“วรรณ” ชี้เศรษฐกิจซบไม่กระทบ ตั้งกฎเหล็กขายผิดราคาตัดรหัสทันที

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 174 ครั้ง

“เลกาซี่” เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อเศรษฐกิจซบไม่กระทบการทำธุรกิจ ชูกลยุทธ์การสร้างความสำเร็จนักธุรกิจทำยอดขายเติบโต เน้นพัฒนาองค์กรทั้งระบบให้มีความแข็งแกร่งบริการนักธุรกิจ เตรียมเปิดสาขา 2 มายมาร์ทเล็งเห็นความสำเร็จเกินเป้า วางกฎเหล็กนักธุรกิจขายผิดราคาตัดรหัสทันที

วรรณ โชติกะวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลกาซี่ คอร์ป จำกัด เปิดเผยกับ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอยู่ตลอดเวลา เพราะธุรกิจเครือข่ายถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สามารถขยายตัวและต้องการปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของช่องทางการทำธุรกิจ บริษัทพยายามดึงกลุ่มสินค้าใหม่ที่หลากหลายเข้าสู่ธุรกิจ ซึ่งปีนี้บริษัทก้าวสู่ปีที่ 5 อย่างมั่นคง และสามารถรักษาระดับยอดขายเติบโตสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจ ส่วนทิศทางในปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมขายตรงน่าจะอยู่ในทิศทางบวก จากปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่และการเติบโตเพิ่มขึ้นขององค์กรนักธุรกิจในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงส่งต่อเป็นกระแสการเติบโตในกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่

“บริษัทไม่ได้มองการเติบโตของยอดขายมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เป็นนักธุรกิจที่จะเป็นคนขับเคลื่อนยอดขายเอง บริษัทจะเป็นเพียงทีมคอยซัพพอร์ตในการให้บริการที่ดีเยี่ยมกับการทำงานของนักธุรกิจให้มีความสะดวกสบาย โดยในตอนนี้เราเน้นการพัฒนาระบบพื้นฐานให้มีความแข็งแกร่ง เช่น ระบบการบริการต่างๆ ระบบแบ๊กออฟฟิศระบบออนไลน์ ระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาบุคลากร และสาขาที่ให้บริการนักธุรกิจที่ครอบคลุม นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มเติมในปีนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและนักธุรกิจในการขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น”

สำหรับการเปิดช็อปมายมาร์ทในห้างสรรพสินค้าแจสเออร์เบิร์นย่านศรีนครินทร์เพื่อเจาะตลาดบุคคลทั่วไปในหัวเมืองใหญ่ และเป็นการรองรับการทำงานของนักธุรกิจ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เกินเป้าหมายที่บริษัทคาดการณ์ไว้ ปัจจัย
ที่ทำให้มีการเติบโตเนื่องจากมายมาร์ทมีสินค้าให้เลือกที่หลากหลาย และประชาชนทั่วไปสามารถที่จะเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ง่าย และยังสามารถสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทได้เลย ณ จุดขาย เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดและยังได้คะแนนสะสมจากการซื้อผลิตภัณฑ์อีกด้วย ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาการเปิดมายมาร์ทสาขาที่ 2 เพิ่มเติม

“ผมมองว่าปีนี้ถึงเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่กลับส่งผลดีกับธุรกิจขายตรง เพราะคนยังไม่ค่อยกล้าที่จะลงทุนทำธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ต้องการความเสี่ยง ซึ่งการมาลงทุนกับธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วไปก็ไม่มีผลกระทบกับธุรกิจขายตรง ถึงมีก็มีน้อยมาก ตราบใดก็ตามเวลาที่เราเดินไปตามห้างสรรพสินค้าและยังเห็นที่จอดรถเต็ม คนเดินเต็มห้างสรรพสินค้าถึงแม้คนจะมีกำลังซื้อที่น้อยลง แต่มันเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นว่าคนยังมีกำลังซื้ออยู่ และเมื่อดูจากดัชนีการใช้จ่ายในทุกวันนี้ ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายกับสิ่งของที่เขาคิดว่ามันคุ้มค่ากับราคา และตรงตามความต้องการ เพราะฉะนั้น ทุกบริษัท
ต้องมีการปรับตัวนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมาทำตลาด”

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทมีการประกาศแจ้งเตือนสมาชิกทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก Legacy Corp Official ถึงการตัดรหัสสมาชิกที่กระทำความผิดกฎจรรณยา
บรรณ วรรณ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า
“การขายสินค้าผิดราคาจะแบ่งเป็น 2
ประเภท คือ การขายเกินราคาและการขายต่ำกว่าราคา เราพยายามควบคุมและรณรงค์ให้สมาชิกทุกคนสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำธุรกิจร่วมกัน เพื่อสร้างความเป็นระเบียบขององค์กร ตอนนี้เราได้รับแจ้งจากนักธุรกิจบางรายที่กระทำความผิด แต่ก็ยังไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่เราพยายามจะสร้างกำแพงและมาตรฐานที่ดีเพื่อให้นักธุรกิจทุกคนมีวินัย แต่ถ้ายังมีการฝ่าฝืนบริษัทจะดำเนินการตัดรหัสทันที”