วิเคราะห์ปัจจัยภายนอก+เสริมแกร่งภายใน!? ผ่านหลักปรัชญาทางธุรกิจ J&C ของ ดร.สมชาย หัชลีฬหา

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 155 ครั้ง

ทุกวันนี้สภาพแวดล้อมภายนอกมีผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมากและหากวิเคราะห์ปัจจัยหลักๆ ก็มัก หนีไม่พ้น!! ปัจจัยทางการเมือง (Political factors), ปัจจัยทางเศรษฐกิจ (Economic factors), ปัจจัยทางสังคม (Social factors), ปัจจัยทางเทคโนโลยี (Technological factors), ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (Environmental factors) และปัจจัยทางกฎหมาย (Legal factors) ภายใต้กรอบทฤษฎี PESTEL Analysis ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ประธานกรรมการบริหารแห่งค่ายขายตรงโมเดิร์นเทรด จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น (J&C) อย่าง “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” นำมาใช้วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อธุรกิจทั้งแง่บวกแง่ลบและเพื่อช่วยให้เข้าใจถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ให้พร้อมปรับตัวทางธุรกิจได้ นอกจากนี้ยังเสริมปัจจัยภายในองค์กรด้วยแนวทาง Five Philosophy’s J&C ให้แข็งแกร่งไปในคราเดียวกันอีกด้วย

โดยบอสใหญ่ J&C ได้วิเคราะห์ให้ฟังว่า สภาพแวดล้อมมีหลายปัจจัยให้ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น “ปัจจัยการเมือง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐดังนั้นการทำธุรกิจก็ต้องปรับให้เข้ากับนโยบายภาครัฐ เช่น ภาครัฐมีนโยบายลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติกซึ่งแม้ไม่ได้เป็นกฎหมายแต่เป็นนโยบายที่เป็นกระแสทั้งในประเทศและทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็น Green Products และ Green Environment ซึ่งในส่วน J&C ก็พร้อมปรับตัวเพื่อตอบสนองนโยบายโดยได้ยกเลิกใช้ถุงพลาสติกสำหรับสินค้า ณ สาขาบริการทั่วประเทศของบริษัทฯ (มีผลตั้งแต่ 9 มีนาคม 2563)

ส่วนต่อมาเป็น “ปัจจัยทางเศรษฐกิจ” ซึ่งในแง่ธุรกิจต้องปรับความสามารถในการแข่งขันให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ เช่น ต้นทุนต้องต่ำ กำไรสูง ประโยชน์ใช้งานต้องสูงประสิทธิภาพต้องเยี่ยม รวมทั้งข้อสำคัญก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง หรือในส่วน “ปัจจัยทางสังคม” ก็ต้องพิจารณาดูว่ากระแสสังคมไปทางไหน ยกตัวอย่าง สังคมหวั่นวิตกเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ หรือการเกิดขึ้นของสังคมผู้สูงวัย หรือสังคมต้องการรายได้ หรือสังคมต้องการสิ่งความสะดวก ก็ต้องดูความต้องการของสังคมโดยมองไปไกลๆ ยาวๆ ไม่ใช่มองเป็นแค่แฟชั่นเพราะแฟชั่นอายุสั้น โดยมองให้ออกว่าสิ่งใดเป็นความต้องการของสังคมมีพฤติกรรมอย่างไรก็ต้องหาวิธีการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเหมาะสมในสังคม

ขณะที่ “ปัจจัยทางเทคโนโลยี” สำหรับ J&C ก็จะมุ่งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมตอบโจทย์การทำธุรกิจได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งสามารถเข้าถึงลูกค้าผู้บริโภครวมถึงสมาชิกนักธุรกิจได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ใช้และผู้รับ ต้องเชื่อมโยงทุกอย่างก็ต้องสร้างการเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีก็ต้องทำให้เกิดการปรับตัว เช่นเดียวกับ “ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม” ซึ่งจำเป็นต้องปรับทุกอย่างให้ทันกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เช่น อากาศร้อน,อากาศหนาว,ฝนตก,อากาศที่มีฝุ่นพิษ ก็ต้องคัดสรรสินค้าให้ได้ตรงตามความต้องการในแต่ละฤดูกาลซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็น หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมเรื่องโรคภัยไข้เจ็บหรือโรคที่ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ต้องตั้งรับให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย รวมถึง “ปัจจัยทางกฎหมาย” นั้น แม้โดยกฎหมายส่วนใหญ่ล้วนแต่ตีกรอบทุกธุรกิจให้มีมาตรฐาน อย่างเช่นการตีกรอบธุรกิจขายตรงเพื่อพัฒนาให้เกิดมาตรฐานอยู่ในกฎระเบียบการแข่งขันทางธุรกิจ และนับเป็นปัจจัยสำคัญที่หากองค์กรธุรกิจใดไม่ปรับตัวก็คงไม่สามารถแข่งขันได้อย่างแน่นอน

ดร.สมชาย กล่าวต่อถึงบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจอีกด้วยว่า สังคมไทยในปัจจุบันด้านการค้าการขายอาจรู้สึกเหนื่อยกับกำลังซื้อถดถอยและรู้สึกไม่เหมือนเมื่อก่อนค้าขายไม่คล่อง นั่นเป็นเพราะพฤติกรรมคนในสังคมเปลี่ยนไป เรียกว่า ใช้วิธีการเดิมๆ ไม่ได้ในเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปก็คือ คนเราต้องกินต้องใช้ต้องซื้อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพียงแต่วิธีการซื้อนั้นเปลี่ยนไปเนื่องจากคนเลือกซื้อเลือกใช้ดังกล่าวใช้พื้นฐานการตัดสินใจมากขึ้นโดยเฉพาะการตัดสินใจจะซื้อหรือไม่ซื้อจากแต่ก่อนเคยซื้อแบบใช้อารมณ์ประเภทเห็นใครซื้อก็ซื้อตามกระแสแต่ปัจจุบันต่างใช้เหตุผลในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งเราก็ต้องนำเสนอให้ลูกค้าผู้บริโภคได้เห็นเราอยู่ในมาตรฐานในทางเลือกที่พวกเขาอยากเลือกซื้อคุณค่าที่ต้องมี “การที่เราจะปรับตัวไปทางไหน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นคีย์เวิร์ดที่นำมาใช้แต่ในรายละเอียดก็ต้องมององค์กรเป็นหลักด้วยว่าสิ่งที่จะนำมาปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยสถานการณ์ทั่วไปสำหรับเราแล้วเราจะปรับอะไรที่เหมาะกับองค์กรและเหมาะกับลูกค้าเราด้วยมองความเหมาะสมมองความคุ้มค่าและมีคุณค่ากับสิ่งที่เราทำซึ่งเชื่อว่าจะเป็นคัมภีร์ยุทธหรือเป็นแนวทางที่ทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้”

นอกจากนี้ ดร.สมชาย ยังได้เสริมปัจจัยภายในองค์กร J&C ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย 5 แนวทางหลัก (Five Philosophy’s J&C) ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ทุกคนที่เมื่อเข้าร่วมธุรกิจ J&C ก็จะได้รับได้สัมผัสกับแนวทาง Five Philosophy’s J&C เริ่มจาก “แนวทางส่งเสริมสนับสนุน (Contribute)” จากบริษัทฯตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ,องค์ความรู้,ระบบหรือนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งล้วนส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกคนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถแข่งขันได้และพร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จโดยง่าย

ตามมาด้วย “แนวทางที่จะทำให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ (Experience)” และทักษะดีๆมากมายจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยเรียนรู้ได้จากทีมงาน จากเพื่อนร่วมงาน จากอัพไลน์ดาวน์ไลน์ จากประสบการณ์จริง ความสำเร็จจริง มาถ่ายทอดเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนทุกท่านได้มีประสบการณ์ชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งผสมผสานเข้ากับการเรียนรู้ที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ จากบริษัทฯ ภายใต้หลักสูตร JC Matrix ทำให้ผู้คนที่เข้ามาร่วมธุรกิจได้รับการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ ความสามารถและทักษะให้เกิดการพัฒนาตนเองเป็นผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญและเป็นผู้นำที่ดีได้ในที่สุด

รวมถึง “แนวทางที่จะได้รับ ได้เข้าใจ ได้เรียนรู้นวัตกรรม (Innovation) ใหม่ๆ” ซึ่งวันนี้ J&C มีนวัตกรรมต่างๆ มากมายที่ได้คิดค้นพัฒนาขึ้นมาเป็นของตนเองโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมการตลาด E-wallet และรวมถึงจุดเริ่มต้นต่อไปกับนวัตกรรม AI ที่พร้อมนำมาส่งเสริมการตลาดให้ทุกคนเป็นคนเก่งขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ “คนไม่เก่ง” เป็น “คนที่เก่งได้” อีกทั้งเรายังมีนวัตกรรมสินค้า, เครื่องมือทางการตลาดที่เป็นนวัตกรรมและช่องทางการตลาดใหม่ๆ หรือกลยุทธ์ใหม่ๆ เป็นนวัตกรรมซึ่งบริษัทฯ ได้พัฒนาทำมาโดยตลอดก็ล้วนแล้วแต่จะนำมาช่วยให้ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้โดยง่าย “การแข่งขันยุคนี้คงไม่สามารถใช้เฉพาะแค่ความสามารถเพียงอย่างเดียวแต่ยังจำเป็นต้องใช้ต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำมาสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจอีกด้วยเช่นกัน ดังนั้นที่ผ่านมาจวบจนวันนี้ของ J&C ก็จะปรากฏให้เห็นถึงการพัฒนาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในทุกปี”

นอกจากนี้ยังมี “แนวทางการได้รับความรู้สึกที่ดีที่เป็นความสุข (Happiness)” ไม่ว่าจะเป็นความสุขจากการท่องเที่ยว จากการประสบความสำเร็จในอาชีพ รวมทั้งการเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวของทุกคนทุกท่านได้ หรือแม้แต่การได้เข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ก็ถือเป็นความสุขที่มีร่วมกันได้ และจากปรัชญาการทำงานข้างต้นที่ ดร.สมชาย ได้กล่าวมาในท้ายที่สุดก็จะนำพาไปสู่แนว ทางสุดท้ายนั่นคือ “แนวทางอันนำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน (Sustainable)” ซึ่งพร้อมขับเคลื่อนทุกคนในธุรกิจ J&C ให้สามารถไขว่คว้าความสำเร็จที่เป็นจริงได้นั่นเอง