"

นักขายกับโอกาสทางด้านเศรษฐกิจ

ในวงสนทนาที่ประกอบด้วยบุคคลที่ทำงานหลายอาชีพ เช่น นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ข้าราชการ และรวมทั้งผู้เขียนด้วย เป็นงานสังสรรค์เล็ก ๆ ที่ทานอาหารร่วมกันโดยไม่มีวาระพูดคุยอะไรเลย เพียงแต่อยากพบกันเท่านั้น ดังนั้น การสนทนาจึงเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยเรื่องการทำมาหากิน การประกอบอาชีพของคนในยุคปัจจุบัน มีสาระหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ ขอนำมาเสนอเพื่อเพิ่มพูนความคิดและประสบการณ์ให้กับนักขายทุกคน

เจ้าของกิจการคนหนึ่งพูดว่า เขาเหน็ดเหนื่อยมากหลังจากทำงานมาหลายปี ไม่อยากทำต่อไปแล้ว การทำโรงงานไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังไม่สนุกด้วย และถ้าเป็นไปได้จะขายกิจการในเร็ววันนี้

เจ้าของกิจการด้านสถานเสริมความงามก็เสริมความคิดว่า แม้ว่าเขาเองจะมีคลินิกที่ไม่ใหญ่มากไว้คอยบริการคนที่รักสวยรักงาม ก็ยังรู้สึกว่างานนี้จุกจิก ไม่มีวันสิ้นสุด ลูกค้ามีความหลากหลาย ยากที่จะดูแลให้พึงพอใจ

ส่วนข้าราชการก็กล่าวอย่างเหนื่อยล้าว่าเขาเองทำงานมานาน เงินเดือนก็นิดเดียว ทางแห่งความก้าวหน้าก็แสนจะมืดมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาไม่มีพรรคพวกยิ่งทำให้โอกาสในการเจริญก้าวหน้านั้นน้อยลง

ผู้เขียนเลยยกประเด็นว่า แล้วอาชีพอะไรที่จะทำให้คนไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเท่ากับอาชีพที่สามท่านกล่าวมา แปลกมากที่คำตอบใกล้เคียงกัน และที่สำคัญคือทุกคนจะเอ่ยถึงอาชีพของการขาย โดยให้เหตุผลว่า ซื้อมาแล้วขายไป หรือไม่ต้องลงทุนก็ขายสินค้าบางอย่างได้ และที่เน้นมาก ๆ คือ อาชีพการขายสร้างความร่ำรวยให้กับคนมามากนัก จึงดูเหมือนว่ายังไง ๆ อาชีพนี้ก็คงยังอยู่ในสังคมต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันว่าอาชีพนักขายดีอย่างไร ซึ่งพอสรุปได้ว่า การเป็นนักขายนั้นดูเหมือนว่าจะมีความลำบาก เพราะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ แม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพดีมากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าไม่อยู่ในกระแสที่ลูกค้าต้องการก็ไม่สามารถที่จะทำต่อไปได้ ดังนั้นมองผิวเผินอาชีพนักขายจึงดูลำบากมาก ในที่สุดทุกคนก็สรุปว่า ถ้าใครจะเป็นนักขายนั้นน่าจะมีคุณสมบัติที่สำคัญอยู่สามประการ คือ

ประการที่ 1 มีวิสัยทัศน์ที่ทันต่อเหตุการณ์ของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งในที่นี้หมายถึงการที่นักขายจะต้องติดตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเกี่ยวกับความต้องการสินค้าต่าง ๆ บางครั้งความต้องการมาเร็วแต่ก็ไปเร็ว ถ้านักขายปรับตัวไม่ทันก็อาจจะเสียหายมากมาย ดังนั้นต้องทันจริง ๆ

ประการที่ 2 ความสามารถเชิงการตลาด เนื่องจากเป็นสังคมที่ช่วงชิง ใครฉลาดกว่า ใครไวกว่า ย่อมได้เปรียบ และนอกจากนี้การตลาดยุคปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม แนวทางเดิม ๆ ใช้ไม่ได้อีกแล้ว และที่สำคัญทุกคนจะเน้นว่านี่คือยุคดิจิทัล สื่อจึงสำคัญและมีอิทธิพลมากมายจนไม่น่าเชื่อ

ประการที่ 3 ความขยันอดทน ก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่นักขายทุกคนจะต้องมี ไม่มีใครได้อะไรมาโดยง่าย เพราะคนในปัจจุบันมีทั้งความรู้ ความสามารถ และแรงบันดาลใจที่สูงส่งในการหารายได้ ดังนั้นช้าแม้แต่เพียงก้าวเดียว ก็แพ้อย่างไม่น่าเชื่อ นักขายจึงต้องระวัง

สามประการนี้ขอให้นักขายพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ถ้าปรับได้ก็รีบทำเสีย อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไม่ปรับปรุงตนเอง อะไรไม่รู้ก็รีบเรียนและหาความรู้เสีย การตลาดที่ยุ่งเหยิงก็ต้องหาวิธีจัดการอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญที่สุด คือ ความมุมานะบากบั่นของนักขายเอง

You might also like More from author