J&C เผยยอด Q1 ทรงตัว เปิดบ้านรับ ‘MDSA เมียนมา’

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 63 ครั้ง

“ดร.สมชาย” นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย TSDA เปิดบ้านต้อนรับคณะทำงานด้านธุรกิจขายตรงเมียนมา ทั้งภาครัฐ-เอกชน มาเยี่ยมชมดูงานบริษัท พร้อมให้ข้อเสนอแนะแนวคิดการบริหารธุรกิจขายตรงตลอดระยะเวลา 18 ปี ชี้ไตรมาสแรก 2562 ยอดขายทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภคไม่กล้าใช้เงิน พร้อมเดินหน้าตอกย้ำกลยุทธ์การพัฒนาระบบ O-2-O-2-M ของบริษัทอย่างต่อเนื่องรองรับการทำงานของนักธุรกิจเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยี

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C เปิดเผยกับ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า บริษัทได้เปิดสำนักงานใหญ่ต้อนรับคณะทำงานด้านธุรกิจขายตรงในประเทศเมียนมา ทั้งภาครัฐและเอกชน สมาคมขายตรง MDSA เข้ามาศึกษาดูงานธุรกิจขายตรงในประเทศไทย ซึ่งสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย TSDA เป็นเจ้าภาพได้รับการประสานงานจากภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศเมียนมาในการเข้ามาศึกษางานขายตรงในประเทศไทยในครั้งนี้ โดยกลุ่มคณะทำงานจากประเทศเมียนมากลุ่มนี้ได้ไปศึกษาดูงานขายตรงในภูมิภาคอาเซียนแล้วหลายประเทศ และประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้ายก่อนจะรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อการออกกฎหมายขายตรงเมียนมา คาดการณ์ว่าปลายปีนี้กฎหมายขายตรงจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

“คณะทำงานศึกษาธุรกิจขายตรงทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งเป็นสมาคมขายตรงเมียนมา (MDSA) ได้มีการไปศึกษาดูงานธุรกิจขายตรงในหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย โดยการมาในครั้งนี้จะมีการเข้ามาดูการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ คือ สคบ. ที่เป็นหน่วยงานควบคุมดูแลธุรกิจขายตรงในประเทศไทย และการเข้าไปศึกษาดูงานของสมาคมธุรกิจขายตรงและบริษัทขายตรงในประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบกฎหมายควบคุมดูแลธุรกิจขายตรงภายในประเทศ หลังจากที่มีการปิดไม่ให้ธุรกิจขายตรงดำเนินธุรกิจตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเราได้ตอบข้อซักถามต่างๆ ที่เกิดความสงสัยในการทำธุรกิจขายตรง และการให้เข้าเยี่ยมชมการบริหารการจัดการภายในบริษัทตลอดระยะเวลา 18 ปี ในการเปิดดำเนินการธุรกิจขายตรงอีกด้วย”

สำหรับไตรมาสแรกในปี 2019 ยอดขายของบริษัทยังคงทรงตัวเหมือนกับหลายปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า 2 เดือนแรกจะมีแนวโน้มของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขายตรงเหมือนจะดีขึ้นมา แต่หลังจากผ่านการเลือกตั้งไปแล้วก็เข้าสู่สภาวะปกติเหมือนเดิม เพราะประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและไม่กล้าที่จะใช้เงิน ถึงแม้จะมีคนใหม่เข้าสู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่การบริโภคของประชาชนไม่ได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ตอนนี้บริษัทยังคงรอดูแนวโน้มของการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยในตอนนี้บริษัทมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบพัฒนานักธุรกิจระบบซัพพอร์ตนักธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อการพัฒนาสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

“อย่างไรก็ตาม การพัฒนาช่องทางแอปพลิเคชันใหม่ “JC M COMMERCE” ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้การเข้าถึแอปพลิเคชันยังไม่มากเนื่องจากการเข้าถึงระบบของเราเริ่มต้นจากจำนวนสมาชิกที่ทำธุรกิจ โดยส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าถึงระบบได้ง่าย แต่การพัฒนาแอปพลิเคชันต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักการเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนาระบบ O-2-O-2-M หรือ Online to Offline to Multilevel เพราะในอนาคตช่องทางออนไลน์จะมีการเติบโตอย่างแน่นอน สำหรับสมาชิกของบริษัทตอนนี้มีอยู่ประมาณ 2 ล้านรหัส และมีแอคทีฟมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ มีคนใหม่สมัครเป็นสมาชิกต่อเดือนกว่า 200 รหัส ส่วนตลาดในต่างประเทศนั้นยังคงมีแนวโน้มของการเติบโตต่อเนื่องที่ดี โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีการเติบโตสูงที่สุด และมีการลงทุนเพิ่มในประเทศจีนซึ่งมีการจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้ว”