ขายตรงไทยเนื้อหอม “อินฟินิตัส” บุกไทยชูวิชั่นเบอร์ 1 โลก

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 142 ครั้ง

“อินฟินิตัส” ขายตรงสัญชาติจีนเบอร์ 4 ขายตรงโลก ขยายเครือข่ายธุรกิจตั้งสำนักงานสาขาประเทศไทยหวังเป็นฮับขยายตลาดภูมิภาคอาเซียนนำเข้าผลิตภัณฑ์ 18 รายการเจาะตลาดความงาม-สุขภาพ เดินหน้าชูกลยุทธ์สู่ขายตรงอันดับ 1 ของโลก ก่อนสิ้นปีเตรียมขยายสาขาเพิ่มฟิลิปปินส์- คาซัคสถาน

เฟลิก ยัง Senior Manager, Int’l Business Strategy & Development, Infinitus Overseas Markets Infinitus Health Products (Int’l) Company Limited เปิดเผยกับ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า อินฟินิตัส เปิดดำเนินธุรกิจเมื่อปี 1992 เริ่มจากการขายผลิตภัณฑ์เพียง 1 รายการเท่านั้น ซึ่งมาถึงปัจจุบันอินฟินิตัสมีผลิตภัณฑ์รวมแล้วกว่า 152 รายการ และจากการจัดอันดับของขายตรงทั่วโลกอินฟินิตัสสามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นขายตรงสัญชาติจีนที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 4 ของโลกมียอดขายทั่วโลกประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกจัดอันดับเป็นแบรนด์ชั้นนำในจีนอยู่อันดับที่ 45 เมื่อเทียบกับแบรนด์ดังระดับโลก การได้มาเปิดสาขาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญทำให้อินฟินิตัสสามารถขับเคลื่อนไปสู่ยอดขายเบอร์ 1 ของโลกได้ในอนาคต

“การมาเปิดสาขาในประเทศไทยเราเริ่มเตรียมการตั้งแต่ปี 2016 อินฟินิตัสไม่ได้ถือว่าใหม่สำหรับตลาดขายตรงประเทศไทย เราเปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2004 โดยอินฟินิตัสจีนจะมีการจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวประเทศไทยทุกปี ซึ่งมีนักธุรกิจที่สามารถพิชิตโปรโมชั่นท่องเที่ยวปีละ 10,000 คน มาเที่ยวที่พัทยาตั้งแต่ปี 2004 – 2019 ซึ่งกินระยะเวลาเกือบ 15 ปีแล้วที่เราได้มีความสัมพันธ์กับประเทศไทย ดังนั้น มันไม่ใช่ตลาดใหม่สำหรับเรา และเมื่อปี 2016 เราก็เริ่มตัดสินใจที่จะเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่ยังติดขัดในเรื่องการขอใบอนุญาตจากภาครัฐที่ใช้เวลาเกือบ 2 ปี เพราะเราต้องการทำธุรกิจทุกอย่างให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย”

ส่วนเป้าหมายของอินฟินิตัส คือ การเป็นอันดับ 1 ของโลก และเชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอินฟินิตัสไปสู่จุดนั้น ซึ่งในปีแรกอินฟินิตัสได้จัดตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคารเลอคองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่ของประเทศไทย โดยจะใช้สำนักงานกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยัง 77 จังหวัดและกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย เพราะประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับ สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย โดยก่อนหน้านี้อินฟินิตัสได้ขยายตลาดในต่างประเทศไปแล้วหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ แคนาดา และภายในปีนี้จะเปิดเพิ่มที่ฟิลิปปินส์ และคาซัคสถาน

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยมี 18 รายการ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภค-บริโภค กลุ่มผลิตภัณฑ์ชา และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามานั้น ทางบริษัทได้สำรวจความต้องการภายในประเทศไทยแล้วว่ามีความต้องการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และผลิตภัณฑ์ของอินฟินิตัสทุกรายการผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นได้ถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยมเพราะมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองที่มีคุณภาพที่เป็นตามมาตรฐานสากล และมีการเพาะปลูกวัตถุดิบขึ้นเอง ซึ่งมีการลงทุนในด้านงานวิจัยกว่า 3,000 ล้านบาท ที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในยุโรปทำการวิจัยและพัฒนา เช่น Cambridge Stamford Harvard ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์มาให้ผู้บริโภคยังได้ผ่านการทดสอบมานับ 1,000 ครั้ง และมีการจดสิทธิบัตรกว่า 995 สิทธิบัตร

“อย่างไรก็ตาม การจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จเราต้องมีวัฒนธรรมองค์กร เราคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก ในฐานะบริษัทก็จะคิดถึงผู้บริโภค คิดถึงนักธุรกิจ คิดถึงบุคคลที่มีส่วนร่วมในธุรกิจเป็นหลัก คือ ไม่ได้คิดเพียงแต่ว่า สุขภาพดี มีเงิน แต่เรามีความแตกต่าง คือ เราสร้างความสุขให้นักธุรกิจ ต่อให้ทำงานมีเงินเยอะ แต่ถ้าคุณไม่ได้นอน ไม่มีเวลาเจอลูกๆ ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ดังนั้น เราคิดว่า สิ่งที่ดีที่สุด คือ ขายตรงอินฟินิตัสเกิดขึ้นภายใต้วิชั่นการทำงาน “Si Li Ji Ren” ซึ่งหมายถึง การคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกคน ด้วยภารกิจของการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีเยี่ยม”