"

เปิดปฏิบัติการเชิงรุก!! “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร”  ปั้นแบรนด์ “CCI” ขายตรงสีขาวนวัตกรรมเหรียญทองระดับโลก

จากภาพความสำเร็จเห็นจากการเติบโตตลอดระยะกว่า 2 ปีที่ผ่านมา “CCI” ภายใต้การบริหารงานโดยนักวิจัยระดับโลก ผลงานทางด้านการนำสมุนไพรมาเป็นสารสกัดสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมระดับโลก ชื่อของเขา “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร” เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจขายตรงเมืองไทย เน้นการทำงานจริง เห็นผลการทำธุรกิจด้วยความสุขของสมาชิกที่ปลอดหนี้

 “แชมป์ ออฟ แชมป์ อินโนเวชั่น” หรือที่เรียกกันติดปากว่า CCI  เปิดดำเนินธุรกิจเครือข่ายขายตรงตั้งแต่ปลายปี 2559 โดยต้องการให้ CCI” เป็นบริษัทขายตรงสีขาวอย่างแท้จริง และต้องการนำเสนอสินค้าที่มีนวัตกรรมคุณภาพจากการวิจัยและพัฒนาจากนักวิทยาศาสตร์ ราคาจับต้องได้ และยังมีรางวัลเหรียญทองระดับโลกในหลายประเทศการันตีสินค้าเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ภายใต้การนำทัพของ “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร” ที่จะพานักธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ!!

จากการเป็นนักวิจัยกว่า 30 ปี “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร” ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจอย่างเต็มตัวเริ่มก่อตั้งบริษัทสมุนไพรขึ้น โดยมีนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นซึ่งมีผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ มากกว่า 500 เรื่อง มีผลงานลิขสิทธิ์ อีกกว่า 250 เรื่อง เน้นงานวิจัยทางด้านสมุนไพรแล้วนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์อยู่ 3 รูปแบบคือ1.เครื่องดื่มสมุนไพร 2.อาหารเสริมในรูปแบบแคปซูล ,แกรนูล 3.เครื่องสำอาง

 

ย้อนเส้นทางการเติบโตทางธุรกิจ “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร”

จากที่ก่อนหน้านี้ “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร” เป็นที่รู้จักในวงการนักวิจัยเป็นเวลากว่า 30 ปี จนได้คิดค้นและมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองจึงได้ก่อตั้ง บริษัทดีท็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยก่อตั้งเมื่อปี 2542 ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ผลิตถุงดีท็อกซ์ในประเทศไทยทดแทนการนำเข้าในสมัยนั้นโดยตั้งใจว่าจะเป็นเพียงแค่บริษัทเล็กๆ ในตอนนั้นเช่าที่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ต่อมาบริษัทฯได้ขยายธุรกิจมาผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เมื่อสินค้าได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค

ตอนนั้นถือว่าการทำธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จึงได้ขยายโรงงานมาที่ บ้านน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ทำการก่อสร้างโรงงานภายใต้มาตรฐาน GMP บริษัทฯ มีนักวิทยาศาสตร์ทั้งชาวไทย และญี่ปุ่นระดับปริญญาเอก จำนวน 2 คนปริญญาโทอีก 3 คน เน้นการทำวิจัยสมุนไพร และนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯเป็นที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่นพม่า เวียดนาม เป็นต้น

บริษัทดีท็อกซ์ได้ใช้เวลาในการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2011 เพื่อทำให้สารเคอร์คูมินอยด์ ละลายน้ำได้ ในที่สุดบริษัทฯประสบความสำเร็จ ทำให้เกิดการละลายน้ำได้มากที่สุดในโลกคือละลายได้ถึง 6.4 มก./มล ซึ่งละลายได้มากกว่าสภาวะปกติถึง 16,000 เท่า และเมื่อนำสารเคอร์คูมินอยด์ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ ก็สามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็วเช่นโรคกระเพาะอาหาร ,โรคกรดไหลย้อน ,โรคข้อเข่าอักเสบ และได้รับรางวัลเหรียญทองมากมายจากการส่งประกวดทั่วโลก

“ผมเริ่มต้นจาการทำวิจัยมาเป็นเวลานาน และได้เปิดบริษัทดีท็อกซ์ (ประเทศไทย) ขึ้นถึงวันนี้ก็ 20 ปี โดยนำวัตถุดิบมาจากแม็กซิโก ได้ท่านอาจารย์  ดร.ยูจิ เอซูเระ  ซึ่งเป็นอาจารย์ผมร่วมกับนักวิจัยอีกหลายท่านร่วมกันพัฒนาวิจัยสมุนไพรไทย จนกระทั่งได้ที่มาของขมิ้นชันละลายน้ำ ซึ่งได้ทำมา 7 ปีแล้ว และได้นำไปประกวดที่ฮ่องกงแล้วได้รางวัลเหรียญทอง และที่ไต้หวันเราก็ได้รางวัลเหรียญทอง ที่รัสเซียที่เป็นไฮไลท์เลย เพราะว่าเราได้ถึง 4 รางวัลใหญ่ ได้เหรียญทอง ได้รางวัลอินโนเวชั่นอวร์ด ก็ได้ดิพโลม่าอีก 2 ประเทศ ล่าสุดเราเพิ่งได้มาอีกจากแคนาดา ที่เมืองโตลอนโต้”

 

CCI ปั้น เป็นขายตรงสีขาวของแท้ตรวจสอบได้

กระทั่งเมื่อปลายปี 2559 “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร” ได้ก่อตั้ง บริษัทขายตรงขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจในการทำธุรกิจขายตรงเลย แต่มีปณิธานที่ต้องการจะช่วยผู้คนให้ประสบความสำเร็จสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของชีวิตให้ดีขึ้น โดยต้องการที่จะสร้างขายตรงไทยให้เป็นขายตรงสีขาว สร้างเป็นขายตรงต้นแบบที่สามารถตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ

“เรามีความตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจที่มีความมั่นคง ตั้งแต่มีการก่อตั้งบริษัทดีท็อกซ์ประเทศไทยขึ้น บริษัทได้ประกาศนโยบายที่ต้องการที่จะปลดหนี้ให้กับพนักงานบริษัทให้ได้ เพราะพนักงานกว่า 90% ล้วนมีหนี้นอกระบบเกือบทั้งสิ้น จนมาถึงวันนี้พนักงานทุกคนไม่มีใครมีหนี้นอกระบบแม้แต่คนเดียว เราจึงได้ใช้นโยบายนี้กับ CCI” ถือว่าในปีที่ผ่านมาสามารถยกระดับนักธุรกิจที่มีหนี้ 2000-5000 คนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสามารถที่จะปลดหนี้ได้ เพราะเราสอนให้ทุกคนใช้เงินเป็น ไม่ใช้เงินด้วยฟุ่มเฟือย”

 

สร้างความมั่นคง ลงทุนเปิดโรงงานผลิตเพิ่ม

จากโรงงานขนาดเล็กวันนี้สามารถแตกไลน์ขายสู่โรงงานขนาดใหญ่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้อย่างมากมายให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  และเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมาได้เข้ามาซื้อโรงงานผลิตพลาสติกในอำเภอหางดงจังหวัดเชียงใหม่ โดยโรงงานแรกของบริษัทดีท็อกซ์ประเทศไทยได้ผลิตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นหลักทั้งแบบแคปซูลและแบบเครื่องดื่มเพื่อป้อนให้กับธุรกิจ CCI” ต่อมาในปี 2559 บริษัทได้ขยายโรงงานเพิ่มขึ้นเป็นโรงงานที่ 2 ใช้ในการผลิตสินค้าที่เป็นครีมเป็นหลัก และเมื่อปีที่ผ่านมาได้ขยายโรงงานที่ 3 เพิ่ม โดยใช้เวลาสร้างไม่ถึง 1 ปี ลงทุนไปกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเป็นโรงงานต้นแบบในการสกัดสารสมุนไพรและจะพัฒนาเป็นโรงงานผลิตสินค้าเกี่ยวกับยาจากสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของห้องประชุมและสถานที่จัดเลี้ยงที่มีความจุ 2,000 ตารางเมตร ไว้ต้อนรับสมาชิก CCI และการร่วมมือกับทัวร์จากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนที่จะเข้ามาดูกระบวนการผลิตของบริษัท ซึ่งในอนาคตจะมีการจัดงานสำคัญๆ ของบริษัทที่เชียงใหม่เป็นหลัก

คิดใหญ่ใจต้องนิ่งจับมือ “Oryza” พาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น

เพื่อเป็นการเติบโตอย่างมั่นคงทางธุรกิจ CCI” เตรียมเซ็นสัญญาความร่วมมือกับบริษัท “Oryza” เพื่อที่จะช่วยในการสกัดน้ำมันจมูกข้าว โดยเราจะใช้เทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่จะเข้ามาช่วยเสริมในการทำงาน ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานโรงงานของเราก้าวไปสู่ระดับโลก นอกจากนี้สิ่งที่บริษัทจะได้รับก็คือ การได้ช่วยเกษตรกรไทยที่จะได้ผลประโยชน์จากการร่วมมือกันในครั้งนี้ของบริษัท จากการที่จะมีการยกระดับผลผลิตของเกษตรกรไทย และบริษัทเตรียมที่จะขยายโรงงานที่ 4-5 ไปอีกในอนาคต ทั้งในภาคกลางและภาคอีสานเพิ่มเติมเพื่อให้มีสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบ

กลยุทธ์ CCI รุกขายตรงปี 2562

CCI”  ได้วางกลยุทธ์ในการทำงานในปี 2562 เรียบร้อยแล้ว ภายใต้แนวคิดที่ต้องการ “สร้างความมั่นคง” ให้กับนักธุรกิจ โดยในส่วนของโรงงานการผลิตที่มีการสร้างขึ้นเพิ่มเติมใกล้เสร็จเรียบร้อยตามเป้าหมายที่วางไว้ จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่จะเข้ามาในต้นปี 62 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หยอดตา กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งมีตัวเด่นที่จะเปิดตัวต้นปีคือผลิตภัณฑ์ Di8Pro” พร้อมทั้งการผสมผสานของการทำงานในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันอย่างลงตัว นอกจากนี้บริษัทยังได้นำระบบ One Dropship เข้ามาจัดการในการขายของตัดราคาอีกด้วย

ดังนั้นวันนี้จึงกล่าวได้ว่า “แชมป์ ออฟ แชมป์” เกิดจากการ “ปั้น” ด้วยแรงศรัทธาของ “ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร” ที่เชื่ออย่างเต็มเปี่ยมในพลังเครือข่ายสีขาวว่าจะช่วย “ส่งต่อ” ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมคุณภาพสูง จากการผลิตที่ได้รับรองจากมาตรฐานสากลทั้งไทยและระดับโลกไปยัง “ผู้บริโภคทั้งโลก” ให้ได้ด้วยราคายุติธรรมและเต็มล้นไปด้วยคุณค่าแห่งประโยชน์สูงสุด

 

You might also like More from author