สคบ. บุกตลาดคลองถม ล้างบางบุหรี่ไฟฟ้าสิ้นซาก

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 164 ครั้ง

สคบ. บูรณาการความร่วมมือเพื่อหามาตรการรองรับสถานการณ์และลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก้ไขปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ รวมถึงสินค้าอันตราย พร้อมส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สคบ. ลงพื้นที่ตลาดคลองถม กวาดล้างจับกุมการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมมูลค่าของกลางหลักล้าน วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสแหล่งขายได้ที่สายด่วน สคบ. 1166

เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า การกวาดล้างจับกุมการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า แหล่งใหญ่คลองถม รวมมูลค่าของกลางหลักล้านบาท ณ ชั้น 1 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1166 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) หรือ ศบค. ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) และให้ส่วนราชการบูรณาการความร่วมมือเพื่อหามาตรการรองรับสถานการณ์และลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทวัญ ลิปตพัลลภ จึงได้มอบหมายให้ สคบ. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ รวมถึงสินค้าอันตรายอื่น ๆ ที่อาจเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด 19

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563 เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ มอบหมายศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำโดย พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ เลขานุการกรม เลิศศักดิ์ รักธรรม นิติกรชำนาญการพิเศษ ณัชภัทร ขาวแก้ว นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ สคบ. จำนวน 16 คน ร่วมกับ พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ พ.ต.อ.สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 พ.ต.ท.วัชรพัฒน์ เรืองอัครนนท์ รอง ผกก. ผอ.4 บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบการขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ตลาดคลองถม ถนนวรจักรแขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

จากการลงพื้นที่ร่วมกัน พบว่ามีร้านค้าที่ขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 ร้าน โดยแบ่งเป็นร้านที่ปรากฏตัวผู้ขาย จำนวน 5 ร้าน และร้านที่ไม่ปรากฏตัวผู้ขาย จำนวน 5 ร้าน จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 48 ตัว น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1,703 ขวด คอยล์และอะตอม จำนวน 1,338 ชิ้น อุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 493 ชิ้น รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท ในการนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขายไปยัง สน.พลับพลาไชย 1 เพื่อให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ลงวันที่ 28 มกราคม 2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” อันเป็นความผิดฐานผ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
จากข้อมูลของ ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) การระบุถึงความเสี่ยงของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีผลต่อการลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เพิ่มความเสี่ยงเป็น COVID-19 เพราะในไอของบุหรี่ไฟฟ้า มีสารโลหะหนัก เช่น นิเกิล โครเมียม ที่มีพิษต่อปอด แคดเมียมที่มีพิษต่อไต และสารก่อมะเร็ง เช่น เบนซีน อะเซตตัลดีไฮด์ และบุหรี่ไฟฟ้ายังมีการปลดปล่อยอนุภาคขนาดเล็ก PM 2.5 ที่แทรกซึมเข้าร่างกาย เป็นการสะสมพิษไปก่ออันตรายในอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย ไอของบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแพร่กระจาย COVID-19 ได้ เมื่อผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าพ่นไอออกมาจะเทียบได้กับการถ่มน้ำลายใส่หน้ากัน เพราะตัวไอของบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วยละอองจากระบบทางเดินหายใจ น้ำลาย เสมหะ และแบคทีเรีย เมื่อถูกพ่นออกมาจะลอยเป็นระยะทางไกลและแขวนอยู่ในอากาศในระดับความสูงเท่าศีรษะ ดังนั้นหากใครเป็น COVID-19 เมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้า พวกเขาจะสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้คนจำนวนมากได้
สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในประเทศไทย มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในระดับ 30 รายต่อวัน ซึ่งสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ประชาชนทุกคนยังต้องปฏิบัติตนด้วยความไม่ประมาท ด้วยการกินร้อน ช้อนตัวเอง ยืนไกล ไอจามใส่ทิซชูหรือใส่แขนแทนมือ และล้างมือด้วยสบู่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังฝากความห่วงใยไปถึงพี่น้องประชาชนโดยขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการบริโภคสินค้าที่ส่งผลกระทบเป็นการทำลายสุขภาพ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ปอดสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ ปอดจึงอ่อนแอ ส่งผลให้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ได้ง่ายขึ้น และหากประชาชนพบเห็นการขายบุหรี่ไฟฟ้าสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166