เครือข่ายราชบุรีโมเดล เปิดหลักฐานผลไม้ไร้สารตกค้าง

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 47 ครั้ง

เครือข่ายราชบุรีโมเดล อ่านแถลงการณ์ที่รัฐสภา เปิดหลักฐานผลไม้ไร้สารตกค้าง ร้องลุงตู่อยู่ข้างเกษตรกร

ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ผู้แทนเกษตรกรโครงการ “ราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย นำไทยสู่ครัวโลกกรมวิชาการเกษตร” เปิดข้อเท็จจริงประเด็นพาราควอต เกษตรกรราชบุรีเพาะปลูกตามมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ไร้ผลตกค้าง ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค วอน ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดอ่านข้อมูลสักนิด ก่อนคิดตัดสินใจ
นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานทางการเมืองของประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายแล้ว เข้าใจถึงปัญหาและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่รับผิดชอบพิจารณาแนวทางการควบคุมสารเคมีเกษตร จะต้องมีการศึกษาอย่างรอบด้าน ปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ไม่ได้ตัดสินใจหรือฟังธงว่าจะแบนทั้ง 3 สาร โดยการตัดสินใจขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นสำคัญ (รับฟังแบบเต็มได้ที่ https://youtu.be/nfRdyrFahYE และ https://youtu.be/KZxIBMRWgf0)

อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ผู้แทนเกษตรกรในโครงการฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาโครงการเพาะปลูกพืชผักและผลไม้ด้วยการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ได้พิสูจน์แล้วว่า การอบรมเพื่อให้เกษตรกรปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี ยืนยันได้ว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ ได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามที่เป็นข่าว

นอกจากนี้ การกล่าวอ้างจากเอ็นจีโอถึงผลวิจัยเรื่องการพบพาราควอตในขี้เทาเด็ก กรณีแม่สู่ลูก พบว่า ตามที่นักวิจัยแจ้งว่าได้เก็บตัวอย่างจากอาสาสมัครหญิงตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ปรากฏได้ตรวจสอบกลับไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว ได้รับการชี้แจงว่า ไม่มีข้อมูลการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น ผลการวิจัยมาจากไหน (หลักฐานตามเอกสารแนบ) รวมทั้ง เอ็นจีโอกล่าวอ้างถึงการพบสารตกค้างในพื้นที่หลายแห่ง แต่ในความเป็นจริง หน่วยงานรัฐได้ตรวจสอบซ้ำกลับไม่พบการตกค้างพาราควอตแต่อย่างใด จึงอยากให้นายกฯ เปิดอ่านข้อมูลที่แท้จริงก่อนภาคเกษตรกรรมไทยจะล่มสลายในยุคของท่าน

เกษตรกรเชื่อมั่นในนายกรัฐมนตรีที่รับฟังข้อมูลทั้งสองด้าน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว สารเคมีทั้งสามตัวนี้ คงโดนแบนไปนานแล้ว เหตุที่คณะกรรมการฯ ตัดสินไม่แบน เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏมาโดยตลอดว่า ไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานที่ชัดเจนว่าพาราควอตส่งผลต่อสุขภาพ และไม่มีการตกค้างในสิ่งแวดล้อมตามที่เอ็นจีโอกล่าวอ้าง ส่วนการขึ้นป้ายของโรงพยาบาลต่าง ๆ นั้น บอกว่ามีคนเสียชีวิตจากยาฆ่าหญ้ากว่า 600 คนต่อปี แต่ในความเป็นจริง สถิติของกระทรวงสาธารณสุข มีคนเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละมากกว่า 50,000 ราย มากกว่า ยาฆ่าหญ้าหลายเท่า เกษตรกรจึงอยากฝากกระทรวงสาธารณสุขไป “แบนบุหรี่” หากห่วงใยสุขภาพของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

“นับตั้งแต่วันนี้ เกษตรกรจะไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้าย ทำลายเศรษฐกิจภาคการเกษตร และดูถูกอาชีพเกษตรกรอีกต่อไป เกษตรกรมากกว่า 1.5 ล้านราย พร้อมที่จะออกมาแสดงพลังทุกเมื่อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะดำเนินการตัดสินอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ยึดถือข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยมีหัวใจสำคัญ เกษตรกรต้องไม่เดือดร้อนกับวิธีการแก้ปัญหา เกษตรกรตั้งข้อสังเกตุถึงความพยายามอย่างผิดปกติถึงวิธีการแบนสารสามตัวนี้ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราขอเป็นกำลังใจให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ถูกคุกคาม กดดันมาโดยตลอด ได้ใช้ความรู้ของท่านในการพิจารณาอย่างอิสระ” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป