“ไอยรา แพลนเน็ต กัมพูชา” โตเร็ว ปลื้มครึ่งปีแรก ยอดขายพุ่ง 30%

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 115 ครั้ง

ธุรกิจขายตรงสีขาว “ไอยรา แพลนเน็ต” ปลื้มตลาดกัมพูชาเติบโตเร็ว ครึ่งปีแรกยอดขายโต 30% ไม่หวั่นแม้คู่แข่งตลาดมีสูง มองเป็นสิ่งท้าทายมากกว่า เดินหน้าอัดแน่นให้ความรู้ธุรกิจผลิตภัณฑ์ ลั่นนักธุรกิจกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นคนใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรง เร่งสร้างคุณค่าทางอาชีพปั้นนักธุรกิจน้ำดี

ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผย เดอะพาวเวอร์เน็ตเวิร์ค ถึงกลยุทธ์การตลาดช่วงครึ่งปีหลัง สำหรับประเทศไทยเน้นการสร้างกิจกรรมมากขึ้น ผ่านงานเอ็กซ์โปต่างๆ เพื่อกระตุ้นชื่อเสียงทางธุรกิจ ตลอดรวมถึงการสร้างกระแสผ่านตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะเข้ามาสร้างทางเลือกให้แก่นักธุรกิจและผู้บริโภค อีกทั้งเพื่อสร้างขวัญกำลังใจการทำงานและสะท้อนภาพความสำเร็จอย่างแท้จริง บริษัทได้มีการจัดงานพิธีประดับเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจ ทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขายตรงไอยราได้สร้างความตื่นเต้นในตลาดกัมพูชา ผ่านการจัดงานเกียรติยศครั้งยิ่งใหญ่ One Momentum Cambodia ประเทศกัมพูชา โดยมีสมาชิกเข้าร่วมงานกว่า 3,500 คน และมีนักธุรกิจไอยรากัมพูชา ขึ้นรับเข็มคุณวุฒิจำนวนกว่า 700 รหัส ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจขายตรงไอยราได้รับการตอบรับดีสามารถสร้างโอกาสธุรกิจที่ดีและมั่นคงได้จริง

ดร.กัมปนาท กล่าวต่อว่า ปัจจุบันขายตรงไอยรา สาขากัมพูชา เปิดดำเนินธุรกิจได้ราว 4 ปี โดยปีที่ผ่านมา 2561 สาขากัมพูชาสามารถสร้างยอดขายได้ 350 ล้านบาท ขณะเดียวกันจากกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายครึ่งปีแรกปีนี้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% และมีฐานสมาชิกรวมทั้งสิ้น 110,000 รหัส โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดกัมพูชาเติบโตอย่างมั่นคง คือ 1. บริษัทได้เข้าไปถูกจังหวะ ถูกเวลา คนเริ่มให้ความสนใจกับธุรกิจขายตรง 2.นักธุรกิจในพื้นที่เก่ง มีภาวะความเป็นผู้นำสูงมีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ จึงทำให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศดังกล่าว และ 3.การสร้างกิจกรรมทางการตลาดต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการอบรมให้ความรู้ จึงเป็นผลทำให้สามารถเข้าใจธุรกิจและเติบโตดี

“โดยพื้นฐานเดิมกลุ่มผู้บริโภคกัมพูชา มีความพึงพอใจในสินค้าไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากธุรกิจขายตรงหรือค้าปลีกทั่วไป เชื่อว่าสินค้าไทยดีทำให้เปิดใจไม่ยาก และที่สำคัญการเข้าไปทำธุรกิจขายตรงจะต้องทำอย่างถูกต้องทั้งหมดเพราะได้รับการจับตามองจากภาครัฐเหมือนกัน ทั้งในแง่ของสินค้าและธุรกิจต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องนำไปสู่ความสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ”

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบัน มีบริษัทขายตรงได้ปักธงรบขยายธุรกิจในกัมพูชามากขึ้น แต่ตลาดก็ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเช่นเดียวกับตลาดเมืองไทย สำหรับไอยราเรามองเป็นสิ่งท้าทายมากกว่า และไม่ได้กังวลใจประการใดแม้คู่แข่งการตลาดสูงเพราะสุดท้ายแล้วเราจะมีกลุ่มเป้าหมายมีตลาดเป็นของตัวเอง ที่สำคัญนักธุรกิจส่วนใหญ่เป็นคนใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงเลยเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงไม่กังวลใจมากนัก สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคประเทศกัมพูชาต่างจากไทยตรงที่ต้องอัดแน่นให้ความรู้ที่มากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากนักมองว่าเจ็บป่วยแล้วค่อยทาน หรือมองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นยา ดังนั้นเรายังต้องให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ความงามได้รับกระแสตอบรับดีเหมือนประเทศไทย