"

คดีแชร์แม่มณี ถอดบทเรียนความเสียหายพันล้าน สู่การพัฒนาระบบการป้องกันแชร์ลูกโซ่ออนไลน์

จากห้วงรอยต่อปี 2562 – 2563 ปรากฏข่าวในคดีความผิดแชร์ลูกโซ่ที่โด่งดังมากเป็นประวัติการณ์ กรณีแชร์ลูกโซ่แม่มณี ซึ่งเป็นคดีที่สื่อมวลชนในประเทศให้ความสนใจ เนื่องจากกลุ่มผู้กระทำความผิดที่สามารถหลอกลวงเหยื่อให้ลงทุนในแชร์ลูกโซ่ดังกล่าวทั้งประเทศประมาณ 5,000 ราย โดยมีการสอบสวนผู้เสียหายเข้าสำนวนได้จำนวน 2,533 ราย และมูลค่าความเสียหายพันกว่าล้านบาทในช่วงเวลาเพียง 8 เดือน เท่านั้น และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท

🔘 เปิดบทเรียนคดีแชร์ลูกโซ่ฉาวโฉ่
นันท์นภัส เกยุราพันธุ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ๑ กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า หากถอดบทเรียนในยุคสังคมออนไลน์ที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ ก็จะพบว่าส่วนใหญ่หลงเชื่อการสร้างภาพ เชื่อคนใกล้ชิดชักชวน เสพข่าวสารการลงทุนผ่านโลกออนไลน์ ประกอบกับความโลภ และความไม่รู้ มาเจอกัน ประชาชนที่เชื่อและลงทุนจะตกอยู่ในสถานะเหยื่อแชร์ลูกโซ่ได้ง่าย รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารจะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้การหลอกให้ร่วมลงทุนสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็เสมือนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันก็มิได้แตกต่าง ซึ่งผู้ที่ได้รับแรงกระทบจากผลของมัน ล้วนตกอยู่ในภาวะอันตรายทั้งสิ้นเหยื่อแชร์ลูกโซ่จำนวนมากแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

อย่างไรก็ตามการจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของแชร์ลูกโซ่กับการหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดก็เช่นเดียวกัน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เฉียบขาดและรวดเร็ว และต้องใช้ยาแรงในการบริหารจัดการเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์แพร่ระบาดเช่นเดียวกันดั่งที่ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาแล้ว ในข้างต้น คดีแชร์แม่มณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษใช้ระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษเพียง 70 วัน โดยในตอนนั้นได้มีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 150/2563 คดีแชร์แม่มณี โดยกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการบูรณาการระดมสรรพกำลังของคณะพนักงานสอบสวนที่มาจากทุกกองคดี การใช้เทคโนโลยีทุกด้าน ในการสืบสวนสอบสวนมีรูปแบบนวัตกรรมใหม่ด้านการสอบสวนเกิดขึ้นเพื่อประสิทธิภาพในการทำคดีพิเศษ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

🔘 กลุ่มคนกลุ่มเดียวสร้างความเสียหาย 1,300 ล้านบาท
สำหรับคดีแชร์แม่มณี เกิดขึ้นจากนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช มีชื่อเล่นว่าเดียร์หรือแม่มณี ซึ่งผู้ต้องหากับพวกสร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 1,3000 ล้านบาท มีผู้เสียหายทั้งประเทศกว่า 5,000 ราย เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 31 มีนาคม 2562 ถึง 30 ตุลาคม 2562 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่า 130 ล้านบาท ซึ่งได้แจ้งข้อหาความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
โดยมีรูปแบบการลงทุน คือชวนให้นำเงินมาออมไว้กับแม่มณี ซึ่งกระทำไปเพื่อจูงใจให้ประชาชน เกิดความสนใจและมีความเชื่อมั่น ในการนำเงินมาลงทุน โดยกลุ่มผู้ต้องหามิได้นำเงินไปลงทุนแต่อย่างใด แต่นำไปเพื่อหมุนเวียนเงินของผู้หลงเชื่อลงทุนรายใหม่และรายเก่า มาหมุนเวียนจ่ายให้กับผู้ลงทุนรายก่อนๆ และผู้ลงทุนรายปัจจุบันที่ครบกำหนดมีการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการโฆษณาในสังคมออนไลน์ Facebook ว่าแม่มณีทำธุรกิจประสบความสำเร็จหลายด้าน มีธุรกิจหลายอย่าง อาทิ ห้างทองแม่มณี ผู้จัดรายการทีวี ปลาร้าแม่มณี และธุรกิจขายเครื่องสำอาง สร้างภาพว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจึงได้มีการระดมทุนโดยตกลงจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 93 ต่อเดือนของเงินลงทุน ระยะเวลาฝาก 1 เดือน ซึ่งต่อมามิได้มีการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนคืนทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เป็นคดีแชร์ลูกโซ่คดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาคปัจจุบัน

🔘สื่อสังคมออนไลน์เครื่องมือแชร์ลูกโซ่
นันท์นภัส เกยุราพันธุ์ กล่าวต่อว่า รูปแบบการระดมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ได้พัฒนารูปแบบการกระทำความผิดไปอีกขั้นหนึ่ง โดยใช้สื่อออนไลน์และเทคโนโลยีในการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน ให้มีความทันสมัยและมีความหลากหลาย ตามภาวะเศรษฐกิจการเงินและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้ขยายตัวออกไปหลอกลวงประชาชนในวงกว้าง และจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต คดีแชร์แม่มณี เป็นบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ทำไมแชร์ลูกโซ่ถึงยังคงมีอยู่และแพร่กระจาย อย่างรวดเร็ว เพราะแชร์ลูกโซ่อาศัยปัจจัยที่เกิดจากความโลภ ความไม่รู้ และความไว้เนื้อเชื่อใจ โอนเงินให้แม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เทคโนโลยีทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อได้ง่าย และปรับตัวมาในรูปแบบใหม่ ๆ เสมอ ทำอย่างไรที่จะต่อสู้กับแชร์ลูกโซ่ในยุคออนไลน์ได้ คำตอบท้ายที่สุดคือเราคงต้องใช้ระบบออนไลน์เช่นกันในการป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชนชน พ.ศ.2527 หรือแชร์ลูกโซ่ เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีมาตรการเร่งด่วนให้บูรณาการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ และให้มีมาตรการป้องกันเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนมิให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีประชาชนหลงเชื่อเข้ามาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงผู้ที่ไม่เข้าใจ ขาดความรู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และถูกจูงใจด้วยผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง การระดมเงินจากคนหมู่มากด้วยการเสนอผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูง อาศัยกลอุบายทางการลงทุนในแบบที่เป้าหมายแต่ละกลุ่มให้ความสนใจ การใช้กลยุทธ์ ที่สลับซับซ้อน การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน เน้นการระดมทุนไม่จำกัด การรับรองผลตอบแทนสูง ส่งผลให้มีผู้เสียหายรวมหลายหมื่นรายต่อปี ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง เกิดเป็นปัญหาสังคม และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง ระหว่างปี พ.ศ. 2558-2562 มีคดีพิเศษเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มูลค่ารวมกว่า 28,000 ล้านบาท แนวโน้มสถิติคดีพิเศษที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเฉพาะปี 2563 มีจำนวนผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่ 24,000 คน มีมูลค่าความเสียหาย 12,000 ล้านบาท

🔘 ลงทุนนวัตกรรมเทคโนโลยีสกัดแชร์ลูกโซ่
ขณะที่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามแชร์ลูกโซ่ การที่ประชาชนถูกหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์ การคิดค้นระบบการป้องกันแบบออนไลน์เพื่อป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ประชาชนจะสามารถเข้าถึงได้ง่ายอาจเป็นในรูปแบบแอปพลิเคชันซึ่งใช้ประโยชน์ได้ทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ ซึ่ง ณ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขออนุมัติทุนวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เพื่อต่อไปจะสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปและประวัติการชักชวนของบุคคลหรือองค์กรอาชญากรรมที่สุ่มเสี่ยงหรือเข้าข่ายมีอัตราความเสี่ยงสูงว่าเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือไม่ก่อนที่ประชาชนจะตัดสินใจลงทุนหรือไม่ ผู้ลงทุนสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ที่แอปพลิเคชันนี้ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจสอบแชร์ลูกโซ่แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งออนไลน์ตลอดเวลาถือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถลดปริมาณเหยื่อแชร์ลูกโซ่ได้มากกว่าร้อยละ 80 โดยถือเป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่สุด

You might also like More from author