"

“อนาวิน สมุทรสารัญ” AMWISH UNITECH สุขภาพดี อิสรภาพทางการเงิน และเวลา

“Amwish เป็นธุรกิจที่พยายามทำตัวให้เล็ก แต่มีพาร์ตเนอร์ที่ใหญ่ เรามาลงทุนกับเขา ได้ทั้งสุขภาพ ความสวยงาม อิสรภาพทางด้านการเงินและเวลา หน้าที่ของเราคือการขยายการตลาด ที่สำคัญที่นี่มีเจ้าของเป็นคนไทย วิสัยทัศน์ชัดเจนของเขาคืออยากรวย และคนที่ตามเข้ามาต้องรวยด้วย”

อนาวิน สมุทรสารัญ อดีตวิสัญญีพยาบาล ที่ต้องการมีสุขภาพดี มาพร้อมกับอิสรภาพทางด้านการเงินและเวลา ทั้งที่มีรายได้ 6 หลักจากงานที่ทำ แต่ก็ยังไม่สามารถให้สิ่งนี้กับเขาได้ จนมาพบธุรกิจที่ตอบโจทย์ ทำให้เขาลงมือทำอย่างเต็มตัว และก็ได้รับทุกสิ่งที่ต้องการกับ Amwish Unitech

เริ่มต้นจากเขาคนนี้เรียนจบปริญญาตรี คณะพยาบาลศาสตร์บัณฑิต แล้วออกมารับราชการที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อทำงานได้ 4 ปี ก็เลือกที่จะไปเรียนต่อเป็นวิสัญญีพยาบาล ต่อจากนั้นก็กลับมารับราชการต่อที่โรงพยาบาลแห่งเดิม และด้วยความที่อยากมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อจะสามารถส่งเงินให้พ่อแม่ได้ จึงเปลี่ยนไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน และหางานพิเศษเป็นวิสัญญีเพิ่ม จนมีรายได้เดือนหนึ่งถึง 6 หลัก ซึ่งเรียกได้ว่าเส้นทางการเงินสามารถตอบโจทย์ให้เขาได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องของสุขภาพ และเวลา ทำให้เขาเริ่มมองหาสิ่งที่จะให้เขาได้ จนมาพบกับ Amwish ที่ทำไม่ยาก ลงทุนครั้งเดียว แค่เพียงใช้สินค้า ก๊อบปี้คนสำเร็จ ที่สำคัญมีทุกสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การเงิน หรือเวลา

“ตอนแรกที่เข้ามาเราก็ยังไม่ถึงขั้นเปิดใจ คิดว่าจะทำได้จริงหรือ แต่คนที่ชวนมา เห็นศักยภาพในตัวเรา ทำให้เราเริ่มเห็นว่า งานทุกงานดีหมด และเมื่อเขาเปรียบเทียบให้ฟังว่า ภาพลักษณ์กับผลลัพธ์จะเลือกอะไร ทำให้เราคิดว่าการเลือกผลลัพธ์ของงานจะทำให้สามารถสร้างเงินได้ตามศักยภาพที่เรามี ผมจึงลงมือทำ และเพียง 2 ชม. ก็ได้เงินประมาณ 5 หลัก ทำ 10 วันได้ถึง 6 หลัก ทำให้รู้เลยว่างานนี้ตอบโจทย์ตามศักยภาพของเรา อีกอย่างที่ทำให้เปิดใจ คือ การตอบสนองเรื่องรายได้ที่เร็ว เพราะเป็นระบบอีคอมเมิร์ซ เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน จึงเปิดใจเข้ามาร่วมธุรกิจกับ Amwish อย่างเต็มตัว”

ตลอดระยะเวลา 2 ปี เขาทำงานแบบจริงจังมาก เพราะมองว่างานนี้เป็นงานที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ ไม่ต้องมีหน้าร้านที่เป็นรูปธรรม มีเพียงแอปพลิเคชั่นรองรับ บริษัทก็เป็นแบล็กอัพที่ดี อีกทั้งเรื่องของการโปรโมต สร้างกระแส และการสร้างความมั่นใจ ที่นี่มีให้ทั้งหมด โดยมีธนาคารกสิกรไทยมาเป็นพาร์ตเนอร์ให้ พร้อมทั้งเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย คนที่เข้ามาจึงมีหน้าที่เพียงขยายธุรกิจ และแฟรนไชส์ให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเอง

“ตอนนี้ผมมีรายได้เดือนละ 3 แสนบาท ผมมองว่าผมไม่ได้เป็นคนรวย แต่เรียกว่าเป็นผู้มีรายได้เยอะมากกว่า ส่วนเป้าหมายนั้นอยากมีรายได้จากธุรกิจนี้เดือนละ 10 ล้านบาท มีทรัพย์สินมั่นคง และทำให้คนที่เดินตามมามีรายได้ให้เหมือนกันกับผม เพราะธุรกิจนี้สร้างรายได้ไม่จำกัด ไม่ได้จ่ายตามเพดาน แต่จ่ายตามศักยภาพ และทุกคนบนโลกนี้มีศักยภาพ สามารถสร้างรายได้ตามที่ตัวเองอยากออกแบบ ส่วนถ้าผมมีรายได้ 10 ล้าน ก็จะทำให้คนที่ตามมาประสบความสำเร็จไปด้วย”

Amwish เป็นธุรกิจที่พยายามทำตัวให้เล็ก แต่มีพาร์ตเนอร์ที่ใหญ่ เรามาลงทุนกับเขา ได้ทั้งสุขภาพ ความสวยงาม อิสรภาพทางด้านการเงินและเวลา หน้าที่ของเราคือการขยายตลาด ที่สำคัญที่นี่มีเจ้าของเป็นคนไทย วิสัยทัศน์ชัดเจนของเขาคืออยากรวย และคนที่ตามเข้ามาต้องรวยด้วย เป็นคำพูดที่เข้าใจง่าย ตอบโจทย์คน เพราะว่าคนต้องการอาชีพที่ง่าย เร็ว และสะดวก Amwish จึงเป็นบริษัทหนึ่งที่ขยายตลาดผ่านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างชัดเจน

“วันนี้กระแสในโลกออนไลน์ คือ การสร้างตัวตน สร้างภาพลักษณ์ และสร้างตัวเองให้สำเร็จมากขึ้น เป็นการโปรโมต และสร้างตลาด เพราะคนส่วนใหญ่จะมอง Idol ของตัวเองว่าใช้อะไร แล้วไปเสิร์ชหาทางอินเทอร์เน็ต เพื่อจะซื้อของสิ่งนั้น ซึ่งธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่บอกไว้เลยว่า ไม่ต้องมีเงินลงทุนมาก สร้างรายได้ไม่จำกัด ทุกคนมีความฝัน ก็ต้องอยากทำความฝันให้เป็นจริง ลองเปิดใจจากความไม่เชื่อไม่ชอบ แล้วเข้ามาทำดู เพราะทุกวันนี้งานที่เราถนัด เราเป็นหนี้กับมันมากแค่ไหน ลองมาจับงานที่ไม่ถนัดและมาปลดหนี้ด้วยงานนั้นดูครับ”

การทำงานกับ Amwish เราอยู่กันเหมือนครอบครัว ทุกคนมีเป้าหมาย วันนี้พวกเราช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับธุรกิจให้คนภายนอกมองเห็น ซึ่งที่นี่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เรียกว่าเป็นไทม์มิ่งที่ดีมากสำหรับเครือข่าย ยิ่งกระแสสังคมตอนนี้มีการแข่งขันสูงในการทำธุรกิจ ถ้ายังยึดติดอยู่แบบเดิมๆ ว่างานของเราต้องมีหน้าร้าน มีโต๊ะ มีเก้าอี้ เป็นรูปธรรม จับต้องได้ ก็คงไม่ทันกระแสที่กำลังไหลไป ลองหันมาจับงานที่อยู่ในกระแส ในโลกออนไลน์ที่เป็นอีคอมเมิร์ซดู แล้วคุณจะรู้ว่าถ้าปรับตัวได้เร็ว เศรษฐกิจทุกวันนี้ที่บ่นว่าแย่ ก็จะเอาตัวรอดได้ก่อน สุดท้ายแล้วก็คือไม่ใช่เศรษฐกิจที่แย่ แต่เราแค่ไม่ยอมปรับตัวเท่านั้นเอง

You might also like More from author