frederic W.Taylor)      เทเลอร์เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นนายช่างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1875 ก่อนที่จะก้าวหน้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งหัวหน้างานวิศวกรรม จึงไม่แปลกที่ชายผู้นี้จะหลงใหลและมีความชำนาญในงานด้านวิศวกรรมและการผลิตมากเป็นพิเศษและนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารบุคคล

ด้วยความสนใจและความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับงานด้านนี้ทำให้เขามุ่งมั่นค้นคว้าหาวิธีการที่จะทำให้กระบวนการทำงานต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยกระบวนการที่ “ชั่งตวงวัดได้” อาศัยหลักการด้านวิทยาศาสตร์นำเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับการผลิตในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อนในยุคนั้น วิธีการทำงานของเขาได้รับการยอมรับจนได้ตีพิมพ์ในหนังสือที่ชื่อว่า “The Principles of Scientific Management” เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1911 และได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเทเลอร์ก็คือ การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงานด้านการจัดการผลผลิตในการขนเหล็กของโรงงานหลอมเหล็ก โดยเขาได้คิดค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการขนเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการขนเหล็กแต่ละครั้ง หรือการฝึกอบรมวิธีการใช้อุปกรณ์ให้แก่คนงาน การแบ่งงานของคนงานออกเป็นส่วนๆ อย่างชัดเจน(Division of LABOR) เพื่อให้ผู้รับผิดชอบงานแต่ละส่วนมีความชำนาญ และมีการพัฒนาทักษะของคนงานเฉพาะด้านเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในงานของตนเองจนสามารถดำเนินงานได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพ จนถึงการใช้วิธีการจ่ายค่าแรงเป็นรายชิ้น กระบวนการทั้งหมดนี้ส่งผลให้เพิ่มผลผลิตเฉลี่ยในการขนเหล็กเพิ่มขึ้นได้ถึงเกือบ 4 เท่าตัวเลยทีเดียว

ความหมายของการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) หมายถึง การจัดการงานให้เป็นไปอย่างมีระบบด้วยการศึกษาหาเหตุและผล เพื่อหาวิธีการที่ดีที่สุดจากการปฏิบัติลงมือทำงานจริง โดยอาศัยกระบวนการเก็บข้อมูล และนำมาวิเคราะห์หาวิธีการทำงานที่ดีที่สุด ทั้งนี้เป็นการสร้างกระบวนการทำงานที่อยู่บนพื้นฐานการติดสินใจจากข้อมูลและการวิเคราะห์ที่สามารถทำช้ำได้ผลเหมือนกัน ซึ่งต่างจากยุคอดีตที่อาศัยประสบการณ์การทำงานเป็นหลัก(เป็นงานศิลป์)

ผมจะขออธิบายถึงองค์ประกอบของการจัดการในเชิงวิทยาศาสตร์รวมถึงข้อดีและข้อเสียของการจัดการระบบนี้ในฉบับต่อไป นะครับ

*แนวคิดและทฤษฎี Scientitic Management: Frederick Winslow Taylor: http://colacooper.blogspot.com/2012/10/scientific-management-frederick-winslow.html?view=flipcard

You might also like More from author