ส่องโรงงานผลิตขายตรง ทุ่มทุนสร้างป้องกันสินค้าขาดมือ

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 188 ครั้ง

เปิดขุมทรัพย์อุตสาหกรรมขายตรงไทยเฉียด 70,000 ล้านบาท เผยสถิติตัวเลขล่าสุดจาก สคบ. พบมีบริษัทตบเท้าขอตีตราขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง 900 บริษัท แต่กลับมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจจริงเพียงแค่ 387 บริษัทเท่านั้น ขณะเดียวกันหากมองส่วนของผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายในระบบ ส่วนใหญ่ได้ว่าจ้างโรงงานอื่นผลิตตามสูตรตัวเองแล้วนำไปจำหน่าย หรือที่เรียกว่า OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่ในปัจจุบันผุดเกลื่อนเมืองเพื่อรองรับตลาดออนไลน์บูม และอีกหนึ่งช่องทางกระตุ้นยอดขายจับมือพันธมิตรที่มีสินค้าเด่นอยู่แล้วนำผลิตภัณฑ์มาเขย่าใหม่ ปรับรูปลักษณ์หน้าตา เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ดึงดูดใจตามสไตล์สินค้าขายตรง แล้วนำมาตีตราจำหน่ายต่อให้แก่สมาชิกสร้างรายได้มหาศาล

อย่างไรก็ตาม การสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจให้มีความยั่งยืนและมีความมั่นคง เกิดขึ้นกับขายตรงคนไทย หลายบริษัทเลือกที่จะทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเปิดโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตัวเอง เพื่อผลิตสินค้าออกจำหน่ายรองรับความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นธุรกิจ รวมไปถึงการควบคุมต้นทุนในการผลิตได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ¬การรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ได้นั่นเอง แม้ปัจจุบันจะยังมีไม่มากนักสำหรับบริษัทขายตรงไทยที่มีโรงงานของตัวเองที่สามารถจับต้องได้จริง แต่การสร้างโรงงานการผลิตก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความแข็งแกร่งในทางธุรกิจ และมีหลายบริษัทที่ลงทุนสร้างโรงงานการผลิตเป็นของตัวเองแล้วมีศักยภาพผลักดันให้ธุรกิจมีการเติบโตเพิ่มขึ้นตามลำดับ และที่เห็นชัดสัมผัสได้จริง ได้แก่
อาณาจักรโรงงานผลิต “กิฟฟารีน” ของผู้บริหารหญิงแกร่ง น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด โดยใช้งบลงทุนสูงถึง 800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ใช้เป็นฐานผลิตเครื่องสำอาง เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ และกลุ่มยาโบราณ ผลิตภัณฑ์สปา และอโรมาเธอราพีป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

โดยโรงงานในกลุ่มบริษัทกิฟฟารีน ประกอบไปด้วย 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ จำกัด บริษัท สกายไลน์ เฮลท์แคร์ จำกัด และบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์ แคร์ จำกัด และขยายการลงทุนใหม่รองรับกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ชื่อ บริษัท แฮปปี้ กิฟ จำกัด ในพื้นที่เดียวกัน และล่าสุดปี 2557 กิฟฟารีนได้เสริมทัพกำลังการผลิตโดยการลงทุนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้ชื่อ บริษัท เฮลท์ฟู้ด ครีเอชั่น จำกัด และ บริษัท คอสเมติค ครีเอชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่รวมกว่า 10 ไร่

ด้านขายตรงน้องใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามองของวงการขายตรงไทย บริษัท แชมป์ ออฟ แชมป์ อินโนเวชั่น จำกัด หรือ CCI ของ ดร.ณสพน โพธิ์วิจิตร ประธานผู้ก่อตั้ง ถือเป็นนักวิจัยไทยเหรียญทองระดับโลกที่เข้ามากระทุ้งวงการขายตรงด้วยผลิตภัณฑ์ในราคาที่จับต้องได้และมีคุณภาพที่ยอมรับได้ทั่วโลก ด้วยคุมกำลังโรงงานการผลิต 3 โรงงาน บนเนื้อที่กว่า 16 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท ดีท๊อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยใช้เป็นฐานผลิตกลุ่มเสริมอาหาร สารสกัดสมุนไพร เวชสำอาง ด้วยเครื่องมือสกัดสมุนไพรอย่างครบวงจร ถือเป็นอีกหนึ่งโรงงานที่ได้มาตรฐานรับรองที่ดีเยี่ยม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยโดยเฉพาะนักธุรกิจ CCI ทุกคน และยังได้ส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีสภาวะเศรษฐกิจที่ดีและมั่นคงทั้งต่อตนเองและประเทศไทยอีกด้วย

ต่อด้วย “อาณาจักรคุ้มแสนสุข” บริษัท โพลีเฮอร์บ เน็ตเวิร์ค จำกัด ภายใต้การนำทัพของ ทองเปลว ศิริพรพิทักษ์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท มิลลิเมด จำกัด และประธานที่ปรึกษา บริษัท โพลีเฮอร์บ เน็ตเวิร์ค จำกัด สำหรับโรงงานผลิตยา Milimed และพื้นที่โดยรอบของ อาณาจักรคุ้มแสนสุข มีส่วนป่าไม้เบญจพันธุ์ พืชสมุนไพรและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บนพื้นที่ 2,500 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ซึ่งอาณาจักรแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นฐานโรงงานสกัดสมุนไพรโรงงานผลิตยาสมุนไพรยาแผนปัจจุบันอาหารเสริมและเครื่องสำอางเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังยกให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติหลายโครงการเสมือนต้นธารแห่งความสุขและคุณภาพชีวิตของคนไทยและคนทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ยักษ์ในการสร้างโรงงานการผลิตของธุรกิจขายตรง นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ ด้วยการทุ่มสุดตัวของหัวเรือใหญ่ สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธาน บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ ย่านคลอง 6 จังหวัดปทุมธานี ภายใต้งบลงทุนทั้งหมด 100 ล้านบาท โดยความคืบหน้าตอนนี้ได้การสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการที่จะผลิตสินค้าและเมื่อใบอนุญาตเรียบร้อยก็สามารถดำเนินการได้ทันที สำหรับการลงทุนสร้างโรงงานเป็นของตัวเองมีเป้าประสงค์หลักใช้เป็นฐานผลิตกลุ่มเสริมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพควบคุมรักษามาตรฐานสินค้าอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งได้มองการณ์ไกลในการสร้างโรงงานเฟส 2 ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

ดังที่กล่าวมาแล้วเป็นเพียงบางส่วนของบริษัทขายตรงที่ได้ทุ่มทุนสร้าง ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นทางธุรกิจขายตรงเพื่อลดปัญหาสินค้าขาดตลาด หนึ่งกลยุทธ์การรุกตลาดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจให้ก้าวเติบโตอย่างมั่นคง