ลางดี!! MLM เมียนมาคืนชีพ สคบ.ไทยลั่น สิ้นปี ’62 ลุ้นกฎหมายใหม่

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 145 ครั้ง

MLM เมียนมาส่อเค้าลางดี หลังบิ๊ก สคบ. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ ซุ่มเงียบเดินทางเยือนเมียนมาอย่างไม่เป็นทางการหวังเยียวยาหัวใจผู้ประกอบการไทย เร่งสางปมกรณีรัฐบาลเมียนมาสั่งตัดตอนห้ามดำเนินธุรกิจขายตรง MLM แจงผลการเยือนมีลุ้นข่าวดีสิ้นปี 2562 ของการเคาะร่างกฎหมายขายตรงเมียนมาก่อนเปิดใช้จริง ชี้ปมเหตุปลาเน่าตัวเดียวขายตรงบางค่ายแหกกฎโมติเวทเว่อร์ ขาดความซื่อสัตย์กับลูกทีม ขณะที่เมียนมาแบ่งรับแบ่งสู้ส่งเจ้าหน้าที่มาไทย ซุ่มดูการทำงานบริษัทขายตรงเพื่อนำข้อมูลกลับไปพิจารณาใหม่ ด้านความคืบหน้าการจดทะเบียนตลาดแบบตรงในไทย สคบ. เตรียมไล่บี้ 2,000 บริษัท
ลั่นให้เวลา 2-3 เดือนนี้ไม่มาเชือดแน่ เชื่อมั่น! หลังงานระดับชาติการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN
Summit) กลางเดือนมิถุนายน 2562 คาดหวังกระตุ้นการร่วมมือระหว่างภาครัฐในการยกระดับอุตสาหกรรม
ขายตรงอาเซียนให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

จากกรณีหน่วยราชการกระทรวงพาณิชย์ ประเทศเมียนมา ได้ออกประกาศคำสั่ง ณ วันที่ 18 กันยายน 2561 ให้มีการยกเลิกการประกอบธุรกิจขายตรงหลายชั้น (Multi-level Marketing : MLM) ภายในประเทศ โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 3 ปี และหรือปรับ 500,000 จ๊าต ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่เข้าไปทำธุรกิจ
ขายตรงแบบหลายชั้นในประเทศเมียนมาได้รับความเสียหายหลายบริษัท ถึงแม้ทางเมียนมาจะมีทางออกให้แก่ผู้ประกอบการขายตรงเดิมด้วยการ
เบนเข็มขายผ่านช่องทางตลาดชั้นเดียวแบบซื้อมา ขายไป หรือการทำผ่านทางออนไลน์ที่ถือเป็นช่องทางธุรกิจการค้าขายทั่วไปได้ก็ตาม แต่หลายบริษัทก็มีความหวังที่จะกลับมาทำเหมือนเดิมเพราะได้สร้างฐานสมาชิกไว้มาก

ล่าสุด มีความคืบหน้าจากหน่วยงานภาครัฐที่ควบคุมดูแลธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงในประเทศไทย พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยกับ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า หลังจากทราบเรื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง
ในประเทศไทยถูกสั่งห้ามการทำธุรกิจ MLM ในประเทศเมียนมา ในฐานะที่ สคบ. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลและการส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงให้มีการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ จึงได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศเมียนมา และได้หารือพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ธุรกิจขายตรงกลับมาเปิดดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง
โดยข้อสรุปล่าสุดได้แนวทางมาว่าในขณะนี้ทางการเมียนมาอยู่ระหว่างร่างกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะ ต้องใช้เวลาพอสมควรหรืออย่างเร็วน่าจะเห็นถึงตัวบทกฎหมายใหม่ขายตรงเมียนมา ช่วงปลายปี 2562 นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับขายตรงไทยที่ตั้งใจบุกตลาดต่างประเทศ สำหรับปมสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ รัฐบาลเมียนมาออกคำสั่งฟ้าผ่าให้บริษัทขายตรง MLM หยุดดำเนิน
ธุรกิจทั้งหมด จากที่ได้มีการหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ครั้งนี้ ทราบว่าธุรกิจขายตรงบางบริษัทเข้าไปทำธุรกิจแบบตีหัวเข้าบ้าน มีการโมติเวทที่เกินความจริง เมื่อผู้บริโภคหรือประชาชนเมียนมาเข้าไปทำธุรกิจ แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามคำกล่าวอ้างของบริษัทที่ว่าไว้ จนเป็นปัญหาที่สะสมมานาน จนในที่สุดเกิดการร้องเรียนจำนวนมาก ดังนั้นทางออกคือทางการได้สั่งระงับการทำธุรกิจขายตรง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและรอการสะสางต่อไป และเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อผ่านการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่นับเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ระหว่างกัน

“ผมยังเสนอความร่วมมือในการสกรีนบริษัทขายตรงในประเทศไทยอีกด้วยถ้าทางการเมียนมาขอความร่วมมือมา ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนขึ้น โดยประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมกลางปีนี้ อาจจะมีการหาหรือกันอีกครั้งหนึ่งถึงแนวทางการยกระดับธุรกิจขายตรง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการร่วมมือกันทำงานสู่ความยั่งยืนร่วมกัน”

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์กรณีศึกษาของการห้ามเปิดดำเนินธุรกิจ MLM ในเมียนมานั้น ก็ได้สร้างบทเรียนราคาแพงให้กับผู้ประกอบการขายตรงได้ไม่น้อย ทำให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของการดิ้นรนหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวของหลายสมาคมขายตรงที่ก่อตั้งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)  บริษัทขายตรงทั้งรายใหญ่และเล็ก รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวมพลังกันเพื่อแชร์แนวคิดปรึกษาหารือกันในการแก้ปัญหาตรงนี้

ขณะเดียวกันด้านเมียนมาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายบริษัทขายตรงที่เปิดดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องได้สร้างคุณประโยชน์เม็ดเงินในการพัฒนาประเทศมากมายในแต่ละปีรวมถึงการยกระดับสร้างรายได้ให้แก่ประชากรเมียนมา แม้ในวันนี้ยังไม่ขานรับการทำ MLM อย่างเต็มปาก แต่ได้รับกระแสที่ดีเมื่อทางเมียนมาได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐมาไทยทั้งการเชื้อเชิญของบริษัท
ขายตรง และการเดินทางเข้ามาเองเพื่อหาข้อมูลถึงวิธีการทำงานขายตรงในไทยและผลลัพธ์ภาพความ
สำเร็จที่เกิดขึ้นกับนักธุรกิจเมียนมาในงานประชุมต่างๆ ที่บริษัทขายตรงไทยได้จัดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับกลับไปพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย ไปสู่กระบวนการร่างกฎหมายทีเ่ หมาะสมให้สอดรับกับวัฒนธรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตคนในประเทศอีกครั้ง

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าวเสริมถึงภาพรวมการทำธุรกิจตลาดแบบตรงในประเทศไทยว่าอยู่ในระหว่างการไล่บี้ธุรกิจตลาดแบบตรง ทั้งบริษัทรายเล็กและรายใหญ่รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 รายชื่อ เพื่อส่งจดหมายไปยังผู้ประกอบการให้เข้ามาจดทะเบียนกับ สคบ. ให้เรียบร้อย เพราะการเข้ามาจดทะเบียนดำเนินธุรกิจตลาดแบบตรงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งภายใน 2-3 เดือนนี้ ทาง สคบ.  จะใช้มาตรการเด็ดขาดในการจัดการกับธุรกิจตลาดแบบตรงที่ไม่มีทะเบียนการประกอบกิจการตลาด
แบบตรงกับ สคบ.

อนึ่งงานประชุมสุดยอดอาเซียนโดยไทยได้รับเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรม
The Athenee เขตปทุมวัน การประชุมสุดยอดในอาเซียน (ASEAN Summit) เป็นการประชุม
ประจำปีที่จัดขึ้นโดยสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East
Asian Nations) หรืออาเซียน (ASEAN) ภายใต้หัวข้อ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของ  ประเทศสมาชิกต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แนวทางในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมื้อต่างๆ ของเหล่าสมาชิกอาเซียน