ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 120 ครั้ง

ก้าวสู่วันฟ้าใหม่ปีพุทธศักราช 2562 หรือปีนักกษัตรปีกุนอย่างเต็มรูปแบบ แต่หากย้อนกลับไปในปี 2561 หรือ 365 กว่าวันที่ผ่านมา นับได้ว่าเกิดสถานการณ์ข่าวสารมากมายต่อวงการธุรกิจขายตรงในประเทศไทย มีทั้งร้ายน่าสะพึงกลัวและเรื่องดีน่าชื่นชม ขณะเดียวกันก็มีหลายเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนถูกพูดถึงในกระแสสังคมกันอย่างกว้างขวางกลายเป็นข่าวครึกโครม และยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยจนถึงทุกวันนี้ซึ่งได้ทั้งแง่คิดและบทเรียนราคาแพงตามกัน และเพื่อส่งท้ายปีที่ผ่านมาทีมกองบรรณาธิการข่าวขายตรง หนังสือพิมพ์ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ขอให้พื้นที่นี้ประมวลผล 10 ข่าวฮอตประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น ในรอบปีหมาดุย้อนรอยความร้อนแรงของข่าวในหลายๆ เหตุการณ์ที่ถูกยกให้เป็นข่าว MLM Talk of the town ที่สุดของข่าวแห่งปี 2561 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นแต่ทุกวิกฤติเสมือนเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้ประกอบการขายตรงพร้อมใจกันลุกขึ้นกู้ชื่อเสียงขายตรงไทยให้น่าเชื่อถือมากขึ้น

 

  1. “เมจิกสกิน”พ่นพิษสะเทือนขายตรง เริ่มจากกระแสข่าวใหญ่เกิดขึ้นราวต้นปีเดือนกุมภาพันธ์ของการนำกำลังตำรวจ เข้าตรวจค้น บริษัท เมจิก สกิน จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เหตุเกิดจาก
    ผู้บริโภคได้ร้องทุกข์ และพบว่ามีสินค้าออนไลน์ผิดกฎหมายหลายรายการ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น แหล่งผลิตยังเป็นโรงงานเถื่อนผิดกฎหมายใช้เครื่องหมาย อย. ปลอมแหล่งผลิตสินค้าปลอม 13 จุดทั่วประเทศ และที่ทำให้ฮอตสุดสุดเห็นที่จะเป็นชะตากรรมของเหล่าดาราดังระดับแถวหน้าเมืองไทย รวมถึงเน็ตไอดอลหลายสิบเป็นพรีเซ็นเตอร์ รีวิวสินค้าทั้งๆ ที่สินค้าดังกล่าวเป็นของปลอมไม่มี อย. รับรอง แม้ เมจิก สกิน จะไม่ใช่ขายตรงแต่ก็ทำเอาบริษัทขายตรงโดนหางเลขไม่น้อย
  2. Bit Coin แผลงฤทธิ์คนขายตรงอ่วม กระแสแรงตลอดปีเมื่อเข้าสู่ยุคมะเร็งทางเศรษฐกิจ ผนวกกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงสู่โลกดิจิทัล ปีนี้จึงได้เห็นถึงความร้อนแรงในการการลงทุนรูปแบบใหม่ในเมืองไทย กับเงินดิจิทัล “บิทคอยน์” (Bit Coin) แม้เวลานี้ไฟเขียวให้กับบางบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสแต่ก็ถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่น้อย ยังมีเหลือบไรจำนวนมากเปิดเว๊บไซต์ผิดกฏหมายดูดเงิน ทำให้ตลอดทั้งปีนี้เกิดภาพเหยื่อแชร์ลูกโซ่สกุลเงินต่างประเทศรวมตัวเข้าร้องทุกข์ดีเอสไอหลังโดนหลอกจนหมดตัว โดยเฉพาะคนขายตรงหลายคนโดนไม่ใช่น้อย ทำให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวง การคลังออกประกาศแจ้งเตือนคิดก่อนการลงทุนอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ที่ยังคงเป็นปัญหาวัวหายล้อมคอกรอการแก้ไขต่อไป
  3. รัฐตื่น!! มอบตราฯ ออนไลน์น้ำดีในรอบปีก็ยังมีเรื่องดีๆให้เป็นกำลังใจสู้ต่อไป เมื่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผุดโครงการป้องผู้บริโภคออก “เครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง” เพื่อเป็นการยกระดับและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับวงการธุรกิจออนไลน์ในภาพรวม ซึ่งได้นำร่องล็อตแรกมีผู้ประกอบธุรกิจที่มีคุณภาพ และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้ารับ เครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง จำนวนประมาณ 208 ผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์น้ำดี นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคที่มุ่งคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและยกย่องผู้ประกอบธุรกิจที่มีคุณภาพ
  4. TDSA Open House ครั้งแรก อีกหนึ่งข่าวดีกระซิบเบาๆ เป็นครั้งแรก สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) จัดงานTDSA Open House เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงได้แลกเปลี่ยนความรู้ในวงกว้าง อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงทั้งรายใหม่ และที่ประกอบการมาแล้วได้แลกเปลี่ยน
    ความคิดเห็นและข้อมูล เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ปัจจุบันสมาคมขายตรงไทยมีสมาชิกเข้าร่วมแล้ว 30 บริษัท และเชื่อมั่นว่าหลังจากที่สมาคมขายตรงไทยได้มีการจัดงาน TDSA Open House ครั้งนี้จะมีบริษัทขายตรงเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น
  5. 2018 นายกคนใหม่ เมื่อถึงเวลาต้องน้อมรับ ราวเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้ฤกษ์ดีเปิดตัวนายกสมาคมคนใหม่ “สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล” ในวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) พร้อมเผยโฉมคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ 9 ท่าน ที่มาพร้อมกับการต่อนโยบายเดิม
    ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทย ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัลเพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและมีอีกหลายเรื่องราวดีๆ ที่ท่านนายกคนใหม่เดินหน้าสานต่ออย่างเต็มกำลัง
  6. Shut down MLM “เมียนมา” ดุจฟ้าผ่ากลางใจสร้างความสะเทือนต่อวงการธุรกิจขายตรงอย่างมาก กับคำสั่งเดือด Shut down MLM เมียนมา ห้ามดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM (Multi Level Maketting) ในประเทศเมียนมา โดยเริ่มใช้กฎหมาย วันที่ 18 กันยายน 2018 หากบริษัทหรือสมาชิกรายใดยังฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3 ปี โดยพบว่าสร้างผลกระทบมากกว่า 10 บริษัทขายตรงเลยทีเดียวส่วนสาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาซุกใต้พรมที่หมักหมมมานานเกิดจากการการทำผิดวิธีไม่ถูกต้องของบางบริษัทหรือนักธุรกิจบางคน ทำให้ประชากรเมียนม เดือดร้อน จึงนำมาซึ่งการตัดไฟแต่ต้นลมคำสั่งประกาศให้หยุดการดำเนินธุรกิจ MLM และยังไม่มีทีท่าว่าจะไฟเขียวงานนี้ลุ้นกันเหนื่อย
  7. วันที่รอคอย!วางหลักประกันขายตรงลดโกงรอกันนานเป็นจริงสักทีในการลุกขึ้นมาตีกรอบธุรกิจขายตรง โดยราชกิจจานุเบกษาประกาศ ออกกฎกระทรวง 2 ฉบับ เกี่ยวกับ “การวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง” พ.ศ. 2561 และ “กําหนดการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง โดยสรุป “ธุรกิจขายตรง-ตลาดแบบตรง” ต้องวางหลักประกันตั้งแต่ 5,000-200,000 บาท ตามรายได้แต่ละปี โดยกำหนดนำหลักประกันมาวางภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง พร้อมระบุชัดภายใน 60 วันนับแต่วันสิ้นรอบปีภาษีทุกปี ให้ผู้ประกอบการขายตรงหรือตลาดแบบตรงแจ้งรายได้จากการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณีให้นายทะเบียนทราบ นับว่าเป็นผลดีในการคุ้มครองผู้บริโภคและเสมือนเป็นการยกระดับธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
  8. แลนด์มาร์ก 600 ล้าน ด้านสีสันขายตรงก็มีให้เห็นเช่นกันกับภาพ
    ความมั่นคงเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ค่ายยักษ์ใหญ่ “เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค” ได้ถือฤกษ์ดี Grand Opening สำนักงานแห่งใหม่บนทำเลทองซอยสุขุมวิท 101/1 รวมขนาดพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 8 ไร่ ภายใต้งบลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างตัวอาคารรวม 4 ชั้น มีเป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความเป็นตัวตนเอมสตาร์ได้อย่างชัดเจน จึงเสมือนเป็นจุดแลนด์มาร์กแห่งหนึ่งย่านทำเลทองแห่งนี้ต้องยอมรับว่าสวยงามมากเอาไปห้าดาว
  9. พรีเซนเตอร์มาแรง อีกหนึ่งข่าวของการทุ่มสุดตัว ต้องยกให้ค่ายยักษ์ใหญ่คนไทย บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ปีนี้ได้ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท ปั้นแบรนด์ “ปัณจะ ภูตะ” เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรให้โด่งดังชูกลยุทธ์ Music Marketing ดึงเพลงปาฏิหาริย์ เพลงดังอมตะของพรีเซ็นเตอร์ “กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี” นักร้อง นักแสดง พิธีกรมากความสามารถ ให้กลับมาคึกคัก
    อีกครั้ง ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ มาช่วยตอกย้ำความน่าสนใจ และสร้างการจดจำให้แบรนด์สินค้า สอดรับกับสังคมในปัจจุบันที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จนมียอดขายมากกว่า 2 ล้านขวด ในเวลานี้สีสันสวยๆ ส่งท้ายปี
  10. กาแฟมรณะ 3,000 ล้านส่งท้ายปีด้วยข่าวสะเทือนวงการขายตรงในรอบปี ของการจับกุมบริษัทขายกาแฟแชร์ลูกโซ่ “กาแฟแคชแบ็ค” มูลค่าความเสียหายมากกว่า 3,000 ล้านบาท เข้าข่ายกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์ร่วมกันเปิดบริษัทขายกาแฟใช้ชื่อว่า บริษัท กาแฟแคชแบ็ค จำกัด ได้ชักชวนประชาชนให้สมัครเป็นสมาชิกกับบริษัทผ่านทางเว็ปไซต์ www.cofcashback.com ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท จะได้รับรหัสสมาชิกและกาแฟ 3 กล่อง กล่องละ 350 บาท หรือสินค้าตัวอื่นที่ดึงดูดใจด้วยรายได้ที่ดี แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิมปัญหาทางการเงินไม่จ่ายทำให้บางคนถึงกับเครียดเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตก็มี และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีข่าวใหญ่ส่งท้ายปีที่เชื่อว่าจะทำให้บริษัทขายตรงเหนื่อยอีกครั้ง