“อาเซีย รีดอกซ์” มาฟอร์มใหญ่ 3 ปี ยอดขายไทยพุ่งเบอร์หนึ่ง

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 60 ครั้ง

“อาเซีย รีดอกซ์” ยักษ์ขายตรงอเมริกามาแรง แจงตลาดทั่วโลกปีที่ผ่านมายอดขายพุ่ง 52% จัดฟอร์มใหญ่ในไทยลงทุนรอบด้านรองรับตลาดโต ปลื้มผู้นำไหลร่วมทัพเพียบ ตอกย้ำของจริงผุดออฟฟิศใหม่ใจกลางเมืองอาคารจี ทาวเวอร์ พระราม 9 เล็งฟันยอดขายสิ้นปี 1,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมสยายปีกปักหมุดต่างประเทศเพิ่ม คาด 3 ปี ยอดขาย อาเซีย รีดอกซ์ ในไทยโตอันดับ 1

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ธุรกิจเครือข่ายอินเตอร์อาเซีย รีดอกซ์ จัดงานใหญ่ Grand Opening ณ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกันนี้คณะผู้บริหารสำนักงานใหญ่อเมริกาอาเซียโกลเบิล และผู้บริหารไทยได้ร่วมเปิดวิสัยทัศน์แถลงข่าว เพื่อนำพาธุรกิจก้าวเติบโตอย่างมั่นคง เริ่มที่ มร.ไทเลอร์ นอร์ตัน ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้ง กล่าวว่า ปัจจุบันอาเซีย รีดอกซ์ได้ขยายไป 33 ตลาดทั่วโลก ดังนั้นการลงทุนในประเทศไทยเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทต้องการทำธุรกิจและช่วยเหลือมอบโอกาสธุรกิจดีๆให้เกิด ที่สำคัญไทยมีจำนวนประชากรมากและเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้นจึงมั่นใจถึงความสำเร็จสูง ด้วยสินค้ามีเอกลักษณ์พิเศษไร้คู่แข่งขันและมีแผนตอบแทนธุรกิจดีหากผู้เข้าร่วมธุรกิจได้ลงทุนและทำด้วยวิธีการที่ถูกต้องจะได้รับประโยชน์รายได้จำนวนมาก

มร.ชาร์ลส์ ฟังค์ CEO ฉายภาพความมั่นคงให้เห็นว่าได้เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อ 10 ที่ผ่านมา ซึ่งการปักธงรบในไทยครั้งนี้มาพร้อมวิสัยทัศน์การเปิดดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง ทำอย่างถูกต้อง โดยในไทยได้ใช้เวลาศึกษาตลาดถึง 2 ปีเต็มพร้อมลงทุนอย่างตั้งใจจนกระทั่งได้เห็นภาพชัดเจนในวันนี้ ส่วนความสำเร็จตลาดทั่วโลกปีที่ผ่านมายอดขายโต 52% มีสมาชิกมากกว่า 2.5 แสนคนที่เข้าร่วมธุรกิจจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้บริษัทเดินหน้าลงทุนรอบด้านไม่ว่าจะเป็นโรงงานการผลิต การพัฒนาระบบไอที รองรับการเติบโตในอนาคตอย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่ มร.จัสติน วิลสัน รองประธานอาวุโส ฝ่ายขายระดับโลก กล่าวว่า อาเซียได้ลงทุนเปิดออฟฟิศใหม่ในไทย ถือเป็นออฟฟิศใหญ่แห่งที่ 3 โดยออฟฟิศแห่งแรกตั้งอยู่ที่ประเทศเยอรมัน แห่งที่สองกรุงไทเปประเทศไต้หวัน และแห่งที่ 3 กรุงเทพมหานครประเทศไทยตั้งอยู่ที่อาคารจี ทาวเวอร์ ถนนพระราม9 (ชั้น16) ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทที่จะขยายตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังเพราะบริษัทมองเห็นศักยภาพตลาดที่จะผลักดันให้ธุรกิจก้าวเติบโต

ทางด้าน มร.เจโรม เว็บบ์ ประธานบริษัท กล่าวว่า กลยุทธ์ความสำเร็จเกิดจากบริษัทมีบุคลากรที่มีความสามารถสูง สำหรับตลาดเอเชียขณะนี้เปิดดำเนินธุรกิจแล้วใน 5ประเทศ ได้แก่ ประเทศไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไทย และฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศที่ทำยอดขายดีอันดับหนึ่ง คือไต้หวัน นอกจากนี้เพื่อรองรับการเติบโตบริษัทได้เตรียมปักหมุดขยายธุรกิจเพิ่ม อีก 3 ประเทศเบื้องต้นได้มองไว้ที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลี จีนแผ่นดินใหญ่ คาดว่าจะสามารถสรุปได้เร็ววันนี้ และเชื่อว่าด้วยจุดแข็งรอบด้านของไทยในอีก 3 ปีข้างหน้าไทยจะมียอดขายติดอันดับ1หรือ2 ตลาดเอเชียอย่างแน่นอน

มร.คาร์ล แอนเดอร์สัน รองประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ใช้เวลาในการศึกษาตลาดประเทศไทยพอสมควร ด้วยเหตุผลหลักของการเปิดสำนักงานในไทยเพราะมองเห็นศักยภาพตลาดที่ยิ่งใหญ่ สินค้าเหนือคู่แข่ง ทำให้บริษัทมั่นใจที่จะหว่านงบลงทุนรอบด้าน พร้อมรองรับด้วยพนักงานให้บริการจำนวนมากเช่นกัน และที่สำคัญเวลานี้มีผู้นำนักธุรกิจตบเท้าเข้าร่วมธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพราะมองเห็นถึงโอกาสความสำเร็จที่เป็นไปได้จริง

สำหรับความเคลื่อนไหวทางธุรกิจในประเทศไทยหลังเปิดได้ดำเนินการได้ปีกว่า สุชาติ ไชยชะนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเซีย รีดอกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันอาเซียมีการเติบโตอย่างน่าพอใจ ด้วยแผนเชิงรุกตลอดทั้งปีทำให้บริษัทมั่นใจในการทำยอดขายทะลุเป้าหมายสิ้นปีนี้ 1,000 ล้านบาท เหตุเพราะมีจำนวนผู้นำจากหลายค่ายเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็มีความโดดเด่น และมีความคุณสมบัติเฉพาะแตกต่างกับผลิตภัณฑ์อื่นที่อยู่ในตลาดอย่างชัดเจน จึงมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ด้านผลิตภัณฑ์ ของอาเซียแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเพื่อสุขภาพและกลุ่มความงาม โดยในไทยได้นำร่องด้วยสินค้าความงามสกินแคร์ RENU 28 ขณะเดียวกันเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุค4.0 บริษัทได้รองรับการทำงานด้วยเครื่องมือทันสมัยส่วนในอนาคตบริษัทมีแผนขยายความร่วมมือ กับเคาน์เตอร์เซอร์วิส ตู้บุญเติม และรองรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตอีกด้วย มาพร้อมกับแผนกระตุ้นตลาดโปรโมชั่นมากมาย อย่างเช่นต้นเดือนสิงหาคมนี้ บริษัทได้จัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวประเทศสาธารณรัฐเชค หลังจากนั้นจะนำผู้นำตำแหน่งโกลด์ประมาณ 100 คน ร่วมประชุมใหญ่ของบริษัทที่ลาสเวกัส รวมทั้งยังมีโปรโมชั่นต่างๆ ที่จะตามมาอีกมากมายภายในปีนี้ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าโปรโมชั่นเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่ม 1,000 ล้านบาทได้อย่าง อย่างแน่นอน