โหนกระแส “โควิด-19” ขายตรง-ประกัน แห่พลิกวิกฤติสร้างรายได้

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 194 ครั้ง

เกาะกระแสเชื้อไวรัสร้ายโควิด-19 พ่นพิษ ธุรกิจขายตรง-ประกัน แห่พลิกวิกฤติธุรกิจนำเสนอทางเลือกใหม่ยกระดับความปลอดภัยสุขภาพชีวิต ด้านธุรกิจขายตรงปรับรูปแบบการทำงานเน้นผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก “เลกาซี่” หัวใสเสิร์ฟบริการช่องทาง DRIVE THRU ไม่ต้องลงจากรถลดเสี่ยงโรค ขณะที่หลายบริษัทพร้อมใจเข็นสินค้ากลุ่มเสริมอาหาร กลุ่มสินค้าน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด ด้านธุรกิจประกันฟีเวอร์แทบทุกค่ายแห่นำเสนอกรมธรรม์ คุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประเภทเจอ-จ่าย-จบราคาหลักร้อย ทุบสถิติใหม่อุตสาหกรรมประกันภัยยอดประกันโควิด-19 ยอดขายกรมธรรม์พุ่ง 2-3 ล้านฉบับ ภายในเดือนมีนาคม 2563

แม้เวลานี้ยังไม่สามารถหยุดยั้งเชื้อไวรัสร้ายโควิด-19 ได้ และดูทีท่าว่าจะลามระบาดอย่างรวดเร็วทั่วโลก ส่งผลให้หลายประเทศตื่นตัวงัดมาตรการป้องกันประเทศอย่างเข้มข้น แต่บนวิกฤติเหตุการณ์ร้ายนี้ หากใครมองเห็นเป็นโอกาสทางการตลาดใหม่ก็สามารถอยู่รอดสร้างรายได้มากมาย

เฉกเช่น องค์กรหลักสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ออกโปรแกรมทางการแพทย์ตรวจหาเชื้อดูแบลสุขภาพเกือบทุกโรงพยาบาลกำหนดราคาค่าตรวจสุขภาพเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นเป็นทางเลือกของประชาชนซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม แม้ว่าจะมีประกาศเตือนไม่สบายก็ไม่ต้องตรวจแต่ก็มีผู้ยื่นความประสงค์ขอตรวจร่างกายอย่างมากมายเพื่อความสบายใจ

ขณะที่ธุรกิจขายตรงก็ไม่นิ่งเฉย แม้จะโดนโควิด-19 ขวิดแทบกระอัก กิจกรรมตลาดทุกอย่างต้องสะดุด แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าธุรกิจทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไปพร้อมปรับตัววิธีการทำงานเลี่ยงการสุ่มเสี่ยงให้ได้มากที่สุด หากเป็นในแง่การทำงานเน้นใช้ช่องทางการสื่อสาร ทั้งการใช้โทรศัพท์พูดคุย การขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ และการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ให้ความรู้ธุรกิจการเชื่อมความสัมพันธ์เพื่อสร้างความสบายใจทั้งผู้ให้และนักธุรกิจ ส่วนการรับ-ส่งสินค้าก็จะใช้วิธีการขนส่งผ่านระบบการขนส่งทั่วไป หรือการกำหนดวันเวลาชัดเจนในการเข้ามารับสินค้าที่บริษัทของแต่ละเดือนเพื่อเลี่ยงการพบปะให้น้อยที่สุด

อย่างเช่น การให้บริการแปลกใหม่ “เลกาซี่ คอร์ป” เพิ่มการทดลองระบบ LEGACY DRIVE THRU ที่สาขาสาทรและสาขาแจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์ เพิ่มเพิ่มความสะดวกให้กับนักธุรกิจไม่ต้องลงมาจากรถ ส่วนในการเลือกซื้อสินค้าในช็อป “ยูนิลีเวอร์ ไลฟ์” บริษัทสนับสนุนให้นักธุรกิจพาร์ตเนอร์ทุกคนทำงานอยู่ที่บ้านผ่านเครื่องมือออนไลน์ที่บริษัทเตรียมความไว้แล้ว พร้อมทั้งมีการออกแคมเปญการจัดส่งสินค้าฟรีถึงบ้านไม่มีขั้นต่ำ เพื่อให้ความสะดวกสบายในการทำธุรกิจและการดูแลสุขภาพของผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากวิธีทำงานเน้นการสื่อสารผ่านออนไลน์เป็นหลักแล้ว ขายตรงยังใส่ใจสุขภาพดันผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตอย่างตรงจุดโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกันอย่างเช่น ค่ายไอยรา แพลนเน็ต ส่งพระเอกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเอมมูร่าสารสกัดเซซามีนจากงาดำรำข้าวสีนิลและธัญพืช ขณะที่ยูนิซิตี้ห่วงใยสุขภาพด้วยการส่งเสริมอาหารไบโอ-ซี วิตามินซี และ คอร์เอชเบสิค วิตามินรวมช่วยบำรุงร่างกาย ขณะที่ค่ายซูเลียนส่งเครื่องดื่มบี ยางค์ ดูแลสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อ เอ๊กซ์ตร้า วอซ โมเสค คลีนเนอร์ ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ขณะที่ ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ ใส่ใจสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันด้วยน้ำว่านหางจระเข้ ผสมโกจิเบอรี่ เอส เวร่า พลัส เป็นต้น

นอกจากนี้ ช่วงนาทีทองธุรกิจที่จับเงินมากที่สุดต้องยกให้ธุรกิจประกันสุขภาพ จากความต้องการที่พุ่งสูงนี้ทำให้บริษัทรับประกันชีวิตสุขภาพ หรือกลุ่มโบรกเกอร์ประกันต่างหยิบชิ้นปลามันโกยเงินมหาศาล โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีบริษัทประกันกว่า 20 แห่ง ยื่นขออนุมัติกรมธรรม์คุ้มครองโควิด-19 โดยเฉพาะการประกันโควิด-19 รูปแบบจ่ายเบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักแสน ประเภท เจอ จ่าย จบ รับเงินก้อนทันทีได้รับกระแสตอบรับแบบถล่มทลายทำให้บางบริษัทต้องปิดการให้บริการหรือตั้งหลักเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ให้รัดกุมขึ้น ตามความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากความต้องการการทำประกันโควิด-19 ขณะนี้ได้สร้างสถิติใหม่ให้อุตสาหกรรมประกันภัย ด้วยยอดขายกรมธรรม์ที่มีแนวโน้มแตะระดับ 2-3 ล้านฉบับภายในเดือนมีนาคม 2563 เรียกได้ว่าทำลายสถิติประกันภัย 10 บาท ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ที่ทำไว้ 1.3 ล้านฉบับ อย่างไรก็ตาม จากกระแสความต้องการสูงนี้ได้สร้างความคุ้นเคยต่อการซื้อประกันรายย่อยผ่านช่องทางดิจิทัลที่ไม่ยากจนเกินไปสำหรับผู้บริโภค