ไทย และไต้หวันจับมือสัมมนาเพื่อร่วมสร้างไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์แห่งเอเชีย

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 85 ครั้ง

รัฐบาลไทยกำลังดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์ 10 ปีในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชีย และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Healthcare) ซึ่งสอดคล้องกับจุดเด่นของภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน เพื่อช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและไต้หวันในด้าน Smart Healthcare การสัมมนา Thailand-Taiwan Smart Healthcare Seminar & Trade Meeting 2019 จัดโดย สำนักงานการค้าต่างประเทศ ไต้หวัน สภาพัฒนาการค้าภายนอกไต้หวัน (TAITRA) โดยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย (THAIMED) เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นจากบริษัทที่ได้รับรางวัลความเป็นเลิศจากไต้หวัน

ผู้ร่วมงานกว่า 100 คนได้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ รวมถึง โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทย โรงพยาบาลสิรินทร ภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด บริษัท นีโอฟาร์ม จำกัด เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ (N Health) เจดับบลิวที เฮลท์แคร์ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคอล จำกัด Worldmedic Information Technology ในส่วนของรัฐบาล ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย รังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

มร.เจสัน ซู ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้นำเสนอความแข็งแรงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศน์ที่ได้ทำให้เกิดนวัตกรรมสุขภาพและการแพทย์ จริงๆ แล้ว ความสำเร็จของไต้หวันได้รับการกล่าวถึงในระดับนานาชาติ ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ เซมิคอนดัคเตอร์ ซึ่งใช้ในบริษัท อิลลูมิน ซึ่งเป็นบริษัทด้าน genetic sequencing ที่ใหญ่ที่สุด และแผงวงจรของอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้โดยทั้ง GE และซีเมนส์ องค์กรสำคัญ อาทิ World Physician Conference และ American Medical Association ได้มาเยือนไต้หวัน กล่าวโดยสรุปคือ หลากหลายประเทศได้ให้การยอมรับเทคโนโลยี และเห็นความเป็นไปได้ในทางธุรกิจของอุตสาหกรรมสุขภาพของไต้หวัน

หลังจากบริษัทต่างๆ ได้นำเสนอ การจับคู่ทางธรุกิจกว่า 40 คู่ได้เกิดขึ้น ระหว่างบริษัทจากไต้หวัน และโรงพยาบาลในไทย ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสอดคล้องกับความต้องการของไทยและไต้หวัน ดังนั้น ทาง TAITRA จะจัดขึ้นอีกครั้งในปีหน้า