"

2020 รหัสเผาจริง!! ทลายโจทย์หินดัน ศก. ฟื้น

ส่องเศรษฐกิจไทยปีหนูทอง 2020 ชี้ปัญหาที่น่ากังวล คือ อัตราการว่างงานสูงขึ้นเป็นผลจากการลงทุนที่ลดลง มาพร้อมโจทย์หินท้าทาย 3 รูปแบบ ได้แก่ค่าเงินบาทภาวะเศรษฐกิจโลก – ภัยแล้ง – ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนธุรกิจที่ยังพอไปได้ ท่องเที่ยว ค้าปลีกออนไลน์ และการขนส่งสินค้า (Logistics) ด้านหอการค้าไทย เผย 10 ธุรกิจรุ่ง-ร่วงปีหนูทอง จับทางถูกรู้ทันปรับตัวรอด

เปิดรับปีพุทธศักราชใหม่ 2563 หรือปี ค.ศ.2020 โดยทิศทางประเทศไทยนั้นก็ต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ทรงๆ ทรุดๆ มาโดยตลอดและในปีนี้ก็ดูว่ายังไม่ฟื้นตัวมากนัก เพราะปีที่ผ่านมาเกิดหลายเหตุการณ์ที่น่าห่วง กับข่าวปิดโรงงานผลิต คนว่างงานเพิ่ม หนี้เสียพุ่ง ค่าเงินบาท และ ความไม่สงบทางการเมือง ฯลฯ

โดยขอหยิบยกแนวคิด พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ปัญหาที่น่ากังวลปีนี้ คือ การว่างงานที่จะเพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 500,000 คน จากการลงทุนที่ลดลงทำให้การจ้างงานไม่เพิ่ม อีกทั้งยังจะมีโรงงานจำนวนมากที่จะปิดตัวเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมของไทยที่เริ่มจะล้าสมัย หนี้เสียในระบบธนาคารจะเพิ่มขึ้น จากรายได้ของประชาชนที่ลดลง และจากบริษัทห้างร้านที่ธุรกิจย่ำแย่ตามภาวะเศรษฐกิจและต้องปิดตัวลง – ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่า ที่ตอนนี้แข็งค่าทะลุ 30 บาทแล้ว จะส่งผลต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย – ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนอาจจะทนลำบากกันไม่ไหว และหมดหวังว่ารัฐบาลนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี้ได้แล้ว

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” มองแนวโน้มธุรกิจปี 2563 เจอโจทย์หินท้าทาย 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ โจทย์ที่ 1 ค่าเงินบาทและภาวะเศรษฐกิจโลก โจทย์ที่ 2 ภัยแล้ง และโจทย์ที่ 3 การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ

โดยโจทย์แรก : ค่าเงินและเศรษฐกิจโลก เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน ค่าเงินอาจจะปรับตัวแข็งค่าขึ้น ทำให้ภาคการส่งออกยังคงหดตัวส่งผลกระทบกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และทำให้เกิดการชะลอการผลิต ซึ่งจุดนี้จะเป็นการผลิตที่เชื่อมโยงกับการผลิตเพื่อส่งออก และนำไปสู่การใช้วัตถุดิบในประเทศค่อนข้างสูงทำให้ไม่ได้อานิสงส์จากเงินบาทที่แข็งค่า ได้แก่ ธุรกิจเกษตร ธุรกิจรถยนต์ รวมถึงภาคบริการท่องเที่ยว

โจทย์ที่ 2 ภัยแล้ง สถานการณ์ที่รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อผลผลิตของภาคการเกษตร ถึงแม้ว่าสถานการณ์แล้งจะดันให้ราคาสูงขึ้น แต่ผลผลิตที่ไม่ดีก็จะกระทบกับรายได้เกษตรกรแล้วทำให้ภาคการผลิตที่เชื่อมโยงกับเกษตรไม่มีวัตถุดิบ โดยตรงนี้ส่งผลกระทบกับการเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมในห่วงโซ่รวมถึงอาหารด้วย

โจทย์ที่ 3 การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นการปรับเพิ่มในระดับที่ไม่ได้มีผลกระทบมากต่อธุรกิจโดยรวม เพราะเฉลี่ยการปรับเพิ่มในเรท 5-6 บาท คิดเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจประมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยแต่หากธุรกิจมีการพึ่งพาแรงงานสูงแล้วเจอกับปัจจัยเสี่ยงมากมายอยู่แล้ว การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่กระทบต่อธุรกิจนั้นให้ยากลำบากมากขึ้น ธุรกิจที่ใช้แรงงานสูง ได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ร้านอาหาร ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเกษตร ถือเป็นธุรกิจที่น่าห่วงที่สุด

สำหรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในปีนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคบริการโดยที่สำคัญจะเป็นภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งมองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยยังคงขยายตัวได้ดี ถึงแม้จะเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวจะเป็นตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย และประเทศเขตอาเซียน รวมถึงไทยเที่ยวไทย ซึ่งภาครัฐควรจะใช้โอกาสนี้ในการกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกับหลายๆ ธุรกิจ และรวมถึงธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะค้าปลีกออนไลน์ยังเติบโตสูง รวมถึงธุรกิจขนส่ง ธุรกิจสุขภาพส่วนใหญ่จะเป็นภาคบริการแทบทั้งสิ้น

🔎10 ธุรกิจรุ่ง-ร่วงปี 2563
อีกทั้ง ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจของ “หอการค้า” เผยธุรกิจรุ่งและร่วงปี 2563 โดย 10 อันดับธุรกิจร่วงปี 2563 ประกอบด้วย 1. ธุรกิจเช่าหนังสือ 2. ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร 3. ธุรกิจร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต 4. ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร 5. ธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ 6. ธุรกิจการค้าแบบดั้งเดิม 7. ธุรกิจคนกลาง 8. ธุรกิจอินเทอร์เน็ตประเภทฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 9. ธุรกิจดั้งเดิมไม่มีการดีไซน์และใช้แรงงานมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และ 10. ธุรกิจร้านถ่ายรูป
อีกทั้งยังมีธุรกิจที่มีความเสี่ยงคือ ธุรกิจร้านกาแฟ ที่ทำเลไม่ดี และไม่มีแฟรนไชส์ ธุรกิจร้านชาไข่มุก ธุรกิจคลินิกเสริมความงาม ธุรกิจเบเกอรี่ เป็นต้น โดยธุรกิจร่วงเหล่านี้ผู้ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน เนื่องจากมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟ ร้านชานมไข่มุก ที่มีจำนวนมากจนเกินความต้องการ
ขณะที่ 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งปี 2563 นั้นประกอบด้วย 1. ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางด้านอิเล็กทรอนิกส์) 2. ธุรกิจเทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ รวมทั้งผู้ให้บริการด้านโครงข่าย 3. ธุรกิจเกม 4. ธุรกิจด้านขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต 5. ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม รวมถึงธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 6. ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดส์ 7. ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 8. ธุรกิจด้านพลังงาน 9. ธุรกิจก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน และ 10. ธุรกิจเครื่องสำอางและบำรุงผิว เป็นต้น

You might also like More from author