เปิดเกมรบ MLM ครึ่งปีหลัง ฝันเศรษฐกิจฟื้นจากรัฐบาลใหม่

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 105 ครั้ง

เป็นที่แน่นอนแล้วสำหรับนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ที่ถูกเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหรืออย่างน้อยในระยะสั้น แม้ว่าเวลานี้สัญญาณขานรับรัฐบาลชุดใหม่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ แต่เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือซึ่งดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
ขณะเดียวกันหากหันมองภาคธุรกิจโดยรวมธุรกิจ MLM ของครึ่งปีแรก บริษัทส่วนใหญ่ยังทรงตัว โตไม่หวือหวา ด้านผู้ประกอบการขายตรงลั่นขอปักหลักสู้หวังฟื้นตัวคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำให้กำลังซื้อกระเตื้องขึ้น พร้อมกางแผนเปิดฉากลุยตลาดครึ่งปีหลังท้าชนเศรษฐกิจยุคออนไลน์บูม และสมองกล AI เตรียมเข้ามาแทนที่ เหตุเชื่อมั่นว่าการสร้างสายสัมพันธ์เท่านั้นจึงจะทำให้ขายตรงอยู่รอดเติบโตอย่างมั่นคง

ปัจจุบันอุตสาหกรรมขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตกว่า 3% จากความต้องการของผู้บริโภคที่จับจ่ายสินค้าสุขภาพและความงาม รวมถึงช่องทางการสื่อสารในดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย และช่วยให้มีนักธุรกิจขายตรงรายใหม่ แต่ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงนิ่งเงียบกำลังซื้อยังไม่ค่อยกระเตื้องมากมายนัก มาพร้อมกับสิ่งที่ผู้ประกอบการ นักลงทุนต่างคาดหวังจากรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะฉะนั้นเวลานี้การดำเนินชีวิตแบบ “อัตตาหิ อัตโนนาโถ” หรือตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงที่ผู้ประกอบการจะต้องเดินหน้าสู้กันต่อไปเพื่อผลักดันยอดขายเติบโตในยุคออนไลน์บูม และสมองกล AI กำลังเข้ามาแทนมันสมองมนุษย์ ส่วนครึ่งปีหลังหมัดเด็ดแต่ละค่ายเป็นเช่นไรไปดูกัน

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) กล่าวว่า กลยุทธ์หลักตลอดปี 2562 จะนำไปใช้อีกยาวนานในช่วง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2565 ด้วยการพัฒนาให้ก้าวไปอีกขั้นจากจุดเดิมที่ได้มุ่งเน้นพัฒนาระบบ O-2-O หรือ Online to Offline มาอย่างต่อเนื่อง ก็พร้อมพัฒนาต่อยอดไปสู่ O-2-O-2-M หรือ Online to Offline to Multilevel ภายใต้แนวทางการพัฒนา และการสร้างแอปพลิเคชัน “JC M COMMERCE”ครอบคลุมทั้งระบบปฏิบัติการ ANDROID และ IOS รองรับ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย, อังกฤษ และจีน ใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 2 ล้านบาท โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทมีแนวทางในการพัฒนาธุรกิจที่ชัดเจนในการสร้างความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคง ผ่านการกำกับดูแลในการดำเนินธุรกิจให้มีมาตรฐานมีระบบสนับสนุนธุรกิจให้เกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบพัฒนาคนให้มีภาวะผู้นำที่สูงขึ้น การพัฒนาสินค้าที่มีนวัตกรรม มีคุณภาพสูงและราคายุติธรรม นอกจากนี้มีแผนที่จะเข้าไปขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ทั้งที่ประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ โดยการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศจะใช้วิธีทางการตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการเติบโต

ทางด้าน พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด บอกว่า กิฟฟารีนมีแผนกระตุ้นยอดขายกลุ่มสกินแคร์ให้เพิ่มขึ้นจากเดมิ มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 40% ซึ่งในปีนี้จะมีการผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ที่มียอดขายดี พร้อมกันนี้กิฟฟารีนตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ 3-5% ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งทำการตลาดแบบครบวงจรผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook : giffarineofficial Line: @giffarine thailand และการต่อยอดด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบของโปรโมชั่นต่างๆ โดยตั้งเป้ายอดขาย กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม เพิ่มขึ้นเดือนละ 300,000 ขวด ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด เผยว่า กลยุทธ์ในปีนี้บริษัทมีการวางแผนที่จะพัฒนาด้านสื่อโซเชียล มีเดีย เพิ่มมากขึ้น อาทิ ช่องทางเฟซบุ๊ก ช่องทางไลน์แอด และช่องทางยูทูป เพื่อค้นหาผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจกับบริษัท ตอนนี้บริษัทได้สร้างแฟนเพจ @kingherbworld ซึ่งจะมีการทำคอนเทนต์ต่างๆ เช่น ความสำเร็จของนักธุรกิจผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อกระจายความรู้และสร้างการรับรู้ในตัวแบรนด์คิงส์เฮิร์บไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง

ขณะที่ขายตรงน้องใหม่ได้ตั้งรับอย่างร้อนแรงเช่นกัน รวิภัทร ระวีเผ่าพงษ์ Chief Operating Officer บริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด (INDEEM) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าเฟ้นหาพันธมิตรหรือพาร์ทเนอร์ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราคาดี คุณภาพสูง ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเป็นที่ต้องการในท้องตลาดสูง โดยคาดว่าในปีนี้จะมีสินค้าที่ออกวางจำหน่ายภายใต้ความร่วมมือระหว่างกันคาดว่าจะมากกว่า 50 รายการ เพื่อสร้างโอกาสธุรกิจรูปแบบใหม่นำไปสู่ เป้าหมายใหญ่ของการปลดหนี้ให้แก่สมาชิก โดยมีเป้าหมายสมาชิกอินดีมกว่า 200,000 รหัส จะต้องมีรายได้ตัวเลขหลักหมื่นต่อเดือน อย่างแน่นอนอีกด้วย

ขณะที่ขายตรงแดนมังกร “อินฟินิตัส” แม้เปิดดำเนินธุรกิจในไทยได้ 4-5 เดือน แต่ด้วยต้นทุนชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนานของบริษัทแม่ในประเทศจีน และมองเห็นศักยภาพตลาดขายตรงในไทย ได้วางเป้าหมายปีแรกของการทำงานจะผลักดันให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จสูงสุด พร้อมขยายทางเลือกใหม่ด้านผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นครบ 30 รายการ จากเดิมมีอยู่ 18 รายการ และมองไกลถึงการขยายตลาดอนาคตในการจัดตั้งให้ไทยเป็นฮับใหญ่ขยายตลาดอาเซียน

หรือหากมองขายตรงภูธรแม้กำลังซื้อไม่มากนักแต่ก็สู้ไม่ถอย โสภณ ไชยด้วง ประธานบริหาร บริษัท นาย่า กรีน จำกัด หรือ NYG 2015 ยังคงเดินหน้าจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะเดียวกันได้สร้างโอกาสธุรกิจผ่านสำนักงานตัวแทนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีรวมทั้งสิ้น 35 แห่งทั่วประเทศ พร้อมวางเป้าที่ขยับเปิดครอบคลุมทุกจังหวัดในปีนี้เฉลี่ยจังหวัดละหนึ่งแห่ง พร้อมคาดหวังการเติบโตสิ้นปีนี้ 50-100%