"

ชุติเดช เฉลิมพงศ์ – พิมพาภรณ์ เต็มสุขอนันต์ Presidential Executive คนล่าสุด SYNERGY WORLDWIDE “เราจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ให้มากกว่าเดิม”

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 120 ครั้ง

ชุติเดช เฉลิมพงศ์ – พิมพาภรณ์ เต็มสุขอนันต์ กับ 8 ปีที่ SYNERGY WORLD WIDE พวกเขาตั้งต้นด้วยความไม่พร้อมจนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Presidential Executive ได้อย่างมั่นใจ และจะมาทำให้พวกเราได้รู้กันว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทั้งคู่จะพา SYNERGY ประเทศไทย ก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ให้มากขึ้นกว่าเดิม

พิมพาภรณ์ ทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ มียอดขายเกือบ 200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเธอไม่จำเป็นต้องมาทำธุรกิจเครือข่ายก็ย่อมได้ แต่ด้วยความไม่ปิดโอกาสตัวเอง เพราะได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ของที่นี่แล้วดีจริง จากเหตุการณ์ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งมารดาได้ป่วยเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด มีไขมันอุดตันถึง 3 เส้น ต้องรีบทำการรักษาด้วยการผ่าตัด แต่มารดาของเธอไม่อยากผ่า จึงเสาะหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และก็ได้มาพบกับ SYNERGY ซึ่งในเวลาเพียง 10 วัน ที่ได้ทานผลิตภัณฑ์ก็ทำให้มารดามีอาการดีขึ้น เริ่มลุกขึ้นได้และหายใจคล่องขึ้น เรียกว่ามีอาการดีขึ้นตามลำดับ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเข้ามาเรียนรู้ SYNERGY อย่างจริงจัง

ส่วนทางด้าน ชุติเดช เคยทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงมาเกือบ 30 ปี รายได้ดี อาชีพมั่นคง แต่เมื่อเพื่อนมาพูดให้ฟังในเรื่องของธุรกิจเครือข่ายที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานได้ จึงสนใจและไปทำเครือข่ายอื่นอยู่ถึง 8 ปี แต่ด้วยความที่แผนยากเกินไป รายได้ไม่เคยแซงรายได้หลักของเขาเลย ทำให้เริ่มเบื่อและเกือบหันหลังให้กับธุรกิจนี้ แต่กลับมีลูกน้องที่ทำงานด้วยกันมาแนะนำให้รู้จัก SYNERGY ที่ในตอนแรกเขาไม่อยากทำ แต่พอเห็นสินค้าที่ภรรยา คือ พิมพาภรณ์ ให้มารดาทานแล้วดี และภรรยาถึงกับบินไปดูโรงงานที่สหรัฐอเมริกา จึงเริ่มสนใจและเข้ามาฟังแผนธุรกิจ แล้วก็พบว่าไม่ยาก สินค้าขายตัวเองได้ เป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่แต่ในโลกแห่งความฝันเหมือนที่ผ่านมา จึงทำให้เขาทดลองทำดู

“ต้องยอมรับว่าช่วงแรก SYNERGY เมืองไทยเล็กมาก 4 ปีแรกเราสองคนเข้ามาร่วมธุรกิจ ยังไม่มีระบบเลย ต่างคนต่างทำก็เลยลุ่มๆ ดอนๆ แต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อัพไลน์ชาวเกาหลีใต้ Mr.Hwang Yun Tae เริ่มเข้ามาช่วยคนไทย โดยเอาระบบ Eagles System เข้ามา ซึ่งระบบนี้เป็นเหมือนกับหลักสูตร ทำให้ทุกคนได้เรียนและลงมือทำเหมือนกันตามหนังสือ ดังนั้นจากทำกันเอง ก็มีระบบให้เรียนรู้ มีวิถีทางเดียวกัน จึงทำให้ SYNERGY เมืองไทย เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”

การทำธุรกิจอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายหรือธุรกิจส่วนตัว ทุกอย่างต้องมีเวลาของมัน สิ่งสำคัญที่สุดต้องตั้งใจ ทุ่มเท และรอเวลานั้นให้ได้ คนส่วนใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ รอไม่ได้ อย่างพวกเรา 8 ปีที่แล้วลงมือทำด้วยความไม่พร้อม แต่ค่อยๆ สั่งสมและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ จนเจริญงอกงามมาในวันนี้ได้ก็เพราะสิ่งที่เรียกว่า “ความอดทน” นั่นเอง

“การก้าวขึ้นมาในตำแหน่ง Presidential Executive นี้ เราสองคนคุยกันว่า เป็นเพียงตำแหน่งเริ่มต้น เพราะตลอดเวลาที่ทำธุรกิจกับ SYNERGY เราทำบนความไม่พร้อม แต่วันนี้ตำแหน่งที่ได้สมเกียรติ สมศักดิ์ศรีมาก จึงยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับเราทั้งคู่ ตอนนี้เรียกได้ว่าเรามีทั้งประสบการณ์ มีทุกอย่างครบ ต่อไปนี้เราพร้อมแล้วที่จะทำให้ SYNERGY ประเทศไทย เดินไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่มากกว่าเดิม”

ปัจจุบัน SYNERGY พร้อมแล้วในทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ มีการซื้อซ้ำสม่ำเสมอ ระบบที่ง่าย และสามารถสร้างเครือข่ายได้ทั้งสองอย่าง คือ เครือข่ายผู้บริโภค และเครือข่ายนักธุรกิจ ซึ่งถ้าคุณเก่งแบบไหน ก็สามารถสร้างในแนวที่ถนัดได้เลย

“ธุรกิจเครือข่ายในบ้านเรามียอดหลายหมื่นล้าน แต่ SYNERGY ยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของยอดนั้น จึงไม่ยากที่จะเติบโตขึ้นมาได้อีก ซึ่งต่อจากนี้ไปอีก 4-5 ปี เราเชื่อว่า SYNERGY จะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ เพราะฐานยังเล็ก ตอนนี้ใครมาทำก็สามารถเติบโตได้ทั้งหมดแน่นอน”

เมื่อต้นปี ชุติเดช ได้เออรี่ตัวเองออกมาเพื่อทำ SYNERGY อย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเขาบอกว่า ถ้าไม่ดีจริง เขาคงไม่กล้าออกมาทำอย่างจริงจัง และยังบอกต่ออีกว่า หน้าที่ต่อไปของพวกเขาทั้งสองคนก็คือ ทำให้คนรู้จักธุรกิจเครือข่ายแบบถูกต้องต่อไป

“ธรรมชาติของมนุษย์เห็นแก่ตัว ทุกคนทำเพื่อความอยู่รอด แต่คนที่จะทำเครือข่ายได้ต้องเป็นคนที่เป็นผู้ให้ ให้ทีมงานที่มาใหม่อยู่ได้ก่อน ถึงจะสำเร็จ เราสองคนผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน เรารู้ว่าการที่จะสำเร็จได้นั้น ต้องสร้างคน และให้เขาเชื่อมั่นในตัวเรา เครือข่ายก็เหมือนธุรกิจทั่วไป แต่คนส่วนใหญ่ที่เข้าจะทำเป็นเพียงธุรกิจเสริม ไม่ได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้ จึงไม่เข้าใจในธุรกิจนี้ดีพอ”