CEO ป้ายแดง “ธนะบุล มัทธุรนนท์” พิษดิสรัป จ่อโละพนักงานลดต้นทุน

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 150 ครั้ง

จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และต้องสู้รบกับตลาดดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ทุกภาคส่วนธุรกิจต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ล่าสุดกับความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรครั้งใหญ่ของผู้นำตลาด TV Shopping หรือ Home Shopping TV Direct ที่สะดุดตอเจอกับปัจจัยลบหลายอย่างทำให้ลุกขึ้นมาทำการรีแบรนด์ พร้อมกับจัดทัพโมเดลธุรกิจใหม่

เริ่มจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีวี ไดเร็ค จากเดิมแม่ทัพหน้าคนคุ้นเคย “ทรงพล ชัญมาตรกิจ” ขยับมาเป็น Group CEO ดูแลธุรกิจ B2B และสร้างธุรกิจใหม่ รวมถึงขยายการลงทุนธุรกิจ พร้อมเลื่อนตำแหน่งลูกหม้อเก่า “ธนะบุล มัทธุรนนท์” จากกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีดีช้อปปิ้ง จำกัด เป็นตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ บมจ.ทีวี ไดเร็ค มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

ธนะบุล มัทธุรนนท์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และระดับปริญญาโท จาก มหาวิทยาลัย Dominican University of San Francisco มีประสบการณ์ทำงานกับธนาคาร ซิตี้แบงก์ และ บจก. ทีบีเอ็ม โซลูชั่น ก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับกลุ่ม TVD ในตำแหน่ง กรรมการ บริษัท ทีวีดี เซอร์วิสเซส กรรมการ บริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง และ กรรมการ บมจ. ทีวีไดเร็ค

ธนะบุล มัทธุรนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยว่า หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยรับผิดชอบการบริหารใน 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.ทีวี ไดเร็ค และบริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ได้วางนโยบายการดำเนินงานในปี 2563 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน ตลอดจนผลักดันยอดขายให้เติบโตในอัตราใกล้เคียงกับภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในปีนี้ที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ปัจจุบันพนักงานของ TVD มีประมาณกว่า 1,440 คน ซึ่งจากแผนงานดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์และลดต้นทุน จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับลดในส่วนของพนักงานประจำลงแต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดที่แน่ชัด แต่ทั้งนี้จะไปเพิ่มในส่วนของพนักงานคอลเซ็นเตอร์แทน และยอมรับว่า เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจในตอนนี้ที่ต้องลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ประมาณ 5-10%

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของ ทีวี ไดเร็ค และ ทีวีดี ช้อปปิ้ง ในปีนี้ ได้วางกลยุทธ์หลักภายใต้โมเดล Omni Channel ที่เชื่อมโยงการขายสินค้าทางออฟไลน์และออนไลน์ในหลากหลายช่องทางให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด โดยเฉพาะการเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านช่องทางทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม และช่องทางคอลล์เซ็นเตอร์ Outbound (โทรหาลูกค้า) ซึ่งเป็นช่องทางที่สร้างรายได้หลักและผลกำไร รวมถึงสร้างกระแสเงินสดแก่บริษัทฯ ตลอดจนรักษายอดขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีก (TVD Shop) และผ่านสื่อแคตตาล็อก เพื่อปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค
ขณะเดียวกันจะมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีอัตราเติบโตสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยในปีที่ผ่านมายอดขายทางออนไลน์ของ ทีวี ไดเร็ค มีอัตราการเติบโตประมาณ 32% สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ปรับเปลี่ยนมาเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยในปี 2563 ตั้งเป้ายอดขายผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของรายได้รวม โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้ ทีวี ไดเร็ค มีกำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมา”

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในปี 2563 คาดว่าภาพรวมตลาดจะเติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งจะมีอัตราการเติบโต 2-3% จากปีที่ผ่านมา ดังนั้นบริษัทฯ จึงหันมามุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น