"

ส.ประกันชีวิตฯ คาดเบี้ย ปี 63 ไม่เติบโต ชูประกันสุขภาพ-ยูนิตลิงค์-ประกันชีวิตแบบระยะยาว

สมาคมประกันชีวิตไทย คาดการณ์ปี 63 ธุรกิจประกันชีวิตจะไม่มีการเติบโต โดยจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 610,000 ล้านบาท เหตุปัจจัยท้าทายรอบด้าน เผยจับตลาด 4 ด้านยังโตได้สวย ประกันสุขภาพ-ยูนิตลิงค์-ประกันชีวิตแบบระยะยาว และประกันออนไลน์ ส่วนธุรกิจประกันชีวิตปี 62 ที่ผ่านมาเติบโตลดลงที่ร้อยละ 2.63 ด้วยผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวม 610,914 ล้านบาท และมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ที่ร้อยละ 80

นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในปี 2563 นี้คาดว่าธุรกิจประกันชีวิต จะมีเบี้ยประกันภัยรับรวม ประมาณ 610,000 ล้านบาท ไม่มีการเติบโต โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 119,000 ล้านบาท เบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ 66,000 – 69,000 ล้านบาท เบี้ยประกันชีวิตปีต่อ 420,000 – 428,000 ล้านบาท เหตุเพราะการดำเนินงานยังคงต้องเผชิญกับความกดดันจากปัจจัยท้าทายของปีที่ผ่านมาซึ่งยังคงมีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ของประเทศไทยในปีนี้ที่ร้อยละ 1.5 เหตุเศรษฐกิจของประเทศได้เผชิญกับปัจจัยลบจากการท่องเที่ยวที่หดตัวลง

อันเป็นผลสืบเนื่องจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 สภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไปกับปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และนำเงินบางส่วนไปใช้ชำระหนี้ภาคครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระทบด้านภูมิศาสตร์ ภาวะภัยแล้ง ภาวะการว่างงาน ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ผู้บริโภคมีความต้องการเฉพาะเจาะจง ธุรกิจประกันชีวิตจึงต้องมีการปรับตัว และมีการลงทุนเกี่ยวกับนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อป้องกัน digital disruption และสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นได้ทั้งปัจจัยที่ท้าทายและปัจจัยส่งเสริมธุรกิจ

สำหรับธุรกิจประกันชีวิตในปี 2562 มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 610,914.11 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตลดลงร้อยละ 2.63 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จำแนกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ จำนวน 178,487.45 ล้านบาท อัตราเติบโตลดลงร้อยละ 1.07 โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 108,737.99 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.65 เบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว 69,749.45 ล้านบาท อัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 17.68 เบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป 432,426.66 ล้านบาท อัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 3.25 ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตร้อยละ 80

สำหรับเบี้ยประกันภัยรับจำแนกตามช่องทางการจำหน่าย ปี 2562 อันดับ 1 ยังคงเป็นการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 315,616.85 ล้านบาท หรือเติบโต 3.32% อันดับ 2 การขายผ่านธนาคาร จำนวน 250,564.71.ล้านบาท เติบโตลดลง 10.66% อันดับ 3 การขายผ่านช่องทางการตลาดแบบตรง 14,908.58 ล้านบาท เติบโต 4.01% อันดับ 4 การขายผ่านช่องทางอื่น ๆ 29,823.95 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9.99%

สำหรับทิศทางธุรกิจประกันชีวิตปี 2563 ธุรกิจประกันชีวิตจะต้องปรับลดการขายผลิตภัณฑ์ที่เคยให้ผลตอบแทนสูงเช่น Single Premium หรือแบบประกันชีวิตที่การันตีผลตอบแทนออกจากตลาด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน เช่น ยูนิตลิงก์ (Unit- Linked ) ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว เช่น แบบประกันชีวิตตลอดชีพ แบบประกันบำนาญ สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์ก็จะได้รับความสนใจ

นอกจากนี้ ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.ประกาศการลงทุนฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็น 30% (จากเดิมให้ลงทุนได้เพียง 15%) อีกทั้งยังขยายสัดส่วนการลงทุนในพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์เป็น 25% จากเดิมที่ลงทุนในต่างประเทศได้เพียง 5% และลงทุนในประเทศได้ 20% ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มทางออกให้กับบริษัทประกันได้หาผลตอบแทนได้มากขึ้น

รวมไปถึงยังกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ตามระดับความมั่นคงทางการเงินของบริษัท (100%) โดยแบ่งเป็น 3 ระดับของความแข็งแกร่งของบริษัท แบบแรกสำหรับบริษัททั่วไป ความเสี่ยงตามอัตราแลกเปลี่ยนต้องไม่น้องกว่า 75% ของมูลค่ากระแสเงินสดรับจ่าย แบบที่สอง หากบริษัทฯ นั้นๆ มีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ระหว่าง 250-380% อาจป้องกันความเสี่ยงได้ไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่ากระแสเงินสดรับจ่าย และแบบที่สาม มีความแข็งแกร่งของเงินกองทุนสูงถึง 380% ขึ้นไปสามารถป้องกันความเสี่ยงได้ตามเหมาะสม หรือ 0% นั่นเอง

“ถึงแม้ปี 2563 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับธุรกิจประกันชีวิต หากแต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันชีวิตจะยังคงเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น เพราะธุรกิจประกันชีวิตมีความจำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยงของคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจชะลอตัว ค่ารักษาพยาบาลที่มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกปีตามวิวัฒนาการทางการแพทย์ ตลอดจนการตระหนักรู้ของประชาชนจากภาวะโรคอุบัติใหม่ หรือการแพร่กระจายของโรค เช่น การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ประกันชีวิตและประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาลตามจำนวนเงินผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย”

You might also like More from author