คปภ. ปลื้มประกันภัยข้าวนาปีทะลุเป้า สร้างสถิติใหม่ยอดทะลุ 27.99 ล้านไร่

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 103 ครั้ง

คปภ. เผยประกันภัยข้าวนาปี สร้างสถิติใหม่ยอดทะลุ 27.99 ล้านไร่ ปลื้มประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และระบบประกันภัยสามารถเข้าไปบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ครม.มีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 โดยมอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี และจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ รวมทั้ง ขับเคลื่อนโครงการ “Training for the Trainers”

ในปีนี้ได้กำหนดพื้นที่จัดการอบรมฯ ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 10 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครสวรรค์ ชัยนาท เพชรบูรณ์ น่าน เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี นครพนม และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายในการลงพื้นที่และปิดโครงการ “Training for the Trainers” ประจำปี 2562

ทั้งนี้ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรกว่า 300 คน ร่วมกับคณะวิทยากร ตลอดจนคณะผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับฟังสภาพปัญหา อุปสรรค ข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอแนะของการทำประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเกษตรกรได้สะท้อนสภาพปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการรับประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการประกันภัยพืชผลชนิดอื่นๆ ให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป

โดยการลงพื้นที่ พบว่า อำเภอหัวไทร มีการปลูกข้าวนาปี จำนวน 38,055 ไร่ เป็นอันดับ 1 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีพื้นที่ทำประกันภัยข้าวนาปี จำนวน 36,691 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 96.42 ซึ่งนับได้ว่าเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งหมด ในขณะที่ความเสียหายของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีในอำเภอหัวไทร ส่วนใหญ่เกิดจากลมพายุ ซึ่งจากข้อมูลที่ผ่านมา ภัยพิบัติต่างๆจะเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จึงแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้เร่งทำประกันภัย เนื่องจากสามารถทำประกันภัยข้าวนาปีได้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562

อีกทั้งเปิดโครงการอบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) ประจำปี 2562 เพื่อจัดอบรมความรู้ด้านประกันภัยในปีนี้ อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำระบบประกันภัยใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

นอกจากนั้น คปภ. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยเรื่องการบูรณาการส่งเสริมความรู้และสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย กับหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี กรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมลงนาม ซึ่งกรอบความร่วมมือดังกล่าว มุ่งเน้นการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการ พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความรู้ด้านการประกันภัย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงและเป็น

หลักประกันความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเป็นเครือข่ายในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประกันภัยไปสู่เกษตรกรและภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างครบวงจร

ดร.สุทธิพล กล่าวว่า ปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติได้กลายเป็นภัยคุกคามที่นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่มวลมนุษยชาติอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อชุมชน สังคม ผู้ประกอบการ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ได้รับความสูญเสียและความเสียหาย โดยเห็นได้จากเหตุการณ์พายุโซนร้อน “โพดุล”และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทำให้ฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์

โดยข้อมูลการรับประกันภัยข้าวนาปีทั่วประเทศ ล่าสุด ณ วันที่ 17 กันยายน 2562 พบว่า มีเกษตรกรทำประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 จำนวนทั้งสิ้น 2.13 ล้านราย โดยมีพื้นที่ที่ทำประกันภัยข้าวนาปี (ส่วนที่ 1) จำนวนทั้งสิ้น 27.99 ล้านไร่ และเกษตรกรซื้อความคุ้มครองส่วนเพิ่ม (ส่วนที่ 2) ด้วยการจ่ายเบี้ยประกันภัยเอง จำนวน 2.43 ล้านไร่ โดยขณะนี้มีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติจำนวน 1.38 ล้านไร่ จ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้วกว่า 1,742 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันภัย (Loss Ratio) เท่ากับร้อยละ 80.04

ดังนั้นโดยภาพรวมของการทำประกันภัยข้าวนาปีในปีนี้ แม้จะยังไม่รวมตัวเลขการทำประกันภัยข้าวนาปีในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้ยังเปิดรับประกันภัยข้าวนาปีไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และที่สำคัญระบบประกันภัยสามารถเข้าไปบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเห็นได้จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

“ขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมมือกับสำนักงาน คปภ. ในการขับเคลื่อนโครงการอบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) อันจะเป็นประโยชน์และขยายผลไปถึงเกษตรกรชาวนาไทยให้มีความรู้ความเข้าใจ และเล็งเห็นความสำคัญของการประกันภัยมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในการปฏิรูปการประกันภัยพืชผลของประเทศไทยอย่างแท้จริง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นโครงการในปีนี้จะได้รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ประเมินผล เพื่อใช้ในการปรับปรุงโครงการในปีต่อๆไป ซึ่งหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรชาวนากลุ่มฐานราก” ดร.สุทธิพล กล่าว