nulled themes

“ซัคเซสมอร์” บุกตลาดหุ้น ชูความแข็งแกร่ง ก้าวสู่ความมั่นคง

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 452 ครั้ง

“ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์” แต่งตัวเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท พร้อมวางแผนสร้างโรงงานผลิตที่มีมาตรฐานในอนาคต เชื่อมั่นอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศและต่างประเทศมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี จัดโครงการ CSV ต่อเนื่องช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเมียนมา-ไทย

นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) (SCM) เปิดเผยว่า ภาพรวมวันนี้ของธุรกิจซัคเซสมอร์ฯ ถือเป็นความภาคภูมิใจของนักธุรกิจที่สามารถได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นของบริษัทฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นมาตรฐานที่ดีของธุรกิจเครือข่ายขายตรงของคนไทยที่สามารถประกาศถึงความชัดเจน และความโปร่งใสขององค์กรขายตรงที่สามารถเปิดเผยข้อมูลในการทำธุรกิจต่อสาธารณชนได้ หลังจากที่มีการเปิดขายหุ้นในปลายปีนี้หรืออย่างช้าในต้นปี 2563 ซึ่งจะมีการนำเงินที่ระดมทุนมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรใน 2 ส่วนด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1.การนำไปลงทุนสร้างโรงงานผลิตที่มีมาตรฐานเป็นของตัวเอง 2. เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยบริษัทฯ มีแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 25.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท

สำหรับธุรกิจ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) (SCM) ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในลักษณะเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ MLM) โดยบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 225 ล้านบาท และปัจจุบันมีบริษัทย่อยทั้งหมด 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ แล็บบอราทอรี่ จำกัด (SML) บริษัท ซัคเซส สปิริต จำกัด (SPT) และ SCM Spirit (Myanmar) Co., Ltd. (SPM) ดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแบบเครือข่าย กลุ่มธุรกิจให้บริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจเครือข่ายและรับจัดงานสัมมนา และกลุ่มธุรกิจโรงงานผลิตสินค้า

ด้าน นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) (SCM) กล่าวว่า “จุดแข็งที่สำคัญของ SCM คือมีเครือข่ายสมาชิกเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ และมีสาขากระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทย 23 แห่ง อีกทั้ง ยังมีตัวแทนจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศถึง 6 ประเทศ ประกอบไปด้วย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าในประเทศแถบภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตเร็วมาก ในการก้าวขึ้น 7 ปี สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1 พันล้านบาท/ปี และการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยตอกย้ำแบรนด์ของเราให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สร้างโอกาสในการเพิ่มฐานเครือข่ายสมาชิกและลูกค้า พร้อมผลักดันรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต”

สำหรับภาพรวมตลาดในต่างประเทศที่มีทิศทางในการเติบโตที่ดี และซัคเซสมอร์จะเป็นบริษัทเครือข่ายคนไทยที่จะก้าวไปเป็นอันดับหนึ่งของแต่ละประเทศ โดยที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายในเมียนมาได้อย่างถล่มทลาย สปป.ลาว มีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น และกัมพูชาก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งมีปัจจัยการเติบโตที่แข็งแกร่งมาจากระบบพัฒนาศักยภาพนักธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง ทั้งนี้หลังจากที่มีปัญหาการทำธุรกิจในประเทศเมียนมา ซัคเซสมอร์ได้ปรับกลยุทธ์ในการโฟกัสการเติบโตทางธุรกิจใน สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย หลังจากที่มีความชัดเจนในเรื่องกฎหมายขายตรงในเมียนมา คาดการณ์ว่าการกลับเข้าไปทำธุรกิจของซัคเซสมอร์จะสามารถสร้างการเติบโตได้ขึ้นอีกครั้งหนึ่งแน่นอน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตในอุตสาหกรรมขายตรงในต่างประเทศและในประเทศน่าจะมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี

“อย่างไรก็ตามโครงการ CSV ของซัคเซสมอร์ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ร่วมกับนักธุรกิจซัคเซสมอร์เมียนมาร์ร่วม 70 คน บริจาคเงินและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ ข้าวสาร น้ำดื่ม ผ้าห่ม มุ้ง ฯลฯ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี ณ เมืองเมาะลำไย รัฐมอญ ประเทศเมียนมา การบริจาคในครั้งนี้ซัคเซสมอร์ได้รับเอกสารประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงถึงหัวใจแห่งการแบ่งปัน ถือเป็นอีกครั้งที่ชาวซัคเซสมอร์ได้ร่วมส่งมอบคุณค่าในการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์องค์กรแห่งการส่งมอบคุณค่าเพื่อช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังได้มีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสานของประเทศไทย ภายใต้โครงการ “ปันน้ำใจซัคเซสมอร์ เพื่อพี่น้องชาวอีสาน” รักแผ่นดินเกิด อีกด้วย”

tpw