“อาเซีย รีดอกซ์” ไตรมาส 2 โต 52% ชูแผนป่าล้อมเมือง ตั้งเป้าไทย 500 ล้าน

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 75 ครั้ง

ขายตรงอินเตอร์ “อาเซีย รีดอกซ์” โชว์ผลประกอบการทั่วโลกไตรมาส 2 เติบโต 52 เปอร์เซ็นต์ มีผู้นำรับค่าคอมมิสชันรายได้รวม 30 ล้านบาท 22 คน สูงสุดผู้นำชาวไต้หวันรับรายได้รวม 300 ล้านบาท กางแผนลุยตลาดในประเทศไทย ครึ่งปีหลังเจาะตลาดสกินแคร์ภายใต้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองลงพื้นที่จริงสร้างความรับรู้ต่อแบรนด์อย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายสิ้นปีนี้ 500 ล้านบาท

สุชาติ ไชยชะนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเซีย รีดอกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการและดำเนินธุรกิจได้ปีกว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยผลประกอบการทั่วโลกในไตรมาสสองบริษัทเติบโต 52 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับต้นปีหรือปลายปีที่แล้ว เนื่องจากอาเซียเมืองนอกเน้นการทำงานผ่านระบบอีคอมเมิร์ซใช้เทคโนโลยีไอทีเป็นหลัก ปัจจุบัน อาเซีย รีดอกซ์ดำเนินธุรกิจใน 33 ประเทศทั่วโลก แต่หากเป็นการลงทุนเปิดสาขามีทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี ไต้หวัน สาขาประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางเมืองชั้น 16 อาคารจี ทาวเวอร์ พระราม 9

การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ฝรั่งจะมีความเชี่ยวชาญกว่าเรา จึงทำให้มีการลงทุนเปิดสาขาในไทยมีตัวเลขพบว่าคนไทยใช้บัตรเครดิตแค่ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเอาธุรกิจเป็นไอทีอย่างเดียว เมืองไทยต้องปรับเป็นออฟไลน์ด้วย คนไทยชินกับรูปแบบนี้ เช่น การเข้ารับสินค้าและใช้เงินสดซื้อสินค้า แต่เราก็ยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือใหม่การจับมือกับสถาบันการเงินรายใหญ่ เพื่อให้สมาชิกหรือผู้บริโภคมีความคล่องตัวในการทำธุรกิจ การเลือกซื้อสินค้า หรือการชำระเงินมากขึ้น

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายอดสั่งซื้อในระบบออโตชิพของอาเซียทั่วโลกมีสัดส่วนที่ 87% ถือว่าสูงกว่าหลายบริษัทมาจากสินค้าบริษัทมีคุณภาพ ดังนั้นการปรับระบบต่างๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวการทำงานและผลักดันการสั่งซื้อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก

สำหรับภาพรวมธุรกิจดีเราเน้นความยั่งยืน ส่วนแผนรุกตลาดครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเพื่อสนองตอบในความต้องการสมาชิกคนไทย เช่น การอัดฉีดโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่างๆ การประชาสัมพันธ์กระตุ้นชื่อเสียงสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ปัจจุบัน อาเซีย รีดอกซ์ มีสินค้าสุขภาพและความงาม แต่สำหรับตลาดเมืองไทยบริษัทนำร่องด้วยสินค้าความงาม ภายใต้ชื่อ เจลฟื้นฟูผิวรีดอกซ์ RENU 28 ส่วนกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต อย. เวลานี้ตลาดเสริมอาหารแข่งขันสูง ขณะที่เทรนด์ตลาดเครื่องสำอางยังเติบโตได้ดีและเชื่อว่าจุดเด่นนวัตกรรมสินค้าจะทำให้เป็นที่ยอมรับไม่เป็นอันตรายต่อผิว

สุชาติ กล่าวต่อว่า เวลานี้เน้นกลยุทธ์ตลาดแบบป่าล้อมเมืองเจาะตลาดสกินแคร์ โดยการลงพื้นที่ขยายตลาดทั่วประเทศมีการสอน แนะนำสินค้า การนวดสปาหน้าเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงสินค้ามากที่สุด ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี จากนั้นค่อยขยับขึ้นมาเจาะตลาดกรุงเทพฯ

ส่วนเป้าหมายยอดขายสิ้นปีนี้ตั้งเป้าประมาณ 500 ล้านบาท ด้านสมาชิกมีประมาณ 3-4 พันคนทั้งสมาชิกและผู้บริโภค โดยจุดแข็งธุรกิจอันดับแรกตัวโปรดักต์ไร้คู่แข่งทางการตลาด ต่อมาระบบการจ่ายผลตอบแทนด้วยจุดเด่นของแผนธุรกิจแบบไบนารี่ทำให้ผู้นำประสบความสำเร็จเร็ว อย่างเช่นกลางปีที่แล้วมีผู้นำร่วม 12 คนได้รับค่าคอมมิสชันรายได้รวมมากถึง 30 ล้านบาท ตั้งแต่เข้ามาทำธุรกิจ และล่าสุดเพิ่มเป็น 22 คนแล้ว หรือมากที่สุดเป็นผู้นำไต้หวันรับรายได้รวม 300 ล้านบาท

โดยสรุปแผนรุกตลาด 6 เดือนหลังจากนี้จะเน้นรุกตลาดสกินแคร์เป็นหลัก พ่วงด้วยโปรโมชั่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการอัดฉีดโปรโมชั่นกลุ่มรากหญ้าเพื่อกระตุ้นสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองท่ามกลางเศรษฐกิจถดถอย พร้อมๆ กับการเปิดโลกกว้างโปรโมชั่นท่องเที่ยวที่ทำได้ง่ายเริ่มต้นในประเทศหัวเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เช่นพัทยา ภูเก็ต ก่อน แล้วค่อยขยับไปเที่ยวต่างประเทศเมื่อประสบความสำเร็จในระดับตำแหน่งที่สูงขึ้น

“บริษัทมีโปรโมชั่นเยอะและน่าสนใจมากแต่เมื่อเข้ามาทำตลาดเมืองไทยต้องปรับให้สอดรับกับการทำงานและประสบความสำเร็จเร็ว เช่น โปรโมชั่นไลฟ์สไตล์ คือให้สิทธิ์สมาชิกได้เลือกทำตามความถนัดสามารถเลือกให้รางวัลชีวิตได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศหรือหากใครไม่อยากไป เลือกที่จะอยากได้สินค้าแบรนด์เนมอย่างเช่น กระเป๋ากุชชี่ ราคาหลักแสน ก็สามารถทำได้หากมุ่งมั่นทำงานสะสมคะแนนจนถึงเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนด เป็นต้น”