DSI-อย.-สบส.ค้น 12 จุด บุกทลาย บ.นำเข้าทั่วกรุงฯ 80 ลบ.

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 63 ครั้ง

DSI ร่วมกับ อย. และ สบส. บุกค้น 12 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เครือข่ายบริษัทผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าเสริมความงามจากต่างประเทศละเมิดเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร มีมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท คาดหวังไทยถูกปลดจากบัญชีดำ Watch List สหรัฐอเมริกา

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการสนธิกำลังหน่วยงานภาครัฐบุกทลายเครือข่ายบริษัทผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าเสริมความงามจากต่างประเทศที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 12 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สืบสวนทราบว่ามีขบวนการนำเข้ามาในราชอาณาจักร และจำหน่ายสินค้าเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ยาที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย.จำหน่ายให้กับลูกค้าหลายกลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่เป็นคลินิกเสริมความงามของขบวนการและคลินิกเสริมความงามอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ซื้อยาไปใช้เอง และกลุ่มลูกค้าที่นำยาไปรับจ้างฉีดให้กับบุคคลอื่นทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

“สำหรับขบวนการดังกล่าวได้กระจายสินค้าทางไปรษณีย์เอกชน หรือฝากส่งให้กับรถจักรยานยนต์รับจ้างส่งของเพื่อนำส่งสินค้าไปส่งให้กับลูกค้าอีกต่อหนึ่ง ส่วนลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดจะฝากส่งต่อให้กับรถตู้โดยสารประจำทาง หรือรถทัวร์ประจำทางตามสถานีขนส่งแล้วแต่กรณี และยังมีเครือข่ายที่เป็นลูกค้ารับสินค้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้าผ่านอินสตาแกรม แอปพลิเคชันไลน์ โดยเช่าห้องพักในอาคารเป็นสถานที่เก็บสินค้าและส่งสินค้าประเภทยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดกลูตาไธโอน ยาฉีด สเต็มเซลล์ ยาฉีดรกแกะ และยาฉีดลดไขมัน และยาเสริมความงามประเภทอื่น เป็นต้น โดยนำสินค้าไปกระจายเก็บซุกซ่อนในสถานที่ต่างๆ หลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร เมื่อการสืบสวนรวมรวมพยานหลักฐานได้แน่ชัด ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลักษณะการกระทำความผิดเป็นแหล่งจำหน่าย และเป็นสถานที่เก็บสินค้าที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรอันมีมูลค่าสูงตามท้องตลาด อันเป็นอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่จะดำเนินคดี อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้อนุมัติให้สอบสวนกรณีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 30/2562”

ขณะที่ผลการตรวจค้นทั้ง 12 จุด พบของกลางเป็นยาละเมิดเครื่องหมายการค้ายาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และผลิตภัณฑ์เสริมความงามจำนวนประมาณ 400,000 ชิ้น มีมูลค่าของกลางประมาณ 80 ล้านบาท และการกระทำความผิดในคดีนี้ เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510, พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558, พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

“การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และของกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอดโดยเฉพาะในการบูรณาการและสนธิกำลังร่วมกันตรวจค้นในครั้งนี้ได้ตรวจยึดสินค้าที่เป็นยาและผลิตภัณฑ์เสริมความงามจำนวนมาก ซึ่งสินค้าดังกล่าวมีผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะอาจทำให้มีผลกระทบต่อการตัดสิทธิพิเศษทางการค้าทำให้สินค้าไทยบางรายการไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เนื่องจากประเทศไทยได้รับการจัดอันดับตามมาตรา 301 พิเศษ ของประเทศสหรัฐอเมริกาให้อยู่ในระดับ Watch List (WL) ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษมุ่งหวังจะให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากทุกบัญชีที่ถูกจับตามองของต่างประเทศ” พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวสรุป