"

TIP ชี้โควิด19 ส่งผลกระทบหนัก ธุรกิจประกันภัยจะโตได้เพียง 3%

ทิพยประกันภัย มองภาพรวมธุรกิจประกันภัยชะลอตัวเป็นอย่างมาก จากเหตุการณ์ต่างๆที่ส่งผลกระทบโดยรวม เช่นโควิด19 จากเคยประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 3-4% แต่หลังเกิดโควิด19 ทำให้เศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.25 – 1.5% โดยธุรกิจประกันภัยจะโตได้เพียง 3%
 

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจประกันภัยในปี 2562 ตามตัวเลขของสำนักงาน คปภ. ธุรกิจประกันภัยถดถอยเป็นอย่างมาก โดยธุรกิจประกันวินาศภัยมีอัตราเติบโตลดน้อย จากที่เคยโตถึง 6% ในปี 2561 ลดลงมาเหลือ 4.7% ในปี 2562 แต่สำหรับทิพยประกันภัยสามารถทำเบี้ยประกันภัยขยายตัวได้ถึง 6.5% และมีอัตรากำไรโต 21% ถือว่าเป็นบริษัทประกันภัยที่มีอัตราการเติบโตของกำไรมากที่สุดในปีที่ผ่านมา ทางด้านกลุ่มลูกค้ารายย่อยยังคงขยายตัวได้สูง แสดงให้เห็นว่าบริษัทได้รับการตอบรับค่อนข้างมาก จึงมองว่าบริษัทเดินมาถูกทางที่นำเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาใช้ในการดำเนินงาน

ในปี 2563 ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของ โควิด19 ทำให้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก เคยประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 3-4% แต่หลังเกิดเหตุการณ์โควิด19 ทำให้ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.25 – 1.5% โดยธุรกิจประกันภัยจะโตได้ 3% ซึ่งใน 2 เดือนแรก (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2563) เห็นได้ชัดว่ามีการชะลอตัวของเบี้ยประกันภัยในภาพรวมอย่างชัดเจน รวมถึงประกันชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างมาก จึงทำให้การเติบโตในปีนี้น่าจะชะลอตัวลงไป โดยการเติบโตที่ชะลอตัวลงนั้นทำให้การแข่งขันในตลาดมีมากขึ้น โดยในปีนี้น่าจะรุนแรงมาก

ทั้งนี้ทิพยประกันภัย มีการวางแผนรับมือจากการแข่งขันที่รุนแรงในปีนี้ โดยทางด้านลูกค้าองค์กร บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ พร้อมกับความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน โดยลูกค้าองค์กรต้องการให้ดูแลอย่างตรงจุด ซึ่งบริษัทได้พิสูจน์มา 40 – 50 ปี โดยเป็นผู้นำมาตลอด และเป็นบริษัทที่มีความสามารถในการรับประกันภัยมากที่สุดในอุตสาหกรรม สำหรับกลุ่มลูกค้ารายย่อย โดยใช้เทคโนโลยีหรือดิจิทัลในการเข้าถึงลูกค้า ทำให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้มากที่สุด โดยมีระบบ CI ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการประกันภัยที่ช่วยสังคมและประเทศชาติ โดยไม่หวังกอบโกยกำไร โดยในปี 2563 ทิพยประกันภัยมั่นใจว่าจากผลงานที่ผ่านมา น่าจะโตกว่าอุตสาหกรรมถึง 2 เท่า หรืออยู่ที่ 4- 6 %

ทางด้านผลิตภัณฑ์ของทิพยประกันภัยจะมีความทันสมัย และทันต่อเหตุการณ์เสมอ อย่างเช่นกรณีของ โควิค19 และ PM2.5 ทิพยประกันภัยเป็นบริษัทแรกที่ออกผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา และมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาสู่ตลาดตลอดเวลา มีความหลากหลาย โดยผลิตภัณฑ์ทั่วๆไป จะออกมาตอบโจทย์ลูกค้าในหลายๆกลุ่ม ออกแบบความคุ้มครองให้ตรงจุด ล่าสุด บริษัทกำลังจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เกิดจากกลุ่มลูกค้าสูงอายุที่เจาะจงอย่างตรงจุดที่สุด ให้ความสำคัญกับการให้บริการหลังการขายเป็นอย่างยิ่ง ด้านการเคลมสินไหม บริษัทมีแนวคิดว่า “สินไหมนำตลาด” ทุกครั้งที่ลูกค้ามาใช้บริการด้านสินไหม บริษัทมองเป็นโอกาสที่จะโชว์ประสิทธิภาพและความพร้อมในการดูแลลูกค้า

ทั้งนี้ทิพยประกันภัย มีทีม “TIP Smart Assist” ทีมสำรวจภัย ยุคดิจิทัลที่เป็นมากกว่าพนักงานสำรวจภัย ภายใต้สโลแกน “มาไว ใส่ใจ ไม่มากเรื่อง” เพื่อตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัลที่ลูกค้าต้องการความสะดวก-รวดเร็ว แต่ยังอยู่บนพื้นฐานวัฒนธรรมของคนไทยที่มีน้ำใจและจิตอาสาพร้อมช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับความเดือนร้อนแม้ไม่ใช่ลูกค้าของ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ การให้บริการที่ดีเลิศ ตามนโยบายในการพัฒนาเพิ่มศักยภาพทุกๆด้านของการให้บริการ

สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ยังคงมุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายย่อย จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้ลูกค้าองค์กรตระหนักในการเลือกซื้อประกันภัยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งบริษัทมีทีมงานคอยช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงของลูกค้า แนะนำการซื้อประกันภัยในลักษณะที่คุ้มค่ามากที่สุด โดยทิพยประกันภัยเป็นองค์กรบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะ มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เป็นกลยุทธ์หลักในการเติบโต ส่วนลูกค้ารายย่อย เรามีเทคโนโลยีที่รองรับกับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทำให้สะดวก ง่ายและรวดเร็ว ตามแนวคิดที่ว่า “มั่นใจ ไปต่อได้”

You might also like More from author