วิริยะประกันภัยโชว์เทคโนโลยีรับยุค Digital Disruption ปลื้ม! ผลงานปี 62 เบี้ยรับรวม 3.8 หมื่นล้าน

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 149 ครั้ง

วิริยะประกันภัย ตอกย้ำความเป็นอันดับ 1 ประกันวินาศภัยไทยยุค“Digital Disruption” เผยนวัตกรรม 3 ด้านหลักที่บรรลุผล “เทคโนโลยีเพื่อการวิเคราะห์ เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อคู่ค้าเป็นหนึ่งเดียว เทคโนโลยีเพื่อบริการสินไหม เชื่อผลความสำเร็จด้านเทคโนโลยีจะทำให้ผลประกอบการปี 63 โตถึง 3% ส่วนผลประกอบการปี 62 มีเบี้ยรับรวม 38,896 ล้านบาท

อมร ทองธิว กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2563 นอกจากจะถูกท้าทายด้วยปัจจัยเดิมๆ ที่มีผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมมีทิศทางไม่ค่อยสดใสมากนัก ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ ค่าเงินบาท แนวโน้มการส่งออก และวิกฤตล่าสุดผลกระทบจากโรคระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 (COVID-19) ผู้ประกอบการยังถูกท้าทายจากปัจจัยภายในองค์กรของตนเอง นั่นก็คือความสามารถในการปรับตัวให้ก้าวทันยุค “Digital Disruption” อีกด้วย ซึ่งเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลนี้ ต้องยอมรับว่าบทบาทและความสำคัญต่อธุรกิจประกันภัยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความแตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และยังช่วยแก้ปัญหา Pain Point ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องประกันภัย ตั้งแต่เรื่องผลิตภัณฑ์จนถึงการบริการ

ปัจจุบันบริษัทมี Market Share ของธุรกิจประกันวินาศภัยโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 16% หรือ 1 ใน 6 เปรียบเทียบได้ว่าในจำนวนผู้ทำประกันภัย 6 คน ต้องเป็นลูกค้าวิริยะประกันภัย 1 คน ส่วน Market Share เฉพาะตลาดประกันภัยรถยนต์ โดยรวมอยู่ที่ 24% หรือ 1 ใน 4 เปรียบเทียบได้ว่าในจำนวนรถยนต์ 4 คัน ต้องมีรถยนต์ที่ทำประกันภัยกับวิริยะประกันภัย 1 คัน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทดูแลลูกค้าอยู่ประมาณ 8 ล้านกรมธรรม์ แยกเป็นประกันรถยนต์ (Motor) 6.5 ล้านกรมธรรม์ และการประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) อีก 1.5 ล้านกรมธรรม์ และในจำนวนนี้บริษัทได้มีโอกาสให้บริการเคลมสินไหมทดแทนคิดเป็น 1 ล้านเคลมต่อปี ซึ่งการบริการเคลมสินไหมที่บริษัทให้บริการลูกค้า ถือเป็นภารกิจสำคัญและท้าทายที่บริษัทต้องใส่ใจ ดูแล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เอาประกันภัยจะได้รับการบริการที่ดีมีคุณภาพ

สำหรับผลประกอบการการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยรับรวม 38,896 ล้านบาท แยกเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 34,818 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 89.52% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 4,078 ล้านบาท มีสัดส่วน 10.48% ในขณะที่อัตราส่วนสัดส่วนของค่าสินไหมทดแทนต่อค่าเบี้ยประกันภัย (Loss Ratio ) ยังอยู่ในเกณฑ์ดี คือ 63.33% ส่วนทางด้านความมั่นคงของบริษัทในด้านสินทรัพย์มีมูลค่า 76,077 ล้านบาท มีอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมายอยู่ที่ 215.90% เกินกว่ามาตรฐานที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ 150%

ส่วนผลประกอบการของการประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ บริษัทยังมีอัตราเติบโตที่น่าพึงพอใจคือมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 6.57% หรือมีเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 4,078 ล้านบาท โดยการประกันภัยที่ถือว่ามีการเติบโตที่โดดเด่น คือ การประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่งทางบก ที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2562 มีเบี้ยรับรวม 420 ล้านบาท หรือ 46,000 กรมธรรม์ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้รับความไว้วางใจจนขยับส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาอยู่ใน Top 5 จากเดิมที่เคยอยู่ในอันดับ 7

ทั้งนี้บริษัทตระหนักถึงความจำเป็นและเร่งด่วนของเทคโนโลยี และได้มีการดำเนินการด้านเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมใน 3 ด้านหลัก คือ 1. เทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูล (DATA- DRIVEN TECHNOLOGIES) ซี่งจะเป็นเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ ทำให้บริษัทเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อทางธุรกิจกับคู่ค้า API (Application Programming Interface) ด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้น ช่วยเอื้อประโยชน์ในการเปิดกว้างให้แบรนด์วิริยะประกันภัย สามารถเชื่อมโยง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น 3. เทคโนโลยีเพื่อบริการสินไหม วิริยะประกันภัย เน้นย้ำและดำเนินการอย่างต่อเนื่องเรื่องการพัฒนา นวัตกรรมด้านสินไหม

ทางด้าน สยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการบริการอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มศักยภาพด้านการรับประกันภัยรถยนต์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของบริษัทด้วยการบ่มเพาะความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์การเคลมสินไหมกว่า 1 ล้านเคสต่อปี จึงทำให้วิริยะประกันภัยยังคงความเป็นผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันภัยรถยนต์มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการบริการ ทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านการตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์ รวมถึงคุณภาพการบริการสินไหมรถยนต์ ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมระบบการทำงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดบริษัทได้ริเริ่มนวัตกรรมบริการการตรวจสอบอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ ภายใต้ชื่อ “VClaim on VCall” หรือ “บริการเคลมนัดหมายผ่านวิดีโอคอล” เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้เอาประกันภัย ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบสภาพรถยนต์ โดยผู้เอาประกันภัยสามารถนัดหมายการเคลมในวันเวลา ซึ่งถือเอาตามความสะดวกของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก และยังสามารถรับบริการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพนักงานเคลมไปยังจุดนัดหมายได้อีกด้วย