ส.ประกันชีวิต คาดเบี้ยปี’62 โต 3-5% ดันสินค้ายูนิตลิงค์-สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 69 ครั้ง

สมาคมประกันชีวิตไทย เผยธุรกิจประกันชีวิตปี 61 มีเบี้ยประกันรับรวมอยู่ที่ 627,387 ล้านบาท เติบโต 4.3% คาดว่าในปี 62 โตได้ในระดับ 3-5% ผลักดันสินค้ายูนิตลิงค์-สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพปีนี้เด่น โดยเบี้ยรับรวมแตะ 648,000-650,000 ล้านบาท

นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันรับรวมอยู่ที่ 627,387 ล้านบาท เติบโต 4.3% แบ่งเป็น เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ จำนวน 180,415 ล้านบาท เติบโต 7.5% แยกเป็นเบี้ยรับปีแรก 95,684 ล้านบาท ลดลง 7.22% เบี้ยประกันจ่ายครั้งเดียว 84,730.7 ล้านบาท เติบโต 30.96% เบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป 446,972 ล้านบาท เติบโต 3.01% ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต 83% คิดเป็นสัดส่วนของเบี้ยประกันชีวิตต่อจีดีพีที่ 3.9%

“ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์ประเภทจ่ายเบี้ยครั้งเดียว (single premium) และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง”

ในปี 2562 นี้ สมาคมคาดการณ์ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตจะยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 648,000-650,000 ล้านบาท จากการที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประเภทจ่ายเบี้ยครั้งเดียว (Single premium) และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) ที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจประกันชีวิตเพิ่มมากขึ้น ในการให้ความสนใจทั้งเรื่องความคุ้มครองและแสวงหาช่องทางการลงทุนแบบใหม่เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้มีปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจในประเทศ (จีดีพี) ที่จะขยายตัวประมาณ 4% ภายใต้การส่งเสริมด้านการลงทุนของภาครัฐกับโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การลงทุนของภาคเอกชน ตลอดจนการขยายตัวของการท่องเที่ยว และการปรับตัวดีขึ้นของสินค้าเกษตร รายได้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การบริโภคของภาคเอกชนมีการขยายตัว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยส่งเสริมโดยตรงจากภาครัฐและหน่วยงานกำกับเพื่อให้ธุรกิจประกันชีวิตสามารถแข่งขันได้อย่างเสรี เช่น การส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันชีวิตแก่ประชาชนโดยทั่วไป ให้ตระหนักถึงประโยชน์ของการทำประกันชีวิต การวางแผนสุขภาพของประชาชนในระยะยาวกับการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลจากเบี้ยประกันภัยสุขภาพจำนวน 15,000 บาท และล่าสุดกับมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการควบคุมราคาค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์

นุสรา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง อันสืบเนื่องจากสงครามการค้า ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า รวมทั้งภาวะความกดดันจากหลักเกณฑ์และกติกาสากล อาจส่งผลกระทบในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

ส่วนการยกระดับพฤติกรรมทางการตลาดของธุรกิจประกันชีวิตที่ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางธนาคารลดลง การปรับตารางมรณะใหม่ การเผชิญกับอัตราความเสียหาย จากคนกลางและการฉ้อฉลประกันภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประกันสุขภาพ ในปีที่ผ่านมาได้ปรับกรมธรรมที่เกี่ยวกับตารางมรณะไปทั้งหมดแล้ว