คปภ. ชี้ปี 63 ชูหลัก 4T ก้าวสู่ SMART OIC สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ก้าวไกล สู่อนาคต

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 99 ครั้ง

สำนักงาน คปภ. ลั่นฆ้องปีหนูทอง ชูหลัก 4T เป็นเรือธงนำทัพ คปภ. ก้าวสู่ SMART OIC “สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ก้าวไกล สู่อนาคต” ทิศทางและนโยบายการดำเนินงานในปี 63 คปภ. ต้องเผชิญกับปัจจัยความท้าทายมากขึ้น รวมทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเงินของไทยและต่างประเทศ

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ทิศทางและนโยบายการดำเนินงานในปี 2563 สำนักงาน คปภ. ต้องเผชิญกับปัจจัยความท้าทายมากขึ้น อาทิเช่น การสร้างความเข้าใจในกฎกติกาต่างๆ ที่ได้ประกาศใช้ในปี 2562 การกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดและ ป้องปรามผู้ที่จะกระทำความผิดฉ้อฉลประกันภัย การเตรียมพร้อมรับมือการบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการรุกคืบของ Digital Insurance ตลอดจนมาตรฐานสากลต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลต้องกำหนดมาตรการขับเคลื่อนและทิศทางการส่งเสริมพัฒนา เพื่อบริหารจัดการให้อุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระบบพร้อมรับมือกับความท้าทาย และสามารถข้ามพ้นอุปสรรคต่างๆ ได้

การขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานนอกจากจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีแล้วยังให้ความสำคัญเรื่องทรัพยากรบุคคล ซึ่งผลักดันให้ภารกิจของสำนักงาน คปภ. ลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนโครงการและแผนงานที่สำคัญหลายโครงการ อาทิ โครงการการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เป็นระบบและเป็นมาตรฐาน โดยจะพัฒนาเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) พัฒนาศักยภาพระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานและปรับปรุงสมรรถนะ การทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทน (Pay Structure) และการทบทวนโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทนวิชาชีพให้ความเหมาะสม สามารถแข่งขันกับตลาดแรงงาน และสอดคล้องกับการผลักดันภารกิจตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน คปภ. และ โครงการ OIC Organization Transformation โดยจะปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรสู่การทำงานในยุคดิจิทัล (Culture Change : Creating Agile Digital Culture) ใช้หลัก People การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ (Mindset) และทักษะของพนักงาน (Reskill & Upskill) Policy & Process การเปลี่ยนแปลงวิธีคิด (Thinking Process) และวิธีการทำงาน (Work Process) ผ่านกระบวนการทำ Design Thinking Process และTools & Technology การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่รวดเร็วผ่านการใช้ Digital Platform และสามารถนำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ได้ฝากข้อคิดการทำงานร่วมกัน (Collaborative) เพื่อส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานเข้าใจการดำเนินการตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End Process) โดยใช้หลัก 4T คือ Talk ต้องมีการพูดคุยกันเพื่อหาความรู้ และดูว่าสิ่งที่จะเข้ามา Disrupt มีอะไรบ้าง และเป็นอย่างไร Trust เชื่อในสัญชาตญาณ ถ้าเห็นว่าอะไรที่จะเข้ามามีผลกระทบต่อการทำงาน ก็ต้องศึกษาหาแนวทางในการปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น Try ลงมือทำ เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาต้องเรียนรู้ทดลองปฏิบัติจริง เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และ Teamwork เนื่องจากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจาก

พนักงานทุกคน ซึ่งจะต้องทำงานกันเป็นทีมไม่ใช่ต่างคนต่างทำเพื่อช่วยกันพัฒนา ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในการทำงานและต่อยอดจนสำเร็จออกมาเป็นรูปธรรม พร้อมสู่การเป็น SMART OIC เพื่อให้ได้ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป

“ปี 2563 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายที่สำนักงาน คปภ. ต้องรักษามาตรฐานการดำเนินงาน และยังต้องทำให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นปีสุดท้ายของการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2559 – 2563) จึงต้องเตรียมการสำหรับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 ควบคู่กัน โดยมุ่งเน้นทิศทางการกำกับและส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีศักยภาพและมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องพัฒนากฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้มีความยืดหยุ่น เอื้อต่อการแข่งขันและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รองรับการเป็นองค์กรดิจิทัล ในปี 2563 อย่างเต็มรูปแบบ”