"

เปิดแผนธุรกิจ “อาเซีย” ปี 2020 ปักหมุดรุกตลาดไทยเต็มกำลัง

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 9 ครั้ง

“อาเซีย” เผยกลยุทธ์ตลาดเอเชียปี 2020 ชะลอเปิดตลาดใหม่ ปักหมุดรุกตลาดไทยเต็มสตีม เร่งเครื่องพัฒนาด้านบริการ ปรับระบบการจ่ายคอมมิสชัน พร้อมอัดโปรโมชั่นหลากหลาย เน้นสร้างผู้นำคุณภาพ

เจรอม เว็บบ์ ประธานบริษัท อาเซีย โกลบอล เปิดเผยถึงทิศทางการตลาดในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทยว่า เป้าหมายของอาเซีย คือสร้างการเติบโตในตลาดเอเชียและประเทศไทย ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตลาดใน 6 ประเทศได้แก่ ไต้หวัน ไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยตลาดใหญ่สุดคือ ไต้หวัน ซึ่งบริษัทมองว่าเอเชียยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะการมีผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีสถานะการเงินยอดเยี่ยม มีความเข้มแข็งมานาน 10 ปี ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดเอเชียประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ

ปัจจุบันอาเซียเปิดสำนักงานแล้วใน 3 ประเทศได้แก่ ไทย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ เพราะฉะนั้นธุรกิจยังเปิดกว้างสำหรับการเติบโตในภูมิภาคนี้ บริษัทเองก็ได้กำหนดทิศทางการทำตลาดไว้อย่างชัดเจนสำหรับตลาดเอเชีย ปี 2020

“ปีนี้เราจะไม่เปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคนี้ แต่จะลงทุนในด้านโครงสร้างสำคัญต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อผลักดันตลาดใน 6 ประเทศให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด รวมทั้งมุ่งเน้นพัฒนาระบบต่างๆ ที่สำคัญอันประกอบไปด้วย ระบบการบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิธีการจ่ายเงิน รับเงิน การสนับสนุนผู้ร่วมธุรกิจด้วยเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้อาเซียและผู้นำมีการเติบโตที่ดีขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการฝึกอบรม และจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ให้มากขึ้นอีกด้วย”

นอกจากนี้จะเน้นพัฒนาผู้นำให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยผู้บริหาร พร้อมที่จะเดินทางพบปะผู้นำในแต่ละพื้นที่เพื่อให้กำลังใจ และสนับสนุนการทำงานของผู้นำในภาคสนามอย่างเต็มที่
“เราตั้งใจจะพัฒนาตลาดทุกพื้นที่ ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาขยายธุรกิจเท่านั้น แต่จะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพเข้าไปสู่ตลาดเพื่อตอบสนองคนไทยด้วย เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ต่างๆ เหล่านี้ จะถูกนำมาใช้ เพื่อให้ตลาดในเอเชียเติบโตมากที่สุด”

สำหรับประเทศไทย บริษัทมองเห็นศักยภาพความสำเร็จ และเป็นตลาดที่มีผลอย่างยิ่งต่อการวางเป้าหมายต่างๆ ของสาขาทั่วโลก ที่ผ่านมาบริษัทรับทราบถึงอุปสรรคในด้านต่างๆ ของตลาดประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุง และวางวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน คาร์ล แอนเดอร์สัน รองประธานภาคพื้นเอเชีย กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยยังเป็นตลาดสำคัญของอาเซีย และเป็นตลาดที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์แตกต่างจากประเทศอื่นๆ เพราะมีการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งในการขยายธุรกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาเซียได้รับความสนใจจากสื่อเป็นจำนวนมาก และบริษัทก็คาดหวังว่าแนวทางนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้นำในการขยายธุรกิจ

ด้านการบริการ บริษัทได้ปรับระบบการจ่ายเงิน รับเงิน ซื้อสินค้า และการลงทะเบียนให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับผู้นำบางส่วนที่ยังไม่มีบัตรเครดิต รวมทั้งการกำหนดพีวีในการรักษายอดเหลือ 50 พีวี เพื่อให้ผู้นำบางคนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างคล่องตัว โดยการทดลองใช้สินค้าก่อน เมื่อประทับใจหรืออยากเริ่มทำธุรกิจ ก็สามารถซื้อแพ็กเกจ ที่มีจำนวนพีวีสูงขึ้นได้

นอกจากนี้อาเซียประเทศไทยยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบการจ่ายคอมมิสชันผ่านบัตรเงินสด ที่ผ่านมาจะเห็นว่าคนไทยมีเพื่อนมากมาย ในประเทศใกล้เคียง และพยายามแบ่งปันธุรกิจ ไปยังประเทศเหล่านั้น แต่ก็ประสบปัญหาในด้านการจ่ายคอมมิสชัน ซึ่งการจ่ายผ่านบัตรเงินสดจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

“เรามีโปรโมชั่นจากส่วนกลางมากมาย ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตตลาดประเทศไทยได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี คือการจัดประชุมต่างๆ เช่น การอบรมโอพีพี แนวทางสู่ความสำเร็จ การประชุมผู้ร่วมธุรกิจใหม่ และการประชุมผู้นำเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งไดมอนด์ ที่ผ่านมาหลายคนประสบปัญหาการพรีเซ้นต์ และการนำเสนอสินค้า ซึ่งการอบรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น จะช่วยทำให้ผู้นำมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ อีกทั้งการจัดงานฉลองความสำเร็จก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ผู้บริหารและผู้นำใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น นี่คือแนวทางด้านการตลาดของอาเซียที่จะเกิดขึ้นในปี 2020”